ททท.รับเป้าดันต่างชาติเที่ยวไทย 4 เดือน 12 ล้านคน ชู 6 บิ๊กอีเว้นท์บูมเที่ยวไฮซีซัน

13 ต.ค. 2568 | 19:36 น.

ททท.เดินหน้าขับเคลื่อนต่างชาติเที่ยวไทยตามโจทย์รมว.ท่องเที่ยว ดัน 4 เดือนนี้ให้ได้ 12 ล้านคน ปูพรมจัด 6 บิ๊กอีเว้นท์กระตุ้นท่องเที่ยว ภายใต้งบลงทุนกว่า 200 ล้านบาท ยกระดับเทศกาลลอยกระทง เป็น มหาลอยกระทง ขยายจัดงานวิจิตรเจ้าพระยา รวมเป็น 45 วัน จัดเคาท์ดาวน์เชียงใหม่ พะเยา

นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า แผนการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของททท.ภายใต้นโยบายของนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในช่วง 4 เดือนนี้ (ต.ค.68-ม.ค.69) ตั้งเป้าให้ททท.ผลักดันนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย 12 ล้านคน (-7%) สร้างรายได้ 5.8 แสนล้านบาท (-3%) 

ถือเป็นเป้าหมายท้าทาย ที่ต้องทำงานหนักขึ้น ท่ามกลางนักท่องเที่ยวกระแสหลัก อย่าง นักท่องเที่ยวจีนลดลง แม้จะมีอินเดียเข้ามาเสริม แต่ค่าใช้จ่ายไม่สูง เพราะไม่ได้ช้อปปิ้งสูงเหมือนจีน ททท.จึงเน้นกระตุ้นตลาดตะวันออกกลาง เพราะแม้จะจำนวนนักท่องเที่ยวไม่มาก แต่มีการใช้จ่ายสูงมาก

รวมถึงเน้นกระตุ้นตลาดระยะใกล้ เพราะกระตุ้นการเดินทางได้เร็วกว่าตลาดระยะไกล ประกอบการในช่วงดังกล่าวเป็นไฮซีซันซึ่งนักท่องเที่ยวระยะไกล และยุโรปเดินทางมาเที่ยวไทยอยู่แล้ว

ณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท.

โดยภาพรวมการท่องเที่ยวในปี 2568 ททท.จะมีต่างชาติเที่ยวไทย 33.4 ล้านคน (-6%) สร้างรายได้ 1.51 ล้านล้านบาท (-5%) ตลาดท่องเที่ยวภายในประเทศ 204.57 ล้านคน-ครั้ง (+2%) สร้างรายได้ 1.15 ล้านล้านบาท (+2%) ส่วนแนวโน้มในปี 2569 คาดว่าต่างชาติเที่ยวไทย 34.9 ล้านคน (+4%) สร้างรายได้ 1.63 ล้านล้านบาท (+8%)

ส่วนตลาดท่องเที่ยวภายในประเทศ (ไทยเที่ยวไทย) 210.43 ล้านคน-ครั้ง(+3%) สร้างรายได้ 1.16 ล้านล้านบาท (+1%) คาดว่าจะสร้างรายได้รวม 2.79 ล้านล้านบาท (+5%)

โดยในส่วนของการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวในแบบบิ๊กอีเว้นท์ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซันนี้ ต่อเนื่องทั้งปีหน้า จะมีไฮไลท์ใน 6 กิจกรรม ภายใต้งบประมาณราว 217 ล้านบาท ได้แก่

1.อเมซิ่ง ไทยแลนด์ แกรนด์ ดีวาลี ตลอดเดือนต.ค.นี้ ที่คลองโอ่งอ่าง วันที่ 16-20 ต.ค.นี้ และย่านพาหุรัด (18-20 ต.ค.นี้) คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวร่วมงาน 1 แสนคน สร้างรายได้หมุนเวียนไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท

2. มหาลอยกระทง เวิล์ด เฟสติวัล 2025 ยกระดับเทศกาลลอยกระทง เป็น “มหาลอยกระทง” ในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย (27 ต.ค.-5 พ.ย.นี้) และที่วัดพระราม จ.พระนครศรีอยุธยา (1-5 พ.ย.นี้) ใช้งบราว 30 ล้านบาท เน้นยกระดับประเพณีสู่งานเทศกาลระดับนานาชาติ ด้วยการผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับความคิดสร้างสรรค์นวัตกรรม การจัดแสดงแสงสีเสียง รวมถึงร่วมสนับสนุนการจัดงานลอยกระทงในพื้นที่อัตลักษณ์ เช่น ตาก สมุทรสงคราม อยุธยา กรุงเทพฯ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 4.5 แสนคน สร้างรายได้หมุนเวียนไม่น้อยกว่า 800 ล้านบาท

3.วิจิตรเจ้าพระยา 2025 (1 พ.ย.-15 ธ.ค.นี้) มหาปรากฏการณ์แสดง แสง สี เสียง สุดยิ่งใหญ่ ปีนี้จัดยิ่งใหญ่ขยายเวลาการจัดงานจากเดิม 30 วัน เป็น 45 วัน ใช้งบลงทุนราว 50 ล้านบาท ซึ่งในขณะนี้ผู้ประกอบการเรือ และโรงแรมริมน้ำเจ้าพระยา ได้รับการตอบรับการจองล่วงหน้าจากนักท่องเที่ยวแล้วเป็นจำนวนมาก บางแห่งเรือถูกจองเต็มล่วงหน้าแล้ว งานนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวร่วมงานไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านคน สร้างรายได้หมุนเวียนไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท

4. อเมซิ่ง ไทยแลนด์ มาราธอน 2025 โดยงานนี้การลงทุนหลักจะเป็นภาคเอกชน ลงทุนกว่า 60 ล้านบาท ททท.สนับสนุนงบ 12 ล้านบาท คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมการแข่งขันไม่น้อยกว่า 3.6 หมื่นคน สร้างเงินหมุนเวียนไม่น้อยกว่า 894 ล้านบาท

5. อเมซิ่ง ไทยแลนด์ เคาท์ดาวน์ 2026 ซึ่งปีนี้ททท.จะจัดกิจกรรมที่เชียงใหม่ และพะเยา ใช้งบลงทุนรวม 25 ล้านบาท คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงาน ที่เชียงใหม่ ราว 7-8 หมื่นคน และที่พะเยา 5 หมื่นคน รวมถึงการสนับสนุนการจัดงานเคาท์ดาวน์ในหลายพื้นที่ทั่วไทย อาทิ ไอคอนสยาม เซ็นทรัลเวิล์ด วันแบงค็อก กรุงเทพฯ เป็นต้น เพื่อตอกย้ำการเป็นโกลเบิ้ล เคาท์ดาวน์ เดสติเนชั่น

6.งานมหาสงกรานต์ 2569 โดยจะจัดอย่างยิ่งใหญ่และน่าสนใจกว่าเดิม เนื่องจากการจัดงานมหาสงกรานต์ที่สนามหลวงต่อเนื่องมา 2 ปี มีการรับรู้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มสูงขึ้น และสนับสนุนการจัดงานในหลายพื้นที่ทั่วไทย คาดว่าจะใช้งบราว 100 ล้านบาท คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานเพิ่มขึ้น 5-10% จากในปีที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมงาน 1.1 ล้านคน รายได้หมุนเวียนราว 4 พันกว่าล้านบาท

หน้า 10 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,140 วันที่ 16 - 18 ตุลาคม พ.ศ. 2568