thansettakij
thansettakij
การบินไทย ปรับลดค่าตั๋วเครื่องบิน 20-30% ทั่วโลก มีผลก.ค.นี้ รับราคาน้ำมันขาลง

การบินไทย ปรับลดค่าตั๋วเครื่องบิน 20-30% ทั่วโลก มีผลก.ค.นี้ รับราคาน้ำมันขาลง

08 ก.ค. 69 | 03:01 น.
อัปเดตล่าสุด :08 ก.ค. 69 | 03:42 น.

การบินไทย ประกาศปรับลดราคาตั๋ว 20-30% ทั่วโลก ในเดือนก.ค.นี้ รับเทรนด์น้ำมันอากาศยานลดลง แม้จะยังไม่เท่าก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลาง พร้อมชูจุดเด่น "Quality Revenue" เน้นบริการคุณภาพไม่เน้นสงครามราคา

KEY

POINTS

  • การบินไทย ประกาศลดราคาตั๋วเครื่องบินเฉลี่ย 20-30% ในบางเส้นทางทั่วโลก มีผลตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป
  • สาเหตุหลักมาจากการที่ราคาน้ำมันอากาศยานในตลาดโลกปรับตัวลดลง หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางคลี่คลาย
  • การปรับลดราคาดังกล่าวครอบคลุมทั้งค่าตั๋วโดยสารและค่าธรรมเนียมน้ำมัน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน
  • การบินไทยยังคงนโยบายเน้นสร้างรายได้คุณภาพ (Quality Revenue) และหลีกเลี่ยงการทำสงครามราคา

สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางเริ่มคลายความตึงเครียดลงจนทำให้ขณะนี้สถานการณ์ราคาน้ำมันโลกเริ่มปรับลดลงต่อเนื่องส่งผลให้ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จึงดำเนินการปรับลดราคาตั๋วโดยสารทั้งระบบลงเฉลี่ยประมาณ 20-30% (บางเส้นทาง) ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม 2569 นี้ เพื่อให้สายการบินไทยมีศักยภาพในการแข่งขันได้มากขึ้น ซึ่งการปรับลดราคาตั๋วโดยสารครั้งนี้ครอบคลุมทั้งส่วนของค่าตั๋วและค่าธรรมเนียมน้ำมัน

นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การบินไทยได้จัดตั้งทีมงาน "วอรูม" (War Room) เพื่อติดตามสถานการณ์ตลาดและราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิดทุกวัน ขณะนี้พบว่าแนวโน้มราคาน้ำมันอากาศยาน หรือ Jet A-1 เริ่มปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ 110 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาเรล ลดลงจากก่อนหน้านี้ที่เคยพุ่งสูงถึง 240 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาเรล

แม้จะยังสูงกว่าต้นปีที่แล้ว หรือ ก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลาง ที่ราคาน้ำมันอากาศยาน จะอยู่ที่ระดับ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาเรล แต่ก็ถือเป็นโอกาสให้บริษัทสามารถปรับลดราคาบัตรโดยสารลงได้ แม้อาจจะยังไม่เท่ากับราคาเดิมก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลางก็ตาม

ลดราคาตั๋วเฉลี่ยประมาณ 20-30%

ดังนั้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569เป็นต้นไป การบินไทยได้ประกาศ ปรับลดราคาตั๋วเครื่องบินทั้งระบบลง 20-30% ในบางเส้นทาง เพื่อให้ราคาอยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันได้และจูงใจลูกค้ามากขึ้น 

ทั้งนี้แม้สถานการณ์โดยรวมของโลกยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ แต่พบว่าแนวโน้มยอดการจองตั๋วโดยสารล่วงหน้าในช่วงครึ่งปีหลังของการบินไทยยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจและเป็นไปตามเป้าหมาย และมีผลตอบรับเข้ามาเร็วขึ้นและมากขึ้น

โดยตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา สายการบินมีอัตราการเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักต่อเนื่อง จึงคาดการณ์ว่าการบินไทยจะมีอัตราส่วนการขนส่งผู้โดยสารปรับตัวดีขึ้น หรือเฉลี่ยที่ประมาณ 70% ในช่วงปลายปีนี้

ขณะเดียวกันการบินไทย ยังคงติดตามสถานการณ์ซัพพลายน้ำมันโลกอย่างระมัดระวัง เนื่องจากปัจจุบันซัพพลายยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติจากการที่โรงกลั่นในบางภูมิภาคได้รับความเสียหาย

 

ชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน

 

ยึดหลักวินัยการผลิตและสร้างรายได้ที่มีคุณภาพ

นายกิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม้จะมีการลดราคาตั๋วเครื่องบินลง ซึ่งก็เป็นไปตามกลไกของตลาด แม้ราคาจะยังไม่ได้ลดลงไปใกล้เคียงช่วงก่อนเกิดสงครามตะวันออกกกลาง แต่การบินไทย ก็ปรับลงมาจากช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนที่ผ่านมา เนื่องจากราคาน้ำมันเครื่องบิน แม้จะลดลง แต่ก็ยังไม่เท่ากับในอดีต

ทิศทางการดำเนินธุรกิจของการบินไทยจึงจะยังคงยึดถือแนวทาง "Quality Revenue" หรือการเน้นสร้างรายได้ที่มีคุณภาพมากกว่าการเข้าไปทำสงครามราคา (Price War) ที่อาจส่งผลเสียต่อบริษัทในระยะยาว โดยมีแกนหลักในการบริหาร 2 ส่วน ได้แก่

  1. วินัยเรื่องกำลังการผลิต (Capacity Management) ปรับปริมาณที่นั่งให้สอดคล้องกับความต้องการ (Demand) ในแต่ละพื้นที่อย่างเคร่งครัด
  2. การรักษา Yield (ผลตอบแทนต่อหน่วย) โดย ให้ความสำคัญกับระดับราคาที่ครอบคลุมต้นทุน โดยไม่เน้นการตัดราคาแข่งกับสายการบินอื่น แต่จะเลือกสู้ในบางตลาดที่จำเป็นเท่านั้น

 

การบินไทย

 

ในด้านการตลาดและการบริการ การบินไทยหันมาให้ความสำคัญกับ Customer Centric หรือการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางมากขึ้น โดยมีแผนพัฒนาในหลายมิติ อาทิ การยกระดับประสบการณ์ผู้โดยสาร เร่งปรับปรุงคุณภาพของอาหารและการบริการบนเครื่องบินอย่างต่อเนื่อง