thansettakij
thansettakij
'ดุสิตธานี' ดัน Smart City พัฒนาบริการ-ความยั่งยืนในเมือง

'ดุสิตธานี' ดัน Smart City พัฒนาบริการ-ความยั่งยืนในเมือง

26 พ.ย. 68 | 09:33 น.
อัปเดตล่าสุด :26 พ.ย. 68 | 10:15 น.

ดุสิตธานี กรุงเทพฯ นำเทคโนโลยี Smart City สร้างประสบการณ์ให้ลูกค้า ด้วยระบบ Guest Experience Panel, RFID และการจัดการขยะอาหารยั่งยืน เสริมความสะดวกสบายและความปลอดภัยในโรงแรม

KEY

POINTS

  • โรงแรมดุสิตธานีนำเทคโนโลยีมายกระดับบริการและความสะดวกสบายแก่ลูกค้า เช่น ระบบ Guest Experience Panel สำหรับควบคุมห้องพักและประหยัดพลังงาน และการใช้แอปพลิเคชันบนมือถือแทนคีย์การ์ด
  • พัฒนาระบบการจัดการทั้งส่วนหน้าและส่วนหลังบ้านให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผ่านระบบ Service Request สำหรับลูกค้า และการใช้เทคโนโลยี RFID ในการจัดการผ้าและยูนิฟอร์ม
  • ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการจัดการขยะอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้เครื่องย่อยสลายเศษอาหาร (Food Composter Machine) เพื่อลดปริมาณขยะ
  • การดำเนินงานของโรงแรมถือเป็นต้นแบบของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ที่ผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับการบริการและความยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในเมือง

ในงานสัมมนา PostToday Thailand Smart City 2026 "Data Center - พลิกประเทศ" ที่จัดขึ้นโดย Post Today สื่อในเครือเนชั่นกรุ๊ป ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ โดย นายรำรงค์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ได้กล่าวถึงแนวคิดการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ซึ่งไม่เพียงแค่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเท่านั้น

แต่ยังเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายของประชาชนในเมืองอีกด้วย โดยในฐานะที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ถือเป็นหนึ่งในผู้นำการปรับใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับการบริการแก่ลูกค้า พวกเขาจึงนำเสนอระบบต่าง ๆ ที่น่าสนใจในด้านบริการ ความสะดวกสบาย และการจัดการที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนวิสัยทัศน์ของเมืองอัจฉริยะในอนาคต

1. ยกระดับบริการด้วยระบบ Guest Experience Panel

หนึ่งในนวัตกรรมที่โรงแรมดุสิตธานีได้นำมาใช้คือ Guest Experience Panel (Gest Exper Panel) ซึ่งทำหน้าที่เสมือนศูนย์กลางในการจัดการประสบการณ์ของลูกค้า โดยเฉพาะการควบคุมการทำงานของห้องพัก เช่น การปรับโหมดพลังงานเมื่อห้องว่าง และการเก็บข้อมูลการปรับตั้งค่าของลูกค้าเพื่อนำกลับมาใช้เมื่อมีการเช็คอินครั้งถัดไป สิ่งนี้ทำให้โรงแรมสามารถมอบประสบการณ์ที่สะดวกสบายและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ระบบนี้มีฟังก์ชันที่สำคัญที่ช่วยลดการใช้พลังงาน เมื่อห้องพักว่าง ระบบจะทำการปรับอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ ปิดไฟ และปิดม่านอัตโนมัติ เพื่อลดการใช้พลังงาน และเมื่อมีลูกค้ากลับมาที่ห้องพัก ระบบจะคืนค่าต่าง ๆ ให้ตรงกับการตั้งค่าที่ลูกค้าได้ทำไว้เมื่อก่อนหน้านี้

2. ระบบการบริการลูกค้าที่ทันสมัย

โรงแรมดุสิตธานีได้พัฒนาระบบใหม่ที่ช่วยให้การบริการลูกค้าเป็นไปอย่างรวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น ระบบ Service Request ช่วยให้ลูกค้าสามารถขอใช้บริการต่าง ๆ เช่น การ "แต่งห้อง" โดยส่งคำขอผ่านระบบไปยังแผนก Housekeeping ซึ่งทำให้การให้บริการมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นายรำรงค์ สมบูรณ์

อีกหนึ่งฟังก์ชันที่ช่วยยกระดับความปลอดภัยและสะดวกสบายคือ Mobile Asset ซึ่งลูกค้าสามารถใช้แอปพลิเคชันในการเข้าห้องพักแทนการใช้คีย์การ์ด ซึ่งช่วยลดปัญหาคีย์การ์ดหายและยังเพิ่มความมั่นใจในความปลอดภัยให้กับลูกค้า

3. การจัดการหลังบ้านด้วยเทคโนโลยี RFID

ในการจัดการหลังบ้าน โรงแรมดุสิตธานีได้นำเทคโนโลยี RFID (Radio-Frequency Identification) มาใช้ในการจัดการการเคลื่อนย้ายผ้าและยูนิฟอร์มภายในโรงแรม ซึ่งช่วยลดเวลาในการทำงานและเพิ่มความแม่นยำในการตรวจนับผ้า เมื่อเข็นรถบรรจุผ้าผ่านเกท RFID ระบบจะสามารถแยกชนิดและจำนวนผ้าได้อย่างแม่นยำ ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงจากการทำงานที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพนักงาน

นายรำรงค์ สมบูรณ์

4. ความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนและการจัดการขยะอาหาร

โรงแรมดุสิตธานีไม่เพียงแค่ให้ความสำคัญกับการบริการลูกค้าเท่านั้น แต่ยังมีการดำเนินงานในด้านความยั่งยืน โดยมุ่งเน้นที่การ ลดขยะอาหาร และการจัดการเศษอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ โรงแรมได้เลือกใช้ Food Composter Machine ซึ่งช่วยในการย่อยสลายเศษอาหารและลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีการควบคุมกลิ่นที่อาจเกิดจากเครื่องมือเหล่านี้ เพื่อไม่ให้รบกวนผู้ที่อยู่ในโรงแรม

โรงแรมยังคัดเลือกผู้ให้บริการที่มีมาตรการในการลดขยะตั้งแต่ต้นทาง เช่น การเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและไม่ก่อให้เกิดขยะมากเกินไป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการบริการที่ยั่งยืน

5. สู่การพัฒนา Smart City อย่างยั่งยืน

จากการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในหลายด้าน โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ จึงเป็นตัวอย่างของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่ไม่เพียงแค่เน้นการใช้เทคโนโลยี แต่ยังคำนึงถึงความสะดวกสบายและความยั่งยืนในการดำเนินงาน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเมืองและคุณภาพชีวิตของประชาชนในเมืองอัจฉริยะ

การพัฒนา Smart City ไม่ได้เป็นแค่การใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่ยังเกี่ยวข้องกับการสร้างความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้คนในเมือง ซึ่งโรงแรมดุสิตธานีได้แสดงให้เห็นถึงแนวทางที่สมบูรณ์แบบในการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและการบริการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในเมืองอัจฉริยะ