thansettakij
thansettakij
CEO ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ ดึง 3 โรงแรม ตั้งกองรีท 4,500 ล้าน ทุ่ม 5 พันล้านขยายธุรกิจ

CEO ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ ดึง 3 โรงแรม ตั้งกองรีท 4,500 ล้าน ทุ่ม 5 พันล้านขยายธุรกิจ

11 พ.ค. 69 | 07:41 น.
อัปเดตล่าสุด :11 พ.ค. 69 | 08:14 น.

ออนิกซ์ ดึง 3 โรงแรม เข้ากองรีท 4,500 ล้านบาท ขยายพอร์ตโฟลิโอ 75 แห่ง ปี 2573 ทุ่ม 5,500 ล้านบาท ขยายธุรกิจ 3 ปีนี้ ดันรายได้ปีนี้ 1 หมื่นล้านบาท

วันนี้ (วันที่ 11 พฤษภาคม 2569) ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) บริษัทชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ด้านการบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ต เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ และที่พักอาศัยระดับหรู รวมถึงร้านอาหารและสปา ประกาศกลยุทธ์การเติบโตเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี

โดยตั้งเป้ารายได้รวม 10,330 ล้านบาทในปี 2569 เติบโต 14% จากปีก่อนหน้า พร้อมเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอสู่มากกว่า 75 แห่งภายในปี 2573 สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจและการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยตั้งงบลงทุนมูลค่า 5,500 ล้านบาทในช่วง 3 ปีข้างหน้า มุ่งเน้นการพัฒนาและยกระดับทรัพย์สินที่มีอยู่เป็น

ยุทธชัย จรณะจิตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป

ขยายพอร์ตโฟลิโอ 75 แห่งภายในปี 2573

นายยุทธชัย จรณะจิตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 60 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ผ่านการเปลี่ยนแปลง (Evolution) จากจุดเริ่มต้นที่มีเพียงโรงแรมเดียวในพัทยา จนปัจจุบันมีทรัพย์สินในพอร์ตโฟลิโอรวม 49 แห่ง และตั้งเป้าหมายที่จะขยายให้ถึง 75 แห่ง ภายในปี 2573 ครอบคลุมพื้นที่ใน 6 ประเทศ โดยมุ่งเน้นตลาดหลักในไทย มาเลเซีย ฮ่องกง และสปป.ลาว

 

ทุ่ม 5.5 พันล้าน ลงทุน 9 โรงแรมใหม่

ในปี 2569 บริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่ ได้แก่ ชามา สุขุมวิท 101 กรุงเทพฯ (Shama Sukhumvit 101 Bangkok), ชามา เมดินี (Shama Medini) และ วาย โฮเทล หนานซาน เซินเจิ้น อินสไปร์ บาย โอโซ่ (Y Hotel Nanshan Shenzhen Inspired by OZO) ซึ่งสะท้อนถึงการรุกขยายทั้งในกลุ่มเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์และโรงแรมไลฟ์สไตล์ในเมืองเศรษฐกิจสำคัญของภูมิภาค

อมารี

ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังมีแผนพัฒนาโครงการในอนาคตอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปีนี้ มูลค่าการลงทุน 5,500 ล้านบาท  อาทิ ชามา ระยอง ชามา ฮับ ลาดพร้าว กรุงเทพฯ (Shama Hub Ladprao Bangkok), EQ Phuket ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุนกับ Equatorial Hotel Group จากมาเลเซีย บนหาดกะตะ มูลค่าลงทุน 2,800 ล้านบาท , ชามา นอร์ท พัทยา เป็นการร่วมทุนกับบริษัทรายใหญ่จากญี่ปุ่น มูลค่าประมาณ 700-750 ล้านบาท

โรงแรม เครือ ออนิกซ์

รวมถึงโครงการระดับลักชัวรีอย่าง อมารี รีสอร์ต แอนด์ วิลล่า สมุย ซึ่งได้เช่าที่ดินเพิ่ม 30 ไร่ สร้างห้องวิลลารวม 65 ห้อง มูลค่าประมาณ 700 ล้านบาท และหากรวมอมารี เกาะสมุยปัจจุบันจะทำให้มีโรงแรมรวม 300 ห้อง

 

