

KEY
POINTS
นายประณัย สายชมภู กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพ ลา เพลิน บูติค รีสอร์ท จำกัด เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ถูกจดจำในฐานะ “เมืองกีฬา” จากการเป็นเจ้าภาพอีเวนต์กีฬาระดับประเทศและนานาชาติ ส่งผลให้เกิดการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่ท่องเที่ยวใหม่ รวมถึงธุรกิจบริการอย่างโรงแรมและร้านอาหารจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม หากมองในเชิงโครงสร้างการท่องเที่ยวระยะยาวมองว่ารากฐานที่แท้จริงของบุรีรัมย์ไม่ได้อยู่ที่กีฬาเพียงมิติเดียว แต่คืออารยธรรมและทรัพยากรทางธรณีวิทยาโดยเฉพาะภูเขาไฟโบราณ ซึ่งเป็นอัตลักษณ์สำคัญของจังหวัด และยังเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถพัฒนาเป็นสินค้าท่องเที่ยวเชิงคุณค่าได้ตลอดปี
สำหรับภาพรวมปี 2568 บุรีรัมย์เป็นจังหวัดที่มีมิติทางการเมืองค่อนข้างสูงในสายตาคนนอก ซึ่งทำให้หลายฝ่ายมองว่าการเติบโตของพื้นที่เป็นผลจากการเมืองควบคู่กับเศรษฐกิจ แต่ในมุมของผู้ประกอบการ การเติบโตของจังหวัดไม่ได้เกิดจากการเมืองเพียงอย่างเดียว เพราะภาคเอกชนในพื้นที่ต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับโอกาสทางเศรษฐกิจ
“สำหรับผู้ประกอบการ ถือเป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย เมืองเติบโต เราก็มีโอกาสเติบโตตาม แต่สิ่งที่ตามมาคือการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น มีนักลงทุนหน้าใหม่เข้ามามากขึ้น เอกชนจึงต้องยกระดับธุรกิจอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการจัดอีเวนต์ใหญ่อย่าง MotoGP หรือแรงสนับสนุนจากภาครัฐ แต่ถ้าฝั่งซัพพลายไม่พร้อม ไม่ว่าจะเป็นที่พัก การบริการ หรือบุคลากร โอกาสก็ไม่ตกมาถึงผู้ประกอบการ เอกชนหลังบ้านจึงต้องเตรียมตัวหนักมาก”
จุดแข็งสำคัญของบุรีรัมย์ คือการที่ผู้ประกอบการมีความเป็นกลุ่มเป็นก้อน และขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้เมื่อโอกาสมาถึงจังหวัดสามารถรองรับได้อย่างมีคุณภาพ
แม้บุรีรัมย์ยังถูกจัดเป็นเมืองรองไม่ใช่จุดหมายหลักของนักท่องเที่ยว แต่ในช่วงหลังเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง โดยมีนักท่องเที่ยวหน้าใหม่เดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวมีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งกลุ่มคาราวานท่องเที่ยว และนักท่องเที่ยวต่างชาติจากประเทศที่ไม่เคยพบเห็นในอดีต เช่น นักท่องเที่ยวชาวจีนจากมณฑลยูนนานที่เดินทางเข้ามาเป็นกรุ๊ปคาราวาน จากเดิมที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจะกระจุกตัวอยู่เฉพาะสนามแข่งรถหรือสนามฟุตบอล ปัจจุบันเริ่มกระจายตัวออกไปสู่แหล่งท่องเที่ยวรอบนอกมากขึ้น
“ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่จะเป็นประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา หรือ สปป.ลาว แต่ปีที่ผ่านมาเริ่มเห็นนักท่องเที่ยวจีนเข้ามา ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ใหม่ของผู้ประกอบการในพื้นที่”
ขณะเดียวกันยังพบว่า นักท่องเที่ยวแบบ FIT (เดินทางอิสระ) มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น สะท้อนพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เริ่มมองบุรีรัมย์เป็นปลายทางมากกว่าจุดแวะผ่าน
การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการจัดกิจกรรมแฟมทริป โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่พาคณะจากต่างประเทศเข้ามาสำรวจพื้นที่อีสานใต้
ยกตัวอย่าง กลุ่มนักท่องเที่ยวจากยุโรป เช่น เวียนนา ประเทศออสเตรีย ที่เดินทางมาจากการประสานงานของสำนักงาน ททท. แฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ผู้ประกอบการในพื้นที่แทบไม่เคยต้อนรับมาก่อน
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มนักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่นที่เดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อมโยงกับการที่บุรีรัมย์เป็นที่ตั้งของสนามแข่งรถระดับโลก ทำให้บริษัทเอกชนและผู้เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมกีฬาเริ่มรู้จักจังหวัดมากขึ้น และขยายการเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวอื่นในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวบุรีรัมย์ในปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย ทั้งเหตุอุบัติเหตุรถบัสนักเรียนไฟไหม้ช่วงปลายปี 2567 การเลือกตั้งที่ทำให้การจัดสัมมนาหน่วยงานรัฐไม่ต่อเนื่อง รวมถึงสถานการณ์ปะทะชายแดนในช่วงกลางปี 2568 ซึ่งกระทบต่อภาพลักษณ์จังหวัด แม้พื้นที่จริงอย่างอำเภอคูเมืองจะอยู่ห่างจากแนวชายแดนกว่า 140 กิโลเมตร
