
ต่อยอด 'วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร' ดึงนักท่องเที่ยวทั่วโลก เปิดรายชื่อมรดกโลกในไทย
ททท. เร่งต่อยอดมรดกโลก“วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” นครศรีธรรมราช ดึงนักท่องเที่ยวทั่วโลก คมนาคมหนุนโครงข่ายถนน ราง อากาศ เชื่อมเส้นทางศรัทธา พร้อมเปิด 15 รายชื่อมรดกโลกในไทยล่าสุด มีที่ไหนบ้าง รอลุ้น ชุดไทย จ่อขึ้นทะเบียนยูเนสโก
KEY
POINTS
- ยูเนสโก (UNESCO) ประกาศขึ้นทะเบียน "วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร" จ.นครศรีธรรมราช เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของไทย
- กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และ ททท. เตรียมต่อยอดส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยเปิดตัวแคมเปญ “12 ปริศนามหามงคล นครมรดกโลก”
- กระทรวงคมนาคมเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางถนน ราง และอากาศ เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางและรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมายัง จ.นครศรีธรรมราช
- ปัจจุบันประเทศไทยมีมรดกโลก ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก (UNESCO) ประกอบด้วยมรดกโลกทางวัฒนธรรม มรดกโลกทางธรรมชาติ และมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ รวม 15 แห่ง/รายการ
ล่าสุด“วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของไทย โดยได้รับการขึ้นทะเบียน (Inscribe) ภายใต้เกณฑ์คุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล (Outstanding Universal Value: OUV) ตามข้อเสนอของสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS) ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ระหว่างวันที่ 19–29 กรกฎาคม 2569 ณ นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี
เร่งต่อยอดมรดกโลก“วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” นครศรีธรรมราช ดึงนักท่องเที่ยว
การขึ้นทะเบียนดังกล่าว ทำให้โบราณสถานแห่งนี้ จะเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ส่งผลให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เร่งเดินหน้าต่อยอดในการโปรโมท เพื่อใช้เป็นแม่เหล็กในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดใกล้เคียงได้เพิ่มขึ้น
ต่อเรื่องนี้นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงความคืบหน้าการแยกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่าจากกรณียูเนสโก มีมติรับรองอย่างเป็นทางการให้ “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” จ.นครศรีธรรมราช ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีกับประเทศไทยที่มีแหล่งมรดกโลกที่ได้รับการรับรองโดยยูเนสโก โดยเฉพาะเป็นโบราณสถาณแห่งแรกในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่ง จ.นครศรีธรรมราชมีศักยภาพในการที่จะพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์ได้
กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะเดินหน้าต่อยอดการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ เพราะนับว่าเป็นโอกาสที่ดีของนักท่องเที่ยวที่มาจากต่างประเทศจะได้รู้จัก จ.นครศรีธรรมราชมากขึ้น เพราะทุกวันนี้ส่วนใหญ่จะมีเพียงแค่ จ.ภูเก็ต เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี กระบี่ และอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ดังนั้นเมื่อตอนนี้มีการขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารก็ทำให้ จ.นครศรีธรรมราช และบริเวณใกล้เคียงเป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งจากนี้จะมีการพูดคุยกับเอเจนซี่ต่างประเทศ เพื่อให้กระจายนักท่องเที่ยวจากต่างชาติมาสู่นครศรีธรรมราชและบริเวณใกล้เคียง
นอกจากนี้เรื่องของชุดไทยที่อยู่ในบัญชีที่เตรียมขึ้นจะเป็นมรดกโลก คาดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ชาวไทยจะได้ยินดี อีกครั้งจากชุดไทยที่ทางกระทรวงวัฒนธรรมและรัฐบาลกำลังดำเนินการจะขึ้นทะเบียนกับยูเนสโกเป็นมรดกโลก นายสุรศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย
ททท.ผุดแคมเปญ “12 ปริศนามหามงคล นครมรดกโลก”
ด้านนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า การขึ้นทะเบียน “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช” เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม นับเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของประเทศไทย ความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการนำเสนอคุณค่าอันโดดเด่นของมรดกทางวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก
แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือในการดูแลรักษา สืบทอด และส่งต่อมรดกแห่งศรัทธาที่สืบทอดมาอย่างยาวนานกว่า 1,250 ปี ให้คงอยู่อย่างทรงคุณค่า พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้คนจากทั่วโลกได้เดินทางมาสัมผัสนครศรีธรรมราชในฐานะเมืองแห่งพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมที่ยังคงมีชีวิต และเป็นรากฐานที่ยังคงหล่อหลอมวิถีชีวิตของผู้คนมาจนถึงปัจจุบัน
การได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับนครศรีธรรมราช สู่จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมระดับโลก สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมการอนุรักษ์มรดก และเปิดโอกาสให้นักเดินทางจากทั่วโลกได้เข้ามาสัมผัสเมืองแห่งศรัทธาแห่งนี้อย่างใกล้ชิด
โดย ททท. เตรียมเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวกับแคมเปญ “12 ปริศนามหามงคล นครมรดกโลก” ชวนออกเดินทางสายศรัทธาสู่ดินแดนแห่งพระศาสนาและอารยธรรมโบราณ ภายใต้แนวคิด “เที่ยว 12 เดือน เยือนพระธาตุมรดกโลก : ถอดรหัส 12 ปริศนามหามงคล สัมผัสมรดกโลกที่มีชีวิต”
โดยจะชวนนักท่องเที่ยวมาร่วมสัมผัสความยิ่งใหญ่ของ "มรดกโลกที่มีชีวิต" (Living Heritage)” ไขรหัสลับแห่งภูมิปัญญาบรรพชนจากความงดงามของสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าระดับโลก ไปจนถึงปริศนาธรรมและเรื่องราวแห่งศรัทธาที่ซุกซ่อนอยู่ทั่วอารามหลวง ทุกการเดินทางจะพาผู้มาเยือนค้นพบความหมายและคุณค่าที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาลและทุกเดือน
พร้อมเปิดประสบการณ์สัมผัส พลังแห่งศรัทธาและพลังใจอันบริสุทธิ์ ณ นครศรีธรรมราช สมดังคำกล่าวที่ชาวนครศรีธรรมราชภาคภูมิใจว่า “เกิดมาหนึ่งชาติ ต้องได้กราบพระธาตุเมืองนครฯ”
รวมทั้งททท.ได้จัดกิจกรรมโฟโต้บูธ ภายใต้ธีมภายใต้เคมเปญแนวคิด “12 ปริศนามหามงคล นครมรดกโลก” นักท่องเที่ยวสามารถลงทะเบียนและร่วมบันทึกภาพประวัติศาสตร์รับภาพโพราลอยด์และไฟล์ดิจิตอลกลับไปเป็นที่ระลึก พร้อมร่วมแชร์บอกเล่ากล่าวขานและเผยแผ่เรื่องราวการสู่สายตานานาอารยชน ในระหว่างวันที่ 25– 30 กรกฎาคม 2569 ณ บริเวณโซนต้นพระศรีมหาโพธิ์และลานทรายแก้ว เยื้องพระวิหารหลวง ด้านหน้าศูนย์จำหน่ายสินค้าที่ระลึก
คมนาคม หนุนโครงข่ายถนน ราง อากาศ เชื่อมเส้นทางศรัทธา
ไม่เพียงแต่การส่งเสริมการท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่นครศรีธรรมราชเท่านั้น ในส่วนการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ก็จะถูกพัฒนาเพิ่มขึ้น
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การเป็นมรดกโลกจะช่วยเปิดโอกาสให้นครศรีธรรมราชยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงศาสนา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมในระดับนานาชาติ สามารถเชื่อมโยงการเดินทางจากวัดพระมหาธาตุฯ ไปยังเมืองเก่า แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ชุมชนท้องถิ่น
รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ ช่วยให้เกิดการพักค้างนานขึ้น กระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้า ที่พัก การขนส่ง ผลิตภัณฑ์ชุมชน และเยาวชนที่กลับมาประกอบอาชีพในบ้านเกิด
