
เที่ยวไทยคนละครึ่ง ยังเหลืองบ 500 ล้าน ดันต่อ 'ทัวร์ไทยคนละครึ่ง'
เที่ยวไทยคนละครึ่ง ยังเหลืองบ 500 ล้าน ดันต่อ 'ทัวร์ไทยคนละครึ่ง' กระตุ้นไทยเที่ยวไทย ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ รวมถึงทำโปรโมชั่นกับสายการบินดึงต่างชาติเที่ยวไทย ททท.คาดปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศเที่ยวไทย 33.4 ล้านคน
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ผ่านมา รัฐบาลมีนโยบายควิก บิ๊ก วิน (Quick Big Win) เพื่อกระตุ้นและเร่งให้เกิดการฟื้นของเศรษฐกิจในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ปลายปี 2568 ผ่านการเห็นชอบมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวอย่าง เที่ยวดีมีคืน
ถือเป็นมาตรการลดต้นทุนให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ รวมถึงลดหย่อนภาษีให้กับผู้ประกอบการ อาทิ สายการบิน โรงแรม
โดยหากผู้ประกอบการมีต้นทุนในการดำเนินธุรกิจลดลง ก็อาจเข้าร่วมทำโปรโมชั่นกระตุ้นการท่องเที่ยวกับรัฐบาลเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดบรรยากาศคึกคักในการท่องเที่ยวช่วงปลายปีนี้
สำหรับความคืบหน้าโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ประชาชนที่ใช้สิทธิจองห้องพักสามารถเดินทางได้ถึงวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา จากนั้นจะมีการประเมินงบประมาณคงเหลือจากการดำเนินโครงการที่ชัดเจนอีกครั้ง
แต่จากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าจะเหลืองบประมาณอยู่ที่ 500 ล้านบาท ทั้งจากส่วนที่ต้องจ่ายสมทบให้กับผู้ประกอบการโรงแรมและการใช้คูปองดิจิทัลในร้านที่เข้าร่วมโครงการ รวมเป็นเงินประมาณ 1,250 ล้านบาท จากวงเงินงบประมาณรวมที่ ครม.อนุมัติให้ 1,750 ล้านบาท
ทั้งนี้เงินที่เหลือดังกล่าวจะเร่งหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันมาใช้ในโครงการทัวร์ไทยคนละครึ่ง ซึ่งเป็นการเดินทางผ่านบริษัททัวร์ โดยจะต้องนำเสนอ ครม.ให้อนุมัติอีกครั้งอย่างเร็วที่สุด เพื่อให้เกิดการเดินท่องเที่ยวในประเทศอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะออกมาใช้ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569
เป้าหมายการทำงานที่วางไว้คือ ต้องการพาภาคการท่องเที่ยวไทยกลับไปถึงช่วงก่อนเกิดโควิด-19 เมื่อปี 2562 ที่สามารถทำจำนวนและรายได้แบบสูงที่สุด ซึ่งปี 2568 นี้ อยากให้ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาให้ได้อย่างน้อย 70-80% ของปี 2562 ที่ทำจำนวนไว้ประมาณ 40 ล้านคน จึงต้องทำตลาดทั้งต่างประเทศและในประเทศไปพร้อมกัน โดยต่างประเทศมีโครงการตราสัญลักษณ์ Trusted Thailand เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว
รวมถึงการทำโปรโมชั่นร่วมกับสายการบินด้วย ส่วนตลาดในประเทศก็มีเที่ยวไทยคนละครึ่ง ที่ถือว่าประสบความสำเร็จ สามารถกระจายรายได้ ช่วยผู้ประกอบการในห่วงโซ่การท่องเที่ยว และขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวม
นายอรรถกร กล่าวว่า ส่วนการดำเนินโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง จะมีในเฟส 2 หรือไม่ ยังต้องขอพิจารณาก่อน เพราะรัฐบาลต้องเร่งดำเนินโครงการที่เป็นโครงการควิก บิ๊ก วินตามนโยบายของรัฐบาลก่อน จึงสังการให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พิจารณาหรือหาโครงการที่กระตุ้นการท่องเที่ยว ในระยะสั้นๆ ที่สามารถดำเนินการได้ทันทีมาก่อน เพื่อเสนอ ครม.พิจารณาอนุมัติ โดยเฉพาะโครงการที่ไม่ต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติม หรือหากต้องใช้ก็ต้องเร่งนำเสนอเข้าที่ประชุมเพื่อให้อนุมัติเร็วที่สุด
ด้านนางสาว ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ปี 2568 คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้รวม 2.6 ล้านล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 33.4 ล้านคน และนักท่องเที่ยวไทย 205 ล้านคน-ครั้ง ส่วนปี 2569 คาดว่ารายได้ท่องเที่ยวไทยจะเติบโตถึง 2.8 ล้านล้านบาท หรือโตประมาณ 7% จากปีนี้
โดยมีแรงสนับสนุนหลักจากการเติบโตของนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล ที่ใช้เวลาเดินทาง 6 ชั่วโมงขึ้นไป ซึ่งมีการเดินทางเข้ามาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และสามารถชดเชยนักท่องเที่ยวต่างชาติตลาดระยะใกล้ที่หายไปได้
“นักท่องเที่ยวในตลาดระยะไกลทั้งจากยุโรป สหรัฐ มีส่วนเพิ่มขึ้นประมาณ 11% ส่งผลให้สัดส่วนของรายได้นักท่องเที่ยวต่างชาติของตลาดระยะไกล มีสัดส่วนประมาณเพิ่มขึ้นมาเป็น 31% และตลาดระยะใกล้มีสัดส่วน 69% จากในอดีตมีสัดส่วนรายได้นักท่องเที่ยวต่างชาติในตลาดระยะไกลอยู่ที่ 20% ขณะที่รายได้จากต่างชาติระยะใกล้อยู่ที่ 80% ถือเป็นสัดส่วนที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ” น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวทิ้งท้าย











