

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เผยว่าททท.ได้คาดการณ์สถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยพบว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยในภาพรวมยังคงมีแนวโน้มชะลอตัว ส่วนตลาดในประเทศ หรือ ไทยเที่ยวไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนและรายได้
แต่ด้วยรายได้นักท่องเที่ยวต่างชาติหดตัวลงมาก จึงส่งผลให้รายได้ทางการท่องเที่ยวรวมในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 อยู่ระหว่าง 70,105 – 76,500 ล้านบาท ลดลง 2-9 % เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ตลาดต่างประเทศ คาดว่า จะมีต่างชาติเที่ยวไทยประมาณ 1.4 - 1.5 ล้านคน ลดลง 6 -12 % และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวเข้าประเทศไทยประมาณ 51,600 - 58,000 ล้านบาท ลดลง 4 - 15 %
ส่วนตลาดในประเทศ คาดว่าจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยประมาณ 4.96 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 7 % และมีรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 18,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
ตลาดการท่องเที่ยวในประเทศมีแนวโน้มขยายตัวได้ดี ทั้งในแง่ของจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ โดย ททท. คาดการณ์ว่าในช่วงปีใหม่ ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2568 - 4 มกราคม 2569 รวม 5 วันนี้ จะมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางท่องเที่ยวประมาณ 4.96 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 7% และสร้างรายได้หมุนเวียนประมาณ 18,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7 %
จากปัจจัยสนับสนุนหลัก ได้แก่ มาตรการภาครัฐ ที่ประกาศวันหยุดยาวต่อเนื่อง 5 วัน, อากาศที่เย็นลงกระตุ้นการเดินทาง โดยเฉพาะสู่แหล่งท่องเที่ยวในภาคเหนือ การจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองช่วงเทศกาลปีใหม่ และการจัดงานเคาท์ดาวน์ 2026 อาทิ งาน "Amazing Thailand Countdown 2026"ของททท. และกิจกรรมของพันธมิตร เช่น งาน "Disney The Magical Star 2026" ที่เซ็นทรัลเวิลด์ และคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังอย่าง มาร์ค ต้วน ที่ไอคอนสยาม ที่สามารถสร้างบรรยากาศแห่งความสุขกับช่วงเวลาส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่แก่นักท่องเที่ยว
ทั้งนี้ททท.คาดว่าภาคกลาง จะเป็นพื้นที่ที่มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยมากที่สุด อยู่ที่ 1.28 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 6 % รองลงมาคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 1,105,300 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 5 % และอันดับสามคือ ภาคตะวันออก จำนวน 925,900 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 8 %
ขณะที่ ภาคตะวันออก เป็นภูมิภาคที่สร้างรายได้สูงสุด อยู่ที่ 3,820 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9 % รองลงมา คือ ภาคเหนือ 3,710 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12 % และอันดับสาม คือ กรุงเทพมหานคร 3,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6 %
สำหรับภาพรวม 2 จังหวัดที่จัดททท.กิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 เคาท์ดาวน์ 2026 “Amazing Thailand Countdown 2026” คือ กว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา และสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส
ททท.คาดว่าจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 35,600 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 38 % และสร้างรายได้ 85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37 % ซึ่งพะเยามีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยและรายได้มากกว่านราธิวาส
ส่วนภาพรวมการจัดงานเคาท์ดาวน์ 7 จังหวัดที่ได้รับการสนับสนุน ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงราย อุดรธานี ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด พังงา และสงขลา