“เฉพาะเดือนธันวาคมที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวหายไปเกือบ 80% เพราะนักท่องเที่ยวต่างจังหวัดเห็นชื่อบุรีรัมย์แล้วเกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัย ทั้งที่พื้นที่จริงไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง”
นายประณัยมองว่า การเปิดสนามบินนานาชาติบุรีรัมย์ในปี 2569 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยยกระดับจังหวัดจากเมืองท่องเที่ยวเชิงกีฬา ไปสู่การเป็นเมืองไมซ์ (MICE) อย่างเป็นรูปธรรม โดยขณะนี้ผู้ประกอบการในพื้นที่เริ่มขยับตัว เตรียมความพร้อมรองรับการจัดประชุม สัมมนา และฟอรัมขนาดใหญ่ ผ่านการทำงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น ทั้งหอการค้า สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และสถาบันการศึกษา เพื่อพัฒนาโครงสร้างรองรับกิจกรรมระดับองค์กรและระดับประเทศ
อย่างไรก็ตามการผลักดันบุรีรัมย์สู่เมืองไมซ์จะเกิดขึ้นได้อย่างเต็มศักยภาพ จำเป็นต้องมีการสนับสนุนจากภาครัฐมากกว่าที่เป็นอยู่ ทั้งในด้านการลดต้นทุนผู้ประกอบการ โดยเฉพาะต้นทุนแรงงาน สิทธิประโยชน์ทางภาษี และการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งถือเป็นจุดอ่อนสำคัญของจังหวัดในปัจจุบัน
แหล่งท่องเที่ยวชุมชนหลายแห่งของบุรีรัมย์มีศักยภาพสูง แต่การเข้าถึงยังจำกัด หากไม่มีรถยนต์ส่วนตัว ทำให้การกระจายรายได้สู่ชุมชนรอบนอกเป็นไปได้ยาก หากภาครัฐไม่เร่งพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถสองแถวหรือรถแดงในรูปแบบเดียวกับจังหวัดเชียงใหม่ โอกาสที่นักท่องเที่ยวจะออกไปใช้จ่ายนอกตัวเมืองจะยังคงจำกัดอยู่
นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในการเดินทาง โดยเฉพาะสถานการณ์ชายแดน ถือเป็นปัจจัยที่อ่อนไหวอย่างมากต่อการตัดสินใจของกลุ่มนักท่องเที่ยวครอบครัวและโรงเรียน ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของบุรีรัมย์ หากมีข่าวความไม่สงบหรือความเสี่ยงด้านความปลอดภัย จะส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางทันที
ในมุมของผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจต้องการให้รัฐช่วยลดภาระด้านภาษีและสวัสดิการ รวมถึงเร่งกระบวนการจดแจ้งผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้มีความรวดเร็วและทันต่อการแข่งขันในตลาด เนื่องจากสมุนไพรและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพกำลังกลายเป็นหนึ่งในธุรกิจดาวรุ่งของจังหวัด
คาดว่า ปี 2569 จะเป็นปีแห่งการเก็บเกี่ยวผลของบุรีรัมย์ จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะสนามบิน ควบคู่กับการปรับโมเดลธุรกิจของผู้ประกอบการ จากการพึ่งพาการท่องเที่ยวเชิงกีฬาเพียงอย่างเดียว ไปสู่การเป็นศูนย์การเรียนรู้และฐานการผลิตสมุนไพร หากไม่มีเหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่ชายแดน เศรษฐกิจของบุรีรัมย์จะเติบโตอย่างมีคุณภาพ และมีความหลากหลายมากกว่ายุค Sport City ในอดีต
จากผลกระทบสถานการณ์ชายแดน เพลาเพลินจึงร่วมมือกับจังหวัดใกล้เคียง และ ททท. พัฒนาโครงการ “อีสานดึกดำบรรพ์” ภายใต้แนวคิด FOSSIL IN THE GARDEN เพื่อเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ ธรณีวิทยา และอารยธรรมมนุษย์ ผ่านเส้นทางท่องเที่ยว 6 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
โครงการเลือกใช้ “ช้างดึกดำบรรพ์” เป็นตัวชูโรง แทนการขายเส้นทางปราสาทหินแบบเดิม โดยเชื่อมโยงตั้งแต่ฟอสซิลช้างบนดินแดนภูเขาไฟ ไปจนถึงวัฒนธรรมเมืองช้างของสุรินทร์และบุรีรัมย์ และวิถีชีวิตของชาวกูย
กลุ่มเป้าหมายหลักคือ นักท่องเที่ยว Gen X และ Gen Y ที่สนใจประวัติศาสตร์ อนุรักษ์นิยม และต้องการลงพื้นที่จริง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าพื้นที่อีสานใต้ยังปลอดภัยและมีคุณค่ามากกว่าภาพข่าวเชิงลบ