
‘ไบเทค’ ชูกลยุทธ์ ขับเคลื่อน Green MICE เสริมแกร่งไมซ์ไทยเติบโตยั่งยืน
อุตสาหกรรมไมซ์ (Meetings, Incentives, Conventions, and Exhibitions) ของประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยทีเส็บเปิดเผยว่าในปี 2567 สามารถสร้างรายได้โดยตรงกว่า 148,341 ล้านบาท และมีมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 309,000 ล้านบาท คิดเป็น 1.67% ของ GDP ประเทศ ศูนย์นิทรรศการ และการประชุมไบเทคในฐานะกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไมซ์ จึงได้ปรับโฉมครั้งใหญ่ และยกระดับ “ไบเทคบุรี” รับแนวโน้มการจัดงานจากทั่วโลกที่เน้นสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
KEY
POINTS
- ไบเทคเดินหน้ากลยุทธ์ Green MICE และเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้จัดงานทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนเป็นปัจจัยหลัก
- ร่วมมือกับ 6 พันธมิตรสีเขียว (Green Partners) เพื่อขับเคลื่อนการจัดงานแบบ Carbon-Neutral Events ที่ครอบคลุมกระบวนการวัด-ลด-ชดเชยคาร์บอนอย่างเป็นระบบ
- ลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อวัดและลดการปล่อยคาร์บอน พร้อมวางแผนติดตั้งโซลาร์รูฟ โดยตั้งเป้าเป็น "ผู้ให้บริการโซลูชันด้านความยั่งยืน" (Sustainable Solution Provider) สำหรับอุตสาหกรรมไมซ์
- สร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมแล้วในปี 2567 ทั้งการรีไซเคิลขยะและลดการปล่อยคาร์บอนได้สำเร็จ พร้อมสร้างประโยชน์หมุนเวียนสู่เศรษฐกิจและชุมชนโดยรอบ
นางสาวจารุภา ยินดีเหมาะ ผู้จัดการทั่วไป ไบเทค เปิดเผยว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมไมซ์ทั่วโลกกำลังถูกขับเคลื่อนอย่างเข้มข้นด้วยแนวคิด Green MICE โดยเฉพาะผู้จัดงานต่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านความยั่งยืนเป็นปัจจัยลำดับต้นๆ ในการเลือกสถานที่จัดงาน
ปัจจุบัน “ไบเทคบุรี” ของกลุ่มไบเทค ได้รับการพัฒนาให้เป็นคอมมูนิตี้สเปซครบวงจรบนพื้นที่กว่า 169 ไร่ ที่ผสานศูนย์จัดงานแสดงสินค้า ศูนย์ประชุมนานาชาติ คอนเสิร์ตฮอลล์ ลานกิจกรรม และพื้นที่สีเขียวไว้ในที่เดียว ไบเทคสามารถรองรับการจัดงานได้ถึง 467 อีเวนต์ในปี 2567 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 500 งานในปีนี้
โดยมีผู้จัดงานต่างชาติคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 60% ความยั่งยืนไม่ใช่กิจกรรมเสริม แต่เป็น DNA การดำเนินงาน ของสถานที่จัดงานยุคใหม่ที่ต้องรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
ดังนั้นไบเทคจึงเดินหน้าแผน Green MICE และ Circular Economy อย่างจริงจัง โดยครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบอาคาร ระบบปฏิบัติการ ไปจนถึงการร่วมมือกับผู้จัดงานและซัพพลายเชน เพื่อให้การจัดงานอย่างยั่งยืนเกิดขึ้นได้จริงและวัดผลได้ ในด้านกลยุทธ์องค์กร ไบเทคได้กำหนดกรอบการเติบโตที่สมดุลทั้งผลประกอบการและมิติ ESG โดยมุ่งยกระดับจากศูนย์จัดงานแบบดั้งเดิมไปสู่การเป็น “แพลตฟอร์ม” ที่ช่วยให้ผู้จัดงาน ผู้แสดงสินค้า คู่ค้า และผู้เข้าร่วมงาน สามารถเลือกใช้โซลูชันด้านความยั่งยืนได้อย่างสะดวกและเป็นรูปธรรมฃ
ปัจจุบันไบเทคมีพื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 70,000 ตารางเมตร ออกแบบมาเพื่อรองรับงานทุกรูปแบบ ทั้งนิทรรศการ ประชุม คอนเวนชัน ความบันเทิงในร่ม รวมถึง “Smart Garden” สำหรับงานเอาต์ดอร์ขนาดกลาง ขณะที่ระบบบริหารจัดการภายในเชื่อมโยงกับมาตรฐานสากลและแนวทางของ UN SDGs เพื่อสร้างมาตรฐานการจัดงานที่เทียบเท่าระดับโลก
เส้นทางการพัฒนาของไบเทค เริ่มจากในช่วงปี 2540–2562 ไบเทคได้วางรากฐานอาคารและระบบงานให้รองรับมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพพลังงาน และสิ่งแวดล้อม ช่วงโควิด-19 ไบเทคได้ใช้โอกาสนี้ในการทบทวนและปรับปรุงกระบวนการทั้งหมดให้แข็งแกร่งขึ้น และในปี 2565 ไบเทคได้ยกระดับสู่ ISO 20121 (ระบบการจัดการงานอีเวนต์อย่างยั่งยืน) โดยวาง “เฟรมเวิร์ก” ให้ลูกค้าสามารถเลือกแนวทาง Green Meeting/Exhibition ได้เป็นขั้นบันได
ล่าสุด ในปี 2567 ไบเทคได้ประกาศยุทธศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม พร้อมลงทุนในระบบดิจิทัลเพื่อ “วัดและลด” การปล่อยคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม และในช่วงปี 2568–2570 มีแผนจะติดตั้งโซลาร์รูฟ พัฒนา Carbon Tracking Dashboard แบบเรียลไทม์ และผลักดัน Carbon-Neutral Event อย่างเต็มรูปแบบ ควบคู่กับกิจกรรมครบรอบ 30 ปี
โดยไบเทคได้ผนึกความร่วมมือกับ 6 Green Partners ได้แก่ SCGP, PTTGC, Wake Up Waste, AltoTech, Banpu NEXT และมูลนิธิ SOS เพื่อขับเคลื่อน Carbon-Neutral Events ที่ครอบคลุมกระบวนการวัด–ลด–ชดเชยคาร์บอนตามมาตรฐานขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) ความร่วมมือดังกล่าวมีไฮไลต์สำคัญหลายประการ ได้แก่ การใช้ RealTime Carbon Tracking Dashboard โดย AltoTech เพื่อช่วยผู้จัดงานติดตามและวิเคราะห์การปล่อยคาร์บอนครอบคลุม Scope 1–3 และรายงานผลหลังงาน เพื่อใช้ปรับปรุงครั้งต่อไป
รวมถึงการรีไซเคิลวัสดุเหลือใช้และขยะจากงานอีเวนต์ผ่าน SCGP และ PTTGC เพื่อผลิตเป็น Upcycling Product นำกลับมาใช้ใหม่ การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ร่วมกับ Banpu NEXT เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล รวมถึงการบริหารจัดการอาหารร่วมกับ SOS ที่ช่วยลดของเสียและส่งต่ออาหารส่วนเกินให้แก่ชุมชน ขณะที่การชดเชยคาร์บอนดำเนินการผ่านโครงการที่ได้รับการรับรองจาก TGO เพื่อสร้างความโปร่งใสและตรวจสอบได้
ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม ผลลัพธ์จากความมุ่งมั่นนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจน โดยในปี 2567 ไบเทคสามารถ รีไซเคิลขยะรวมได้ 62.8 ตัน ซึ่งเพิ่มขึ้น 59% จากปีก่อนหน้า และสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 116,497 กิโลกรัมเทียบเท่า นอกจากนี้ ไบเทคยังประสบความสำเร็จในการจัดนิทรรศการแบบ Carbon-Neutral ครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมวางแผนขยายการใช้ระบบติดตามเครดิตคาร์บอนให้ครอบคลุมระดับอุตสาหกรรม
นางสาวจารุภา กล่าวต่อว่า การขับเคลื่อน Green MICE ยังส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยการจัดงานหนึ่งงานสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนให้กับธุรกิจโดยรอบ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร การขนส่ง และการท่องเที่ยวหลายร้อยล้านบาทต่อปี การที่ไบเทคมีผู้จัดงานต่างชาติถึง 60% เท่ากับเป็นการดึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย โดยตรง ในขณะเดียวกันการเน้น ESG ยังช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนโดยรวม
ขณะที่ในมิติชุมชน ไบเทคมีบุคลากรกว่า 89% เป็นพนักงานชั่วคราวที่มาจากพื้นที่โดยรอบรัศมี 5-10 กิโลเมตร สะท้อนการกระจายรายได้กลับคืนสู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง ด้วยมูลค่ารวม 16 ล้านบาท ที่จ่ายให้กับสมาชิกชุมชนเหล่านี้
นอกจากนี้ไบเทคยังร่วมมือกับชุมชนบางกะเจ้าในการพัฒนาเครื่องดื่มจากผลปาล์มท้องถิ่น ซึ่งเครื่องดื่มเหล่านี้มีจำหน่ายเป็นแพ็คเกจพิเศษสำหรับลูกค้าที่ต้องการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นผ่านการจัดเลี้ยงในงานอีเวนต์ เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อสังคม รวมถึงโครงการ CSR และ CSV ที่นำวัสดุรีไซเคิล เช่น บูธนิทรรศการ ไปผลิตเป็นอุปกรณ์การเรียนมอบให้โรงเรียนในพื้นที่ และการพัฒนา Smart Garden เป็นพื้นที่สีเขียวสำหรับชุมชน
เป้าหมายในอนาคตของไบเทค คือ สู่การเป็น Sustainable Solution Provider โดยมุ่งเพิ่มจำนวนงาน Carbon Neutral Event โดยสนับสนุนลูกค้าอย่างครบวงจร ตั้งแต่การคาดการณ์ปริมาณคาร์บอน การลด ไปจนถึงการชดเชย พร้อมทั้งขยายแนวคิดความยั่งยืนไปสู่งานบันเทิง
ผ่านการพัฒนา Green Concert ที่ให้ความสำคัญกับการจัดการขยะ การใช้พลังงานสะอาด และการควบคุมสิ่งแวดล้อม ในอนาคต ไบเทคยังมุ่งยกระดับบทบาทสู่การเป็น Sustainable Solution Provider ทำหน้าที่เป็น “แพลตฟอร์มทางลัด” ที่ช่วยให้ผู้จัดงานทุกประเภทสามารถจัดงานอย่างยั่งยืนได้ง่ายขึ้น
ไบเทคจึงไม่ได้เป็นเพียงศูนย์กลางจัดงานขนาดใหญ่ของไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้นำด้านการขับเคลื่อน Green MICE ในภูมิภาคอาเซียน ด้วยความร่วมมือจากพันธมิตรหลัก การใช้มาตรฐานสากล และการมีส่วนร่วมของชุมชน ซึ่งเป็นการยกระดับบทบาทของประเทศไทยให้ก้าวสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมไมซ์สีเขียวอย่างแท้จริง การดำเนินงานของไบเทคบุรีเปรียบเสมือน “เรือธงสีเขียว” ที่นำทางอุตสาหกรรมไมซ์ไทยไปสู่มหาสมุทรแห่งความยั่งยืน สร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมนั่นเอง
หน้า 10 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,131 วันที่ 14 - 17 กันยายน พ.ศ. 2568