ดังนั้นภาพรวมทั้ง 9 จังหวัดจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 823,700 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 7 % และสร้างรายได้ 4,750 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7 %
ในทางกลับกัน ตลาดต่างประเทศในช่วงวันที่ 20 ธันวาคม 2568 – 1 มกราคม 2569 มีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยประมาณ 1.4 -1.5 ล้านคน ลดลง 6-12 % และสร้างรายได้ประมาณ 51,600 – 58,000 ล้านบาท ลดลง 4 -15 %
จากปัจจัยฉุดรั้งที่สำคัญ ประกอบด้วย เหตุอุทกภัยภาคใต้ โดยเฉพาะในอำเภอหาดใหญ่และตลาดกิมหยง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของชาวมาเลเซีย ทำให้การเดินทางผ่านด่านพรมแดนสงขลาและสตูลลดลงอย่างมาก
ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์การเดินทางตลาดมาเลเซียเข้าไทย ช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือนธันวาคมหลังเหตุอุทกภัย ระหว่างวันที่ 1-12 ธ.ค. 2568 เทียบกับช่วงเดียวกันปี 2567 พบว่า ภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวมาเลเซีย ลดลง 27 % หรือมีจำนวนสะสม 104,222 คน
ในส่วนของสถานการณ์การเดินทางเข้าไทยบริเวณด่านทางบกใน 4 จังหวัดภาคใต้ พบว่า มีจำนวนนักท่องเที่ยวมาเลเซียมีการเดินทางเข้ามายังด่านสงขลา ลดลง 48 % เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 ด่านสตูล ลดลง 83 %
ในขณะที่การเดินทางเข้ามายังด่านนราธิวาส ด่านเบตง ของนักท่องเที่ยวมาเลเซีย ยังคงขยายตัวดี หรือเพิ่มขึ้น 15-50 % จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
ปัญหาความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน 7 จังหวัดของไทย ได้แก่ อุบลราชธานี สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีษะเกษ สระแก้ว จันทบุรี และตราด
แม้ยังไม่มีการประกาศห้ามหรือยกเลิกการเดินทางมายังประเทศไทยในภาพรวม นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถเดินทางท่องเที่ยวไปยังเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมได้ปกติ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต ชลบุรี (พัทยา) กระบี่
แต่การนำเสนอข่าวแพร่กระจายในสื่อหลักและแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียในต่างประเทศ และหลายประเทศประกาศคำแนะนำการเดินทาง (Travel Advisory) ให้หลีกเลี่ยง/ห้ามเดินทางไปยังพื้นที่ 7 จังหวัดติดชายแดนดังกล่าว
ทำให้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและบรรยากาศท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งสถานการณ์การสู้รบที่รุนแรงขึ้นในเดือนธันวาคม ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวกลุ่มที่อ่อนไหวต่อความปลอดภัย เช่น ฮ่องกง เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีน และออสเตรเลีย
แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีสัญญาณบวกจากตลาดระยะไกล เช่น ยุโรป อเมริกา และเอเชียใต้ (อินเดีย) ที่ยังคงมีแรงขับเคลื่อนที่ดี โดยมียอดจองล่วงหน้า (Forward Booking) เพิ่มขึ้น 6 %
นอกจากนี้ กรุงเทพมหานคร ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน Top Destinations ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกในฤดูหนาว 2025 จากสื่อชั้นนำอย่าง Tripadvisor
รวมไปถึงการฟื้นตัวของตลาดจีนและเส้นทางบินใหม่ ททท. พบว่าภาพลักษณ์เชิงบวกของไทยในตลาดจีนเริ่มดีขึ้น หลังการเสด็จเยือนจีนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระราชินี ส่งผลให้มีการค้นหาข้อมูลการเดินทางมาไทยเพิ่มขึ้นบนแพลตฟอร์มอย่าง Baidu และ Ctrip โดยเฉพาะ ภูเก็ต กรุงเทพ และเชียงใหม่
ทั้งยังมี เที่ยวบินใหม่ในช่วงปีใหม่ไม่ต่ำกว่า 10 เส้นทาง จากประเทศต่างๆ เช่น จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น และเที่ยวบินเช่าเหมาลำจากยุโรปตะวันออก (โปแลนด์, เช็ก) เข้าสู่กรุงเทพฯ ภูเก็ต และเชียงราย
นักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่มีแนวโน้มจองการ เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นหลัก ได้แก่