

KEY
POINTS
การเดินทางระยะไกลกำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่ “ราคา” เป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจ ปัจจุบัน “ความสะดวกสบาย” กำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของนักเดินทางไทยอย่างชัดเจน ผลสำรวจพฤติกรรมการเดินทางล่าสุดพบว่า มากกว่า 60% ของคนไทยมองว่าความสะดวกสบายบนเครื่องบินส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์การเดินทางโดยรวม และมีน้ำหนักในการเลือกเที่ยวบินไม่ต่างจากค่าโดยสาร
ข้อมูลดังกล่าวมาจากการวิจัยของ Air New Zealand ที่เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างชาวไทยกว่า 4,000 คน สะท้อนภาพนักเดินทางยุคใหม่ที่เริ่มประเมิน “ต้นทุนทางกายภาพและสุขภาพ” ควบคู่ไปกับต้นทุนด้านราคา โดยเฉพาะในการเดินทางระยะไกลหลายชั่วโมง
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ผลสำรวจสะท้อนออกมา คือความเหนื่อยล้าหลังการเดินทาง นักเดินทางไทยถึง 4 ใน 5 คนยอมรับว่า เมื่อเดินทางถึงจุดหมายแล้ว ยังต้องใช้เวลาฟื้นตัวก่อนจะเริ่มต้นทริปได้อย่างเต็มที่ ขณะที่ 83% ระบุว่า รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้เลือกที่นั่งที่กว้างและสบายกว่านี้ตั้งแต่ต้น
แม้ผู้โดยสารส่วนใหญ่จะตระหนักถึงความสำคัญของความสะดวกสบาย แต่พฤติกรรมจริงกลับสวนทางกันอย่างน่าสนใจ ผลสำรวจพบว่า มีเพียง 41% เท่านั้นที่เลือกอัปเกรดที่นั่ง ขณะที่อีกราวหนึ่งในสามเคยพิจารณา แต่สุดท้ายยังตัดสินใจไม่เลือก ส่งผลให้กว่า 81% ต้องเผชิญกับอาการอ่อนล้าก่อนเริ่มต้นการท่องเที่ยว
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนช่องว่างระหว่างการรับรู้ กับ การตัดสินใจ ซึ่งอาจมาจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ ความไม่แน่ใจเรื่องความคุ้มค่า หรือการให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายล่วงหน้ามากกว่าผลกระทบหลังการเดินทาง
เจเรมี โอ ไบรอัน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายลูกค้าและดิจิทัลของ Air New Zealand ระบุว่า ข้อมูลจากผลสำรวจสอดคล้องกับเสียงสะท้อนจากผู้โดยสารทั่วโลก โดยเฉพาะในเส้นทางระยะไกล
ความสะดวกสบายและการพักผ่อนอย่างมีคุณภาพกำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของการเดินทาง และส่งผลต่อแนวคิดการออกแบบประสบการณ์บนเครื่องบินในระยะยาว ไม่ใช่เพียงเพื่อให้ผู้โดยสาร “เดินทางถึง” แต่ต้องพร้อมใช้งานร่างกายเมื่อถึงจุดหมาย
สำหรับประเทศที่ตั้งอยู่ห่างไกลอย่างนิวซีแลนด์ การเดินทางหลายชั่วโมงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ สายการบินจึงเริ่มนำข้อมูลเชิงพฤติกรรมมาใช้ในการออกแบบห้องโดยสาร เพื่อลดความเหนื่อยล้าและเพิ่มคุณภาพการพักผ่อนระหว่างเดินทาง
ผลสำรวจยังสะท้อนให้เห็นว่า นักเดินทางไทยเริ่มให้ความสนใจกับตัวเลือกที่นั่งระดับกลางมากขึ้น โดยเฉพาะชั้น Premium Economy ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในเที่ยวบินระยะไกล
ที่นั่ง Premium Economy มีจุดเด่นด้านพื้นที่ โดยระยะห่างระหว่างที่นั่งอยู่ที่ประมาณ 41 นิ้ว มากกว่าชั้นประหยัดที่ราว 31 นิ้ว ช่วยลดความอึดอัดระหว่างเดินทาง รวมถึงบริการเสริม เช่น น้ำหนักสัมภาระที่มากขึ้น และคุณภาพอาหารที่ดีขึ้น ทำให้ผู้โดยสารจำนวนไม่น้อยมองว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ด้านสุขภาพและความพร้อมหลังเดินทาง
ขณะเดียวกัน ชั้น Economy เองก็เริ่มมีการพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ผู้โดยสาร เช่น ที่นั่ง Economy Stretch ที่เพิ่มพื้นที่วางขา หรือ Skycouch ที่สามารถปรับแถวที่นั่งให้กลายเป็นพื้นที่เอนหรือนอนได้ เหมาะกับคู่เดินทางหรือครอบครัว
ส่วนชั้น Business Premier ยังคงเป็นตัวเลือกสำหรับผู้โดยสารที่ต้องการการพักผ่อนเต็มรูปแบบ ด้วยที่นั่งปรับนอนราบ ชุดเครื่องนอน และการออกแบบห้องโดยสารที่เน้นความเป็นส่วนตัวและบรรยากาศเงียบสงบ
ในภาพรวม ผลสำรวจครั้งนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของพฤติกรรมนักเดินทางไทย จากการมองการเดินทางเป็นเพียงค่าใช้จ่ายเพื่อไปถึงจุดหมายไปสู่การประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ พลังงาน และประสบการณ์ตลอดทริป
ความสะดวกสบายบนเครื่องบินจึงไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือยอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นปัจจัยที่ช่วยกำหนดคุณภาพของการเดินทางทั้งทริป ตั้งแต่ก้าวแรกที่ลงจากเครื่องบิน