
'การบินไทย' ยังแกร่ง โกยกำไร ไตรมาส 1/2569 ทะลุ 1 หมื่นล้าน ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง
'การบินไทย' ยังแกร่ง ประกาศผลประกอบการ โกยกำไรไตรมาส 1/2569 ทะลุ 1 หมื่นล้าน ฝ่ามรสุมสงคราตะวันออกกลาง วิกฤตน้ำมัน
KEY
POINTS
- การบินไทย โกยกำไรไตรมาส 1/2569 ทะลุ 1 หมื่นล้านบาท ฝ่ามรสุมวิกฤตตะวันออกกลาง จากการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
- ตารางบินฤดูร้อนปี 2569 ครอบคลุม 62 เส้นทางทั่วโลกและเตรียมกลับมาบินเส้นทางกรุงเทพฯ-อัมสเตอร์ดัม ทุกวัน
- วาง 6 มาตรการบริหารจัดการเชิงรุก สงครามการค้าและความผันผวนของราคาน้ำมัน
วันนี้ (วันที่ 14 พฤษภาคม 2569) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) THAI ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2569 แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
การบินไทยสามารถทำกำไรสุทธิบริษัทฯ มีกำไรสุทธิจำนวน 10,107 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
268 ล้านบาท (+2.7%)
ทั้งนี้เป็นกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 10,093 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.36 บาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่บริษัทฯ มีกำไรต่อหุ้น 0.35 บาท โดยมี EBITDA จำนวน 17,548 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 819 ล้านบาท (+4.9%)
แม้จะต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายรอบด้าน ทั้งภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น
ในไตรมาสแรกของปี 2569 การบินไทยมีรายได้รวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) จำนวน 51,029 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 1.2 % เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากรายได้กิจการขนส่งที่ลดลงตามปริมาณการผลิตและขนส่งผู้โดยสารที่ลดลง 3.5 % โดยมีจำนวนผู้โดยสารรวม 4.18 ล้านคน
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีค่าใช้จ่ายรวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) 37,282 ล้านบาท ลดลง 1.8 %
ปัจจัยสำคัญมาจากค่า fuel ที่ลดลง 10.7% จากการบริหารปริมาณการผลิตและการแข็งค่าของเงินบาท แม้ราคาน้ำมันโลกจะปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยก็ตาม ส่งผลให้บริษัทฯ มี EBITDA สูงถึง 17,548 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9 %
นอกจากนี้ต้นทุนทางการเงินยังลดลง 14.2 % หรือลดลง 494 ล้านบาท เนื่องจากการเปลี่ยนสัญญาจากเช่าเป็นซื้อเครื่องบินแบบโบอิ้ง 777-300ER และแอร์บัส A320-200
ในไตรมาสนี้บริษัทฯ มีรายได้จากรายการครั้งเดียวสุทธิ 1,088 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจาก กำไรจากการยกเลิกสัญญาเช่าเครื่องบินจำนวน 1,435 ล้านบาท (จากการเปลี่ยนสัญญาเช่าเป็นซื้อ) และผลกำไรจากการวัดมูลค่าตราสารอนุพันธ์อีก 649 ล้านบาท
ในด้านการบริหารสินทรัพย์ บริษัทฯ ได้จำหน่ายเครื่องบินที่ไม่ได้ใช้งาน ได้แก่ Airbus A380-800 จำนวน 1 ลำ และ Boeing 777-200 จำนวน 1 ลำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างฝูงบิน
เส้นทางบินยุโรปโตเด่นสวนทางเอเชีย
ผลการดำเนินงานจำแนกตามภูมิภาค พบว่า
เส้นทางยุโรป รายได้พุ่งขึ้น 2.8% เป็น 16,082 ล้านบาท โดยได้รับอานิสงส์จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ทำให้ผู้โดยสารหันมาเลือกบินตรง (Non-stop flight) กับการบินไทยมากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการแวะพักในพื้นที่ขัดแย้ง ส่งผลให้อัตราบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) สูงถึง 90.5%
เส้นทางออสเตรเลีย รายได้เติบโต 1.7 % จากการเดินทางเชื่อมต่อจากยุโรปที่เพิ่มมากขึ้น
เส้นทางเอเชีย รายได้ลดลง 6.2% เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรงและการปรับลดความถี่ในบางเส้นทาง เช่น นาโกยา และการยกเลิกเส้นทางโคชิ
เส้นทางภายในประเทศ มีรายได้ 2,143 ล้านบาท ลดลง 2.2 % จากการปรับเปลี่ยนที่นั่งบนเครื่องบิน Airbus A320-200 เพื่อเพิ่มชั้นธุรกิจ
ยกระดับบริการด้วยเทคโนโลยีและฝูงบินใหม่
การบินไทยยังคงเดินหน้าสร้างความพึงพอใจให้ผู้โดยสารด้วยการเปิดตัวเครื่องบิน Airbus A321neo ลำแรกเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 ซึ่งมาพร้อมกับแนวคิด "Your Personal Room Concept" ในชั้นธุรกิจที่ปรับนอนราบได้ 180 องศา และระบบความบันเทิงหน้าจอ 4K
นอกจากนี้ ยังได้ติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Multi-Orbit) รองรับความเร็วสูงสุด 200-300 Mbpsเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล
ฐานะทางการเงินและสภาพคล่องยังแข็งแกร่ง
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 การบินไทยมีสินทรัพย์รวม 324,542 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7 % จากสิ้นปี 2568 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดสูงถึง 85,318 ล้านบาท สะท้อนถึงความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ดี
หากรวมสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นๆ (เช่น เงินฝากประจำที่มีอายุมากกว่า 3 เดือนแต่ไม่เกิน 1 ปี) บริษัทฯ จะมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดรวมทั้งสิ้น 132,320 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ถึง 8,760 ล้านบาท
ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 235,920 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% จากภาระผูกพันตามสัญญาเช่าเครื่องบินใหม่ แต่อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) กลับลดลงจาก 1.55 เท่า เหลือเพียง 1.35 เท่า แสดงถึงโครงสร้างทางการเงินที่มั่นคงขึ้น
วาง 6 มาตรการเชิงรุก รับมือความท้าทาย
แม้จะมีผลการดำเนินงานที่ดี แต่การบินไทยยังคงเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงในอนาคต โดยเฉพาะภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ IATA คาดการณ์ว่าอาจส่งผลให้มีการยกเลิกบางเที่ยวบินในยุโรปและเอเชียในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569
รวมถึงเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยที่ ททท. ปรับลดลงเหลือ 30-34 ล้านคน จากอุปสรรคด้านสงครามการค้าและความผันผวนของราคาน้ำมัน
ทั้งนี้เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนนี้ การบินไทยได้วางมาตรการบริหารจัดการเชิงรุก 6 ด้านได้แก่
- การบริหารต้นทุนเชื้อเพลิงและทำประกันความเสี่ยง
- การปรับแผนเครือข่ายเส้นทางบินและความถี่ให้สอดคล้องกับดีมานด์
- การบริหารรายได้และปรับราคาบัตรโดยสารให้เหมาะสม
- ควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวดและชะลอการลงทุนที่ไม่เร่งด่วน
- รักษาสภาพคล่องให้อยู่ในระดับที่เพียงพอ
- การทำ Stress Test และ Scenario Analysis เพื่อเตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์
การบินไทยยืนยันความพร้อมในการให้บริการด้วยตารางบินฤดูร้อนปี 2569 ครอบคลุม 62 เส้นทางทั่วโลกและเตรียมกลับมาบินเส้นทางกรุงเทพฯ-อัมสเตอร์ดัม ทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป







