

วันนี้ (วันที่ 30 มกราคม 2569) บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ประกาศความสำเร็จในการพัฒนาระบบสนับสนุนการจัดการความคล่องตัวการจราจรทางอากาศ (Air Traffic Flow Management : ATFM) สู่เวอร์ชันใหม่ ATFAS 2.0 มุ่งเป้าเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ห้วงอากาศ ลดความแออัดและการบินวนรอ ช่วยสายการบินลดต้นทุนเชื้อเพลิง พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินไทย สู่แนวทาง Green Aviation และการเติบโตอย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาค
นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เปิดเผยว่า วิทยุการบินฯ ให้บริการระบบสนับสนุนการจัดการความคล่องตัวการจราจรทางอากาศ หรือ ATFM ครอบคลุมทั้งเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง มาตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งจากการรวบรวมสถิติผลการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน พบว่าสามารถสร้างผลลัพธ์ที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมการบิน ทั้งด้านการลดต้นทุนและด้านสิ่งแวดล้อม
โดยสามารถช่วยสายการบินประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากกว่า 60 ล้านกิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,900 ล้านบาท อีกทั้งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศได้กว่า 189 ล้านกิโลกรัม ซึ่งผลลัพธ์ดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิด Green ATM ที่มุ่งสู่การเป็นองค์กรชั้นนำด้านการจัดการจราจรทางอากาศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระดับภูมิภาค
หลังจาก วิทยุการบินฯ ได้พัฒนาระบบ ATFM โดยทดลองใช้งานระบบ Air Traffic Flow Advisory System เวอร์ชัน 2.0 (ATFAS 2.0) ซึ่งเป็นระบบสนับสนุนการจัดการความคล่องตัวการจราจรทางอากาศที่พัฒนาขึ้น
ทั้งนี้เพื่อประมวลผลข้อมูลการบินแบบ Real-time ให้มีความแม่นยำสูง ช่วยบริหารจัดการความหนาแน่นในพื้นที่สนามบินและน่านฟ้าให้สอดคล้องกับสภาพจราจรทางอากาศจริงในปัจจุบัน
ช่วยลดภาระการประสานงานในการปรับเปลี่ยนเวลาเครื่องขึ้นระหว่างสายการบินและศูนย์บริหารความคล่องตัวการจราจรทางอากาศกรุงเทพฯ ได้เฉลี่ยถึง 2,000 ครั้งต่อเดือน ถือเป็นการยกระดับขีดความสามารถในการบริหารจัดการข้อมูล สู่เทคโนโลยีดิจิทัลที่สามารถวิเคราะห์และคาดการณ์สถานการณ์การบินได้แม่นยำยิ่งขึ้น
นอกจากจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจราจรทางอากาศ ยังเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในการบริหารน่านฟ้า ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนให้แก่สายการบิน โดยวิทยุการบินฯ มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการบินอย่างต่อเนื่อง
พร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมายการบินสีเขียว (Green Aviation) อย่างยั่งยืน