thansettakij
thansettakij
ดีดีการบินไทย เผยผลสอบวินัยลูกเรือ ขนเฮโรอีน เข้าออสเตรเลีย ยังไม่แล้วเสร็จ

ดีดีการบินไทย เผยผลสอบวินัยลูกเรือ ขนเฮโรอีน เข้าออสเตรเลีย ยังไม่แล้วเสร็จ

07 ก.ค. 69 | 09:40 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ก.ค. 69 | 09:41 น.

ดีดีการบินไทย เผยความคืบหน้าผลสอบวินัยแอร์โฮสเตส ขนเฮโรอีน เข้าออสเตรเลีย ยังไม่แล้วเสร็จ ยันมีนโยบายชัดเจนห้ามลูกเรือขนของ เพื่อการพาณิชย์

KEY

POINTS

  • การบินไทย เปิดเผยกระบวนการสอบสวนวินัยลูกเรือที่ลักลอบขนเฮโรอีนเข้าออสเตรเลียยังไม่เสร็จสิ้น
  • ซีอีโอการบินไทยชี้แจงว่าการสอบสวนต้องใช้ความรอบคอบเนื่องจากข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และยืนยันว่าจะไม่เข้าไปแทรกแซงกระบวนการ
  • บริษัทฯ ย้ำว่าการนำสินค้าเข้ามาเพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าถือเป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงตามระเบียบที่ชัดเจน
  • ลูกเรือคนดังกล่าวถูกทางการออสเตรเลียตั้งข้อหาลักลอบนำเข้าเฮโรอีนกว่า 1 กิโลกรัม และถูกควบคุมตัวเพื่อรอขึ้นศาล

จากกรณีแอร์โฮสเตส การบินไทย ขนเฮโรอีน เข้าออสเตรเลีย และการบินไทยอยู่ระหว่างการสอบวินัยมาเป็นเวลา 7 วันแล้ว

ดีดีการบินไทย เผยผลสอบวินัยลูกเรือ ขนเฮโรอีน เข้าออสเตรเลีย ยังไม่แล้วเสร็จ

วันนี้(วันที่ 7 กรกฏาคม 2569) นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบวินัยลูกเรือการบินไทยล่าสุด กระบวนการสอบสวนวินัย ยังไม่เสร็จสิ้น ข้อมูลที่เกี่ยวข้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เกือบตลอดเวลา ทำให้ต้องใช้ความรอบคอบในการตรวจสอบอย่างละเอียด 

นอกจากนี้ ในระหว่างกระบวนการสอบสวน พนักงานลูกเรือ ไม่ได้รับอนุญาตให้ติดต่อกับบุคคลภายนอก เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในกระบวนการ 

ชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)

 

เผยความผิดฐานขนของเพื่อการพาณิชย์

ในส่วนของข้อกำหนดและวินัยพนักงานนั้น ทางบริษัทเน้นย้ำว่า การถือของหรือนำสินค้าเข้ามาเพื่อวัตถุประสงค์ทางการพาณิชย์ (Commercial) ถือเป็นความผิดทางวินัยอย่างแน่นอน เนื่องจากบริษัทมีระเบียบข้อบังคับที่ชัดเจนในเรื่องนี้ เพื่อรักษามาตรฐานการทำงานและป้องกันการใช้หน้าที่การงานไปในทางที่ไม่เหมาะสม 

ยันยึดหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส

สำหรับการดำเนินงานในครั้งนี้ การบินไทยยืนยันว่า ไม่ได้เข้าไปแทรกแซงหรือยุ่งเกี่ยวกับการสอบสวน แต่ปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนของระเบียบวินัยบริษัท 

ทั้งนี้ เพื่อรักษา ธรรมาภิบาล (Corporate Governance) และความเชื่อถือขององค์กรต่อสายตาประชาชนและสื่อมวลชน โดยบริษัทมีการสื่อสารและเน้นย้ำเรื่องมาตรการต่างๆ ให้พนักงานรับทราบอย่างต่อเนื่อง 

อย่างไรก็ตาม ทางการบินไทยยังไม่ได้ระบุวันเวลาที่การสอบสวนจะสิ้นสุดลงอย่างแน่ชัด โดยจะดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้องและยุติธรรมที่สุด 

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ ทางเจ้าหน้าที่ออสเตรเลียได้ตั้งข้อหาพนักงานสายการบินรายหนึ่ง ซึ่งก็คือ แอร์โฮสเตส ของการบินไทย หลังจากถูกกล่าวหาว่าลักลอบนำเข้าเฮโรอีนน้ำหนักมากกว่า 1 กิโลกรัม เข้าสู่นครเมลเบิร์นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

หญิงสัญชาติไทยวัย 26 ปีรายนี้ กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่บนเที่ยวบินระหว่างประเทศเมื่อเดินทางมาถึงท่าอากาศยานเมลเบิร์นในวันที่ 25 มิถุนายน 2569 และได้รับการตรวจค้นกระเป๋าเดินทางโดยเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์พรมแดนออสเตรเลีย (ABF) โดยเจ้าหน้าที่ ABF พบสิ่งผิดปกติระหว่างการเอกซเรย์กระเป๋าผ้า (Tote bags) จำนวน 12 ใบของหญิงรายดังกล่าว 

 

การตรวจสอบเพิ่มเติมพบผงสีขาวซุกซ่อนอยู่ภายในซับในของกระเป๋า ซึ่งผลการทดสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นบวกต่อสารเสพติดประเภทเฮโรอีน

สำหรับ เฮโรอีนดังกล่าวมีมูลค่าซื้อขายในตลาดมืดประมาณ 500,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 11.5 ล้านบาท) โดยเจ้าหน้าที่ได้รายงานเรื่องนี้ไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และได้ทำการยึดกระเป๋าผ้าเหล่านั้นและเข้าจับกุมตัวหญิงคนดังกล่าว ต่อมาเธอถูกตั้งข้อหาประกอบไปด้วย

1. ข้อหาลักลอบนำเข้ายาเสพติดที่ต้องควบคุมตามแนวชายแดนในปริมาณเพื่อการค้า 1 กระทง ซึ่งขัดต่อประมวลกฎหมายอาญา (เครือรัฐ) มาตรา 307.2(1) ความผิดนี้มีโทษจำคุกสูงสุด 25 ปี 

2. ข้อหาครอบครองยาเสพติดที่ต้องควบคุมตามแนวชายแดนในปริมาณเพื่อการค้า 1 กระทง ซึ่งขัดต่อประมวลกฎหมายอาญา (เครือรัฐ) มาตรา 307.6(1) ความผิดนี้มีโทษจำคุกสูงสุด 25 ปีเช่นกัน

ทั้งนี้ หญิงรายดังกล่าวถูกควบคุมตัวเพื่อฝากขังเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 และคาดว่าจะต้องเดินทางมาขึ้นศาลแขวงเมลเบิร์น (Melbourne Magistrates’ Court) อีกครั้งในวันที่ 14 กันยายน 2569