สำหรับการเตรียมความพร้อมด้านคมนาคม กระทรวงคมนาคมจะใช้โครงข่ายที่มีอยู่ควบคู่กับการพัฒนาโครงการในอนาคต เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทางเข้าสู่จังหวัดนครศรีธรรมราชให้มีความสะดวก ปลอดภัย และเชื่อมโยงกันมากยิ่งขึ้น
ด้านการเดินทางทางถนน กระทรวงคมนาคมโดยกรมทางหลวงชนบทเปิดใช้ถนนสายแยกทางหลวงหมายเลข 4103–ถนนพุทธภูมิ ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ขนาด 4 ช่องจราจร ช่วยลดความแออัดและเชื่อมโยงการเดินทางสู่วัดพระมหาธาตุฯ และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในตัวเมือง ภายใต้แนวคิด “เส้นทางแห่งศรัทธา”
ด้านการเดินทางทางอากาศ ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชมีอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ รองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 1,600 คนต่อชั่วโมง หรือ 4 ล้านคนต่อปี พร้อมรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นและเชื่อมต่อเข้าสู่ตัวเมือง
ด้านการเดินทางทางราง ปัจจุบันสามารถเดินทางด้วยรถไฟเข้าสู่นครศรีธรรมราชได้โดยตรง ขณะเดียวกันกระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างผลักดันรถไฟทางคู่สายใต้ระยะที่ 2 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและเชื่อมโยงเมืองท่องเที่ยวสำคัญในภาคใต้
นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงคมนาคมพร้อมประสานจังหวัดนครศรีธรรมราช องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแนวทางบริหารจัดการการเดินทางในพื้นที่มรดกโลกและบริเวณโดยรอบ ทั้งการจัดระบบจราจร จุดจอดรถ ป้ายแนะนำเส้นทาง ทางเดินที่ปลอดภัย ระบบขนส่งสาธารณะ และการเชื่อมต่อจากสนามบิน สถานีรถไฟ และสถานีขนส่งเข้าสู่ตัวเมือง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญและวันที่มีผู้เดินทางเข้าสักการะองค์พระบรมธาตุเจดีย์เป็นจำนวนมาก
เปิดรายชื่อมรดกโลกในไทยล่าสุด 15 แห่ง/รายการ มีดังนี้
ทั้งนี้ปัจจุบันประเทศไทยมีมรดกโลก ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก (UNESCO) ประกอบด้วยมรดกโลกทางวัฒนธรรม มรดกโลกทางธรรมชาติ และมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ รวม 15 แห่ง/รายการ ดังนี้
มรดกโลกทางวัฒนธรรม (6 แห่ง)
- เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร
- นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
- แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง (จ.อุดรธานี)
- เมืองโบราณศรีเทพ (จ.เพชรบูรณ์)
- อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท (จ.อุดรธานี)
- วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร (จ.นครศรีธรรมราช )
มรดกโลกทางธรรมชาติ (3 แห่ง)
- เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง
- กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่
- กลุ่มป่าแก่งกระจาน
นอกจากนี้ประเทศไทย ยังมีรายการมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก (UNESCO) แล้วทั้งหมด 6 รายการ อีกด้วย
รายการมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ที่ขึ้นทะเบียนแล้ว ได้แก่
- โขน (พ.ศ. 2561)
- นวดไทย (พ.ศ. 2562)
- โนรา ภาคใต้ (พ.ศ. 2564)
- สงกรานต์ในประเทศไทย (พ.ศ. 2566)
- ต้มยำกุ้ง (พ.ศ. 2567)
- เคบาย่า (Kebaya) มรดกภูมิปัญญาร่วม (พ.ศ. 2567)
การขึ้นทะเบียน “เคบายา” เป็นการขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมร่วมของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย บรูไนฯ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ โดย “เคบายา” เป็นเสื้อสตรีพื้นเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนหนึ่งของการแต่งกายบาบ๋า - เพอรานากันในภาคใต้ของไทย
อีกทั้งล่าสุดประเทศไทย กำลังขับเคลื่อนเสนอ “ชุดไทย” เข้าสู่การพิจารณาเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก (UNESCO) อีกด้วย







