

ล่าสุดราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศศาลปกครอง คำพิพากษาถึงที่สุด ให้เพิกถอนกฎ การอนุญาตให้นักบินต่างด้าว ทำงานในไทยเป็นกรณีพิเศษ
โดย เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยเเพร่ ประกาศศาลปกครอง เมื่อวันที่ 30 ม.ค.69 เรื่อง คำพิพากษาถึงที่สุดให้เพิกถอนกฎ ด้วยศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ ฟ.74/2568 หมายเลขแดงที่ ฟ.152/2568
ระหว่าง สมาคมนักบินไทย ที่ 1 กับพวก รวม 2 คน ผู้ฟ้องคดี กับกระทรวงแรงงาน ที่ 1 กับพวก รวม 2 คน ผู้ถูกฟ้องคดี
โดยพิพากษาให้เพิกถอนประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวทำงานในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ สำหรับคนต่างด้าวซึ่งจะเข้ามาทำหน้าที่ เป็นผู้ประจำหน้าที่นักบินประจำอากาศยานด้วยวิธีการเช่าพร้อมผู้ประจำหน้าที่ (Wet Lease)
ตามกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศ ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2567 นับแต่วันที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษา จึงประกาศให้ทราบทั่วกัน ประกาศ ณ วันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569 จึงถือเป็นการปิดตำนาน สายการบินใช้นักบินต่างชาติบินในประเทศ
ทั้งนี้การที่สมาคมนักบินไทย ยื่นฟ้องร้องในเรื่องนี้ เป็นเพราะไม่เห็นด้วยต่อกรณีที่ครม.มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2567 ตามที่กระทรวงแรงงานเสนออนุญาตให้สายการบินทำการจัดหาเครื่องบินแบบ Wet Lease (เช่าเครื่องบินพร้อมนักบิน) เป็นการชั่วคราวเป็นเวลา 1 ปี สิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 (ต่ออายุให้ครั้งละ 6 เดือน เป็นจำนวน 2 ครั้ง)
โดยมีสายการบิน ไทยเวียตเจ็ท เพียงสายการบินเดียวที่ใช้สิทธินี้ ดังนั้นจะเห็นนักบินต่างชาติ เจ้ามาทำการบินเส้นทางบินในประเทศได้ ทั้งๆที่นักบินเป็นอาชีพสงวนของคนไทย และส่งผลกระทบโดยตรงต่อนักบินไทยที่กำลังว่างงานเป็นจำนวนมาก ทั้งยังหวั่นว่าต่อไปจะมีการขยายระยะเวลาออกไปอีกได้หากใช้ช่องทางนี้ดำเนินการอนุมัติได้ในอนาคต
ทำให้สมาคมนักบินไทย จึงได้ยื่นฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวทำงานในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ สำหรับคนต่างด้าวซึ่งจะเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ประจำหน้าที่นักบินประจำอากาศยานด้วยวิธีการเช่าพร้อมผู้ประจำหน้าที่ (Wet Lease) ตามกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศ ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2567
ประกาศดังกล่าวสืบเนื่องมาจากบริษัทเอกชนผู้ประกอบธุรกิจในการเดินอากาศรายหนึ่งได้มีหนังสือขอให้พิจารณาการใช้ผู้ควบคุมอากาศยานต่างชาติทำการบินในเส้นทางบินภายในประเทศเป็นการชั่วคราว โดยอ้างนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศและการจัดหาอากาศยานแบบ A320 จำนวน 2 ลำ ด้วยวิธีการเช่าพร้อมผู้ประจำหน้าที่ (Wet Lease)
ประเด็นการวินิจฉัยและเหตุผลของศาลปกครองสูงสุดได้พิจารณาอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในการออกประกาศยกเว้นตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560
1. ขอบเขตอำนาจ แม้ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานจะมีอำนาจตามมาตรา 7 วรรคสอง และมาตรา 14 ในการออกประกาศยกเว้นให้คนต่างด้าวทำงานในราชอาณาจักรได้
2. เงื่อนไขการใช้อำนาจ การใช้อำนาจนี้จะต้องเป็นกรณีพิเศษเฉพาะเรื่องที่มีความจำเป็นในการ"รักษาความมั่นคง การเศรษฐกิจของประเทศ หรือการป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ" ตามนัยมาตรา 14 และที่สำคัญ จะต้องไม่กระทบต่อ "โอกาสในการประกอบอาชีพและวิชาชีพของคนไทย"
3. การใช้ดุลพินิจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลเห็นว่าการออกประกาศที่พิพาทในคดีนี้ สืบเนื่องมาจากการขอความอนุเคราะห์ของบริษัทเอกชนเพื่อใช้ผู้ควบคุมอากาศยานต่างชาติทำการบินภายในประเทศเป็นการชั่วคราว ซึ่งมิใช่เป็นกรณีพิเศษเฉพาะเรื่องตามที่กฎหมายบัญญัติไว้
การออกประกาศจึงมีลักษณะเป็นการรักษาประโยชน์สาธารณะด้านอื่นซึ่งถือว่าเป็นการใช้ดุลพินิจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