
ตม.สนามบินสั่งสอบด่วน ปมส่วยเรียกรับเงินต่างชาติ 10 เท่า แลกการันตีเข้าประเทศ
ตม.สนามบิน ตั้งกรรมการตรวจสอบปมส่วย “เป่ากวาน” ขบวนการเรียกเก็บเงินจากชาวต่างชาติสูงเป็น 10 เท่า โดยตั้งราคาตามแต่ประเภทวีซ่า ตั้งแต่ 4,500-12,000 บาท แลกการันตีเข้าประเทศหลังจาก ตม.มีการตรวจเข้ม หลังคัดกรองเข้มสกัดคอลเซ็นเตอร์ ปฏิเสธเข้าเมืองต้นปีพุ่งกว่า 1.3 หมื่นราย
KEY
POINTS
- ตม.2 สั่งตั้งคณะกรรมการสอบ ขบวนการนายหน้าเรียกรับเงินจากชาวต่างชาติสูงถึง 10 เท่า หรือ ราว 4,500-12,000 บาท รับประกันการผ่านด่านเข้าประเทศ
- ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง ตม. ยกระดับมาตรการคัดกรองที่เข้มงวด สกัดกั้นแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้ยอดปฏิเสธการเข้าเมืองพุ่งหมื่นราย
- ตม. ยืนยันโทษทางวินัยและอาญาเด็ดขาด หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์
วันนี้ (วันที่ 22 มิถุนายน 2569) กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 (ตม.2) สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีข่าวลือขบวนการนายหน้า “เป่ากวาน” เรียกรับเงินแลกกับการันตีเข้าประเทศ โดยเรียกเก็บเงินจากชาวต่างชาติสูงเป็น 10 เท่า หลังจาก ตม.มีการตรวจเข้ม โดยตั้งราคาตามแต่ประเภทวีซ่า ตั้งแต่ 4,500-12,000 บาท หลังตม.ยกระดับมาตรการคัดกรองเข้มงวดสกัดกั้นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ปฏิเสธเข้าเมืองต้นปีพุ่งกว่า 1.3 หมื่นราย ย้ำหากพบเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องพร้อมลงโทษเด็ดขาดทั้งวินัยและอาญา
เปิดโปงขบวนการส่วย เรียกรับเงินต่างชาติ 10 เท่า แลกการันตีเข้าประเทศ
พ.ต.อ.พงศ์ธร พงศ์รัชตนันทน์ รอง ผบก.ตม.2 ในฐานะโฆษก บก.ตม.2 ได้ชี้แจงกรณีที่สื่อออนไลน์เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับขบวนการนายหน้าจีนอ้างว่าสามารถรับประกันการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ หรือที่เรียกกันว่า “เป่ากวาน” โดยกลุ่มนายหน้าเหล่านี้มีการเรียกเก็บเงินจากชาวต่างชาติสูงขึ้นถึง 10 เท่า หรือคิดเป็นเงินประมาณ 4,500 - 12,000 บาท ตามระดับความเสี่ยงและประเภทของวีซ่า
ล่าสุด พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผบก.ตม.2 ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน ทั้งในส่วนของที่มาของข้อมูล ผู้เกี่ยวข้อง การติดต่อสื่อสาร ตลอดจนพฤติการณ์ของกลุ่มบุคคลที่อาจแอบอ้างชื่อเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานราชการไปแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เพื่อตรวจสอบที่มาของข้อมูลและกลุ่มบุคคลที่ติดต่อสื่อสารในลักษณะดังกล่าว
โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มนายหน้าที่อาจแอบอ้างชื่อเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานราชการเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ทั้งนี้ หากการสืบสวนพบว่ามีเจ้าหน้าที่ ตม. รายใดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือเรียกรับผลประโยชน์เอง จะมีการดำเนินการทางวินัยและดำเนินคดีอาญาอย่างเด็ดขาดไม่มีข้อยกเว้น
ยกระดับคัดกรองเข้าเมืองเข้ม สกัดแก๊งสแกมเมอร์ย้ายฐาน
พ.ต.อ.พงศ์ธร ระบุว่าการที่มาตรการตรวจคนเข้าเมืองมีความเข้มงวดขึ้น เป็นผลมาจากนโยบายของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ที่สั่งการให้เพิ่มความเข้มข้นในการคัดกรองมาตั้งแต่ปี 2568 เพื่อป้องกันกลุ่มขบวนการสแกมเมอร์และคอลเซ็นเตอร์ที่ถูกกวาดล้างจากประเทศเพื่อนบ้าน และอาจพยายามย้ายฐานปฏิบัติการเข้ามาในประเทศไทยในช่วงปี 2569
ตม.ยกระดับคัดกรอง ยอดปฏิเสธเข้าเมืองพุ่งทะลุหมื่นราย
จากการคัดกรองอย่างหนัก ตม.สนามบินได้มุ่งเน้นตรวจสอบกลุ่มที่มีพฤติการณ์เสี่ยง ดังนี้
- กลุ่มใช้ฟรีวีซ่าผิดวัตถุประสงค์: เข้า-ออกบ่อยครั้งผิดปกติ (Visa Run) หรือพำนักนานเกินควร
- กลุ่มเชื่อมโยงอาชญากรรมข้ามชาติ: โดยเฉพาะกลุ่มที่อาจเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์
- กลุ่มเสี่ยงถูกหลอก: ตม.มีการสัมภาษณ์ชาวต่างชาติที่เสี่ยงตกเป็นเหยื่อถูกหลอกข้ามแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะฝั่งเมียนมา มากกว่า 30,000 ราย
สำหรับสถิติการปฏิเสธการเข้าเมืองมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยตั้งแต่ต้นปี 2569 จนถึงปัจจุบัน มีการปฏิเสธการเข้าเมืองไปแล้ว 13,229 ราย ขณะที่ตลอดปี 2568 มีจำนวนการปฏิเสธรวม 22,339 ราย
ตม.เตือนอย่าหลงกลเอเย่นต์ปั่นราคา
ทาง ตม.2 วิเคราะห์ว่า การที่นายหน้ามีการปรับราคาสูงขึ้นอาจเป็นเพราะเอเย่นต์ (โดยเฉพาะจากจีน) ได้รับผลกระทบจากความเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ จึงใช้จังหวะนี้สร้างกระแสเพื่อปั่นราคาค่าบริการ โดยเฉพาะกลุ่มที่ขอวีซ่าจากสถานทูตไทยมาอย่างถูกต้อง เช่น Thailand Elite หรือ วีซ่านักเรียน และ DTV เพื่อทำงานระยะสั้น อาจหลงกลตกเป็นเหยื่อ โดยทาง ตม. ยืนยันว่าหากผู้เดินทางมีเอกสารและวัตถุประสงค์การเข้าเมืองที่ถูกต้อง จะไม่ประสบปัญหาในการตรวจคนเข้าเมืองแต่อย่างใด
ส่วนกรณีที่อ้างว่า มี จนท.ตม.เข้าไปเกี่ยวข้อง และเรียกราคาเองนั้น ขณะนี้ ผบก.ตม.2 ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว หากพบว่ามี จนท.รายใด เข้าไปหาประโยชน์ หรือเกี่ยวข้อง จะดำเนินคดีอาญา และวินัยโดยเด็ดขาด
“คนที่เดินทางเข้ามาอย่างถูกต้อง มีวัตถุประสงค์ชัดเจน เอกสารครบถ้วน และไม่เกี่ยวข้องกับพฤติการณ์ผิดกฎหมาย ย่อมได้รับการอำนวยความสะดวกตามปกติ แต่สำหรับผู้ที่เข้ามาโดยแอบแฝง ใช้วีซ่าผิดประเภท หรือมีความเสี่ยงต่อความมั่นคง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องดำเนินการอย่างเข้มงวด เพื่อคุ้มครองประเทศ ประชาชน และนักท่องเที่ยวที่สุจริต







