thansettakij
thansettakij
ไทยเวียตเจ็ท ดันรับมอบเครื่องบิน โบอิ้ง 737-8  รวม 50 ลำ รับผู้โดยสาร 50 ล้านคน

ไทยเวียตเจ็ท ดันรับมอบเครื่องบิน โบอิ้ง 737-8 รวม 50 ลำ รับผู้โดยสาร 50 ล้านคน

28 พ.ค. 69 | 14:33 น.
อัปเดตล่าสุด :28 พ.ค. 69 | 15:30 น.

ไทยเวียตเจ็ท หรือ เวียตเจ็ทไทยแลนด์ ปักหมุดหมายเดินแผนรับมอบโบอิ้ง 737-8 รวม 50 ลำ ดันผู้โดยสาร 50 ล้านคน ตอกย้ำบทบาทเชื่อมไทย–เวียดนาม ร่วมฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ 2 ประเทศ

วันนี้(วันที่ 28 พฤษภาคม 2569) เวียตเจ็ท กรุ๊ป นำโดย ดร. เหงียน ธิ เฟือง เถา ประธานกรรมการ เวียตเจ็ท กรุ๊ป พร้อมด้วย นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ เข้าร่วมงาน “Thailand-Vietnam Business Forum 2026” 

เวียตเจ็ทไทยแลนดฺ

เวทีความร่วมมือครั้งสำคัญที่รวบรวมผู้นำระดับสูงจากภาครัฐและภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การลงทุน และการเชื่อมโยงระหว่างไทยและเวียดนามในระยะยาว ในวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เวียดนาม

ไทยเวียตเจ็ท ดันรับมอบเครื่องบิน โบอิ้ง 737-8  รวม 50 ลำ รับผู้โดยสาร 50 ล้านคน

ไทยเวียตเจ็ท ตอกย้ำบทบาทเชื่อมไทยเวียดนาม ร่วมฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ 2 ประเทศ

ไทยเวียตเจ็ท หรือ เวียตเจ็ทไทยแลนด์ได้เผยหมุดหมายความสำเร็จทางธุรกิจ พร้อมประกาศแผนการขยายเครือข่ายเส้นทางบินตรงจากประเทศไทยสู่ประเทศเวียดนาม รวมถึงการเปิดให้บริการเชื่อมต่อเที่ยวบินระหว่างเวียตเจ็ทและเวียตเจ็ทไทยแลนด์ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงระหว่างสองประเทศอย่างยั่งยืน 

โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ฯพณฯ นายโต เลิม ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เข้าร่วมงาน 

นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ กล่าวว่า “กลุ่มสายการบินเวียตเจ็ทได้เริ่มดำเนินธุรกิจสายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ตั้งแต่ปี 2557 จากการเล็งเห็นศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการเดินทางทางอากาศของภูมิภาค 

วรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์

ดันรับมอบโบอิ้ง 737-8  รวม 50 ลำ รับผู้โดยสาร 50 ล้านคน

 

โดยนับตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน สายการบินฯ ได้สร้างหมุดหมายความสำเร็จครั้งสำคัญ ทั้งในด้านการให้บริการผู้โดยสารในประเทศไทยรวมกว่า 50 ล้านคน ตลอดจนการขยายฝูงบินอย่างต่อเนื่อง ผ่านแผนการรับมอบเครื่องบินโบอิ้ง 737-8 จำนวน 50 ลำ ภายในปี 2571 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการ 

ไทยเวียตเจ็ต

ส่งผลให้เวียตเจ็ทไทยแลนด์เป็นหนึ่งในสายการบินที่มีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทย สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้โดยสารและความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทางยุคใหม่ได้อย่างตรงจุด”

จากความแข็งแกร่งด้านเส้นทางบินระหว่างประเทศไทยและประเทศเวียดนาม เวียตเจ็ทไทยแลนด์จึงมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงภาคเศรษฐกิจการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศ ผ่านเครือข่ายการเดินทางทางอากาศที่ครอบคลุม 

โดยในปี 2569 แม้อุตสาหกรรมการบินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและทั่วโลกยังเผชิญความท้าทายจากต้นทุนการดำเนินงานและสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่แนวโน้มการเดินทางทางอากาศยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) คาดการณ์ว่า จำนวนผู้โดยสารทางอากาศทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นแตะ 5.2 พันล้านคนในปี 2569 หรือเติบโต 4.4% จากปีก่อนหน้า

ขณะเดียวกัน อุปสงค์การเดินทางระหว่างไทยและเวียดนามยังเติบโตต่อเนื่อง จากกระแสการท่องเที่ยวระยะใกล้และการเดินทางเพื่อธุรกิจ สะท้อนจากจำนวนผู้โดยสารในเส้นทางบินระหว่างไทยและเวียดนามของสายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ในไตรมาสแรกของปี 2569 ที่เพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

นายวรเนติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในฐานะศูนย์กลางเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการคมนาคมระหว่างไทยและเวียดนาม สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์พร้อมเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนความร่วมมือระดับทวิภาคีตามยุทธศาสตร์ Three Connects ซึ่งครอบคลุมการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน เศรษฐกิจท้องถิ่น และการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยตลอดหลายปี สายการบินฯ ได้เดินหน้ายกระดับเครือข่ายการบินระหว่างประเทศ

ด้วยการเปิดให้บริการเส้นทางบินตรงจากประเทศไทยสู่จุดหมายสำคัญในเวียดนาม อาทิ เส้นทางกรุงเทพฯ - ฮานอย กรุงเทพฯ - ดานัง กรุงเทพฯ – โฮจิมินห์  กรุงเทพฯ - ฟูก๊วก และกรุงเทพฯ - ญาจาง เพื่อรองรับความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้น พร้อมขยายการเชื่อมต่อสู่เมืองศักยภาพทั่วประเทศเวียดนาม 

นอกจากนี้ สายการบินฯ ยังเตรียมเปิดให้บริการเชื่อมต่อเที่ยวบินระหว่างสายการบินเวียตเจ็ทและเวียตเจ็ทไทยแลนด์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารในการเดินทางต่อเครื่องสู่จุดหมายปลายทางที่หลากหลายยิ่งขึ้น ผ่านการซื้อบัตรโดยสารเพียงครั้งเดียว

พร้อมบริการเช็กอินและขนส่งสัมภาระใต้ท้องเครื่องตรงถึงจุดหมายปลายทางสุดท้าย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวและกิจกรรมทางธุรกิจระหว่างประเทศไทยและเวียดนามได้อย่างมีนัยสำคัญ

“การดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ดังกล่าว ไม่เพียงเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงระหว่างประเทศไทยและเวียดนามให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในทุกมิติ” นายวรเนติ กล่าวสรุป