
เอกชนจี้รัฐอัด Soft Loan 40 ล้านกู้หาดใหญ่ หลังอุทกภัยทำร้านค้าฟื้นไม่ถึง 20%
หอการค้าสงขลา ผนึกกำลังเอกชนท่องเที่ยว-โรงแรมหาดใหญ่ จี้รัฐบาลยกระดับฟื้นฟูหาดใหญ่เป็นวาระแห่งชาติ หลังเศรษฐกิจบอบช้ำหนักจนกิจการฟื้นไม่ถึง 20% เสนอขยายเพดานกู้ 40 ล้านบาท พร้อมอัดฉีดโมเดล "คนละครึ่งพลัส" กู้ชีพเมือง
KEY
POINTS
- ภาคเอกชนหาดใหญ่เผยผลกระทบจากอุทกภัยรุนแรง ทำให้ผู้ประกอบการสามารถกลับมาเปิดกิจการได้ไม่ถึง 20% เนื่องจากขาดสภาพคล่องอย่างหนัก
- เสนอให้รัฐบาลทบทวนมาตรการช่วยเหลือ โดยเรียกร้องให้ขยายวงเงินสินเชื่อฟื้นฟู (Soft Loan) เป็นสูงสุดไม่เกิน 40 ล้านบาทต่อราย เพื่อให้เพียงพอต่อการซ่อมแซม
- ข้อเสนอสินเชื่อดังกล่าวให้มีอัตราดอกเบี้ย 0% ในช่วง 6 เดือนแรก และ 1.5% ต่อปี ตลอดระยะเวลา 5 ปี เพื่อช่วยพยุงธุรกิจให้กลับมาฟื้นตัว
สถานการณ์เศรษฐกิจอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังเผชิญมหาอุทกภัยยังคงอยู่ในภาวะวิกฤต โดยนายทรงพล จังศิริวัฒนธำรง ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่าความเสียหายจากมหาอุทกภัย น้ำท่วมหาดใหญ่ ส่งผลกระทบรุนแรงลึกถึงระดับโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มร้านค้าและสถานประกอบการในตัวเมืองที่ได้รับผลกระทบหนักจนถึงระบบไฟฟ้าและฝ้าเพดาน
ซึ่งปัจจุบันพบว่าผู้ประกอบการสามารถกลับมาเปิดกิจการได้ไม่ถึง 20% เนื่องจากขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรงในการซ่อมแซมและฟื้นฟูกิจการ
ประธานหอการค้าฯ จึงเสนอให้รัฐบาลทบทวนวงเงิน Soft Loan จากเดิมที่กำหนดไว้เบื้องต้น 1 ล้านบาท ซึ่งไม่สอดคล้องกับความเสียหายจริง โดยขอให้ขยายวงเงินสินเชื่อฟื้นฟูสูงสุดไม่เกิน 40 ล้านบาทต่อราย เพื่อให้เพียงพอต่อการ Renovate กิจการ พร้อมกำหนดอัตราดอกเบี้ย 0 ในช่วง 6 เดือนแรก และคิดอัตราดอกเบี้ย 1.5 ต่อปี ตลอดระยะเวลา 5 ปี
นอกจากนี้ยังเสนอให้รัฐบาลเร่งฟื้นฟูการท่องเที่ยวผ่านโครงการ "คนละครึ่งพลัส" เฉพาะพื้นที่อำเภอหาดใหญ่และใกล้เคียง รวมถึงพิจารณาลดค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา และภาษีที่ดิน เพื่อประคองผู้ประกอบการ และข้อเสนอสำคัญคือการออก พ.ร.ก. ฉุกเฉินเรื่องน้ำท่วม เพื่อจัดสรรงบประมาณเร่งด่วนสำหรับโครงการป้องกันน้ำท่วมแบบ Quick Win เช่น การขุดลอกคลองระบายน้ำ ทำฟลัดเวย์ให้เสร็จภายใน 1-5 ปี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน แทนการรองบประมาณปกติในปี 2570 ซึ่งอาจสายเกินไป
ด้านนายศิวัฒน์ สุวรรณวงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา ชี้ว่าปัจจุบันหาดใหญ่มีจำนวนนักท่องเที่ยวกลับเข้ามาเพียง 10% เมื่อเทียบกับสภาวะปกติ จึงขอให้ภาครัฐลดขั้นตอนและหั่นรายได้ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงเพื่อส่งกลับมาช่วยเหลือประชาชน