รวมถึงแผนปรับปรุงครั้งสำคัญของ อมารี ภูเก็ต (Amari Phuket Transformation) เพื่อยกระดับศักยภาพของสินทรัพย์และประสบการณ์ของผู้เข้าพัก โดยจะปรับปรุงห้องเก่ามาเป็นสวีท พูลวิลล่า มูลค่าประมาณ 1,200 ล้านบาท เพื่อสร้าง Segment ใหม่ที่สามารถทำกำไรได้สูงขึ้น

อย่างไรก็ตามการลงทุนดังกล่าวแม้ต้องเผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนการก่อสร้างและค่าสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น แต่บริษัทยังคงรักษาระเบียบวินัยทางการเงิน (Financial Discipline) และเน้นการสร้างประสิทธิภาพสูงสุดจากทรัพย์สินที่มีอยู่เพื่อให้เกิดผลตอบแทนที่ยั่งยืนแก่นักลงทุน

CEO ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ ดึง 3 โรงแรม ตั้งกองรีท 4,500 ล้าน ทุ่ม 5 พันล้านขยายธุรกิจ

ดึง 3 โรงแรม ตั้งกองรีท 4,500 ล้าน

นอกเหนือจากแผนขยายธุรกิจในระดับภูมิภาคแล้ว กลุ่มออนิกซ์ฯ ยังเดินหน้าสร้างการเติบโตผ่านการบริหารสินทรัพย์และการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดย ออนิกซ์ฯ เตรียมจะจัดตั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หรือ REIT (Real Estate Investment Trust) ภายใต้ชื่อ " ONYX RT " เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัท จากปัจจัยสนับสนุนทั้งอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ทยอยฟื้นตัว และการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 35 ล้านคน

ในช่วงแรกบริษัทวางแผนจะนำทรัพย์สินเข้ากองทุนทั้งหมด 3 แห่ง ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่มีผลประกอบการดีมาก (Performance) ได้แก่ โรงแรมอมารี กรุงเทพ  ซึ่งเป็นโรงแรมระดับแฟลกชิป, โอโซ่ ภูเก็ต และ โอโซ่ สมุย  โดยทรัพย์สินที่ภูเก็ตและสมุยถือเป็นจุดแข็งเนื่องจากตั้งอยู่ในทำเลที่ดีเยี่ยมและสามารถสร้างรายได้จากกลุ่มลูกค้าพำนักระยะยาว  ได้อย่างดีในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา

การระดมทุนในชุดแรก ตั้งเป้ามูลค่ารวมไว้ที่ประมาณ 4,000 - 4,500 ล้านบาท  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินไปสนับสนุนการพัฒนาโครงการใหม่ๆ ใน Pipeline ของบริษัท และส่วนหนึ่งจะนำไปชำระคืนหนี้แก่เจ้าหนี้ ปัจจุบันบริษัทได้ดำเนินการยื่นไฟลิ่ง (Filing) เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะเริ่มทำ Roadshow ในช่วงเดือนมิถุนายน โดยตั้งเป้าที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่เกินเดือนตุลาคม 2569

"ONYX REIT ถูกออกแบบให้เป็น Evolving REIT  หรือกองทุนที่มีการเติบโตต่อเนื่อง ไม่ใช่การขายครั้งเดียวจบ บริษัทมีแผนที่จะนำทรัพย์สินคุณภาพอื่นๆ เช่น แบรนด์ Shama หรือโรงแรมในพัทยา เข้าสู่กองทุนในชุดที่ 2 และ 3 ต่อไป ซึ่งจะทำให้ขนาดของกองทุนขยายตัวไปถึง 7,000 - 8,000 ล้านบาทภายใน 4-5 ปีข้างหน้า

สำหรับจุดเด่นของกองทุนนี้มีความหลากหลายของที่ตั้งทรัพย์สิน (Multiple locations) ทั้งในกรุงเทพฯ ภูเก็ต และสมุย ซึ่งถือเป็นการกระจายความเสี่ยงในตัว (Natural hedging) หากแหล่งท่องเที่ยวใดได้รับผลกระทบ ก็ยังมีพื้นที่อื่นรองรับ  นอกจากนี้ บริษัทยังเชื่อมั่นว่าอัตราผลตอบแทน (Yield) จะสามารถแข่งขันได้ในกลุ่มทรัพย์สินประเภทโรงแรม

อย่างไรก็ตามเดิมทีบริษัทตั้งใจจะนำทรัพย์สินเข้า 4 แห่ง แต่หลังจากประเมินสภาวะตลาดแล้ว ได้ตัดสินใจเลือกเพียง 3 แห่งที่แข็งแกร่งที่สุดเข้ามาก่อน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน และรอจังหวะที่เหมาะสมสำหรับทรัพย์สินส่วนที่เหลือในอนาคต

ตั้งเป้าโกยรายได้ปีนี้ 10,330 ล้าน

นายยุทธชัย กล่าวต่อว่า ผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา  บริษัทสามารถสร้างรายได้รวม  ได้กว่า 9,000 ล้านบาท โดยมีกำไรจากการดำเนินงาน (GOP) อยู่ที่ประมาณ 3,500 ล้านบาท  สำหรับปี 2026 บริษัทตั้งเป้าหมายที่ท้าทายยิ่งขึ้นด้วยการขยับรายได้รวม 10,330 ล้านบาท เติบโต 14% จากปีก่อนหน้า โดยอาศัยกลยุทธ์การบริหารจัดการราคา (Pricing) การใช้ระบบการกระจายรายได้แบบไดนามิก เพื่อดึงดูดลูกค้าจากหลากหลายตลาดทั่วโลก รวมถึงการมีแบรนด์ที่หลากหลาย

โรงแรมในเครือออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เดินหน้ายกระดับแบรนด์ในภาพรวม ผ่านแผนระยะยาวภายใต้แนวคิด “ONYX Universe” ซึ่งเป็นกรอบกลยุทธ์ระดับองค์กรที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ครอบคลุมการดำเนินธุรกิจในทุกมิติ ตั้งแต่การพัฒนาศักยภาพบุคลากร เทคโนโลยี ความยั่งยืน ความแข็งแกร่งของแบรนด์ ประสิทธิภาพด้านการตลาดและรายได้ ความสัมพันธ์กับลูกค้า ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ตลอดจนการบริหารสินทรัพย์เพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาว

โดยแนวทางดังกล่าวจะเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับภูมิภาค และตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของนักเดินทางและผู้อยู่อาศัยได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

รีแบรนด์อมารี ชูจุดขาย 4 แบรนด์โรงแรม

กลุ่มออนิกซ์ฯ ยังได้พัฒนาและปรับตำแหน่งทางการตลาดของแบรนด์หลักทั้ง 4 แบรนด์ เพื่อเสริมความชัดเจนในการสร้างความแตกต่าง และให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น ดังนี้

อมารี (Amari) ได้ปรับตำแหน่งแบรนด์ในกลุ่ม upper-upscale ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยตอกย้ำการบริการแบบไทยที่อบอุ่น ผสานความเข้าใจในแต่ละพื้นที่ และเอกลักษณ์ของจุดหมายปลายทางให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

บริษัทได้ประกาศแผนการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ Amari ครั้งใหญ่ในรอบ 10 ปี เพื่อให้มีความทันสมัยและตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าในระดับที่สูงขึ้น โดยจะใช้เวลาดำเนินการ 3-5 ปี ครอบคลุมทั้ง Service Culture และ Touchpoints ต่างๆ

โอโซ่ (OZO) โรงแรมไลฟ์สไตล์ระดับ upper-midscale ที่ได้พัฒนาและยกระดับการบริการ เพื่อตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ที่มองหาประสบการณ์การเข้าพักที่ราบรื่น พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นครบถ้วน และความสบายที่เพิ่มขึ้น

ชามา (Shama) แบรนด์เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ที่มุ่งสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยภายใต้แนวคิด Joy of Living ด้วยการสร้างสรรค์ชุมชนที่มีชีวิตชีวา พร้อมส่งมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ได้รับการออกแบบอย่างใส่ใจ ซึ่งผสานความสะดวกสบาย คุณภาพ และไลฟ์สไตล์ที่มีความหมาย เพื่อตอบโจทย์ทั้งการเข้าพักระยะสั้นและระยะยาว

โอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ (Oriental Residence) ได้รับการยกระดับสู่การถ่ายทอดนิยามแห่งความลักชัวรีที่ประณีตยิ่งขึ้น สะท้อนความสง่างามอย่างเรียบสงบ โดยมีความเป็นส่วนตัวเป็นหัวใจสำคัญ พร้อมใส่ใจในทุกรายละเอียดผ่านการบริการที่ออกแบบเฉพาะอย่างพิถีพิถัน

การยกระดับแบรนด์ในครั้งนี้สะท้อนแนวทางของออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ในการสร้างความแตกต่างที่ชัดเจน เพื่อรองรับทิศทางการเติบโตและการขยายธุรกิจในอนาคต