
วิลเลียม ไฮเน็ค หารือนายกแพทองธาร ยกระดับท่องเที่ยวไทยทุกมิติ
วิลเลียม ไฮเน็ค บิ๊กธุรกิจระดับโลก หารือนายกแพทองธาร ยกระดับไทยจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวทุกมิติ เสนอเส้นทางรถไฟแบบการท่องเที่ยวพักค้างคืน เพิ่มมูลค่าท่องเที่ยว
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายวิลเลียม ไฮเน็ค (William Heinecke) ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เข้าพบนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร หารือการลงทุนในธุรกิจท่องเที่ยว ในประเทศไทย โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวยินดีที่ได้พบกับนายวิลเลียมฯ และเชื่อมั่นว่าวันนี้จะเป็นโอกาสที่ดีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยร่วมกัน ซึ่งในปี 2568 นี้ เป็นปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 ไทยมีเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น
โดยส่งเสริมการท่องเที่ยวในหลากหลายรูปแบบเพื่อตอกย้ำว่าประเทศไทยสามารถเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยรัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมให้การสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการทุกภาคส่วนให้สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยว
ขณะที่นายวิลเลียมฯ กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้หารือร่วมกับนายกรัฐมนตรี โดยตลอดระยะเวลาของการดำเนินธุรกิจในไทยมากกว่า 30 ปี ได้เห็นการเติบโตและการพัฒนาของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่อง ชื่นชมการทำงานของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างมาก
โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ต รวมไปถึงจังหวัดอื่น ๆ ในประเทศไทยที่ต่างมีศักยภาพในการขยายพื้นที่การท่องเที่ยว พร้อมให้ความเชื่อมั่นว่าบริษัท ไมเนอร์ฯ รวมทั้งผู้ประกอบการอื่น ๆ ยินดีให้การสนับสนุนแนวทางการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาล
โอกาสนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายได้หารือในประเด็นสำคัญ ดังนี้
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลมุ่งมั่นวางเป้าหมายให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก ซึ่งได้เพิ่มความสะดวกผ่านมาตรการและนโยบายต่าง ๆ โดยนายวิลเลียมฯ ชื่นชมการออกมาตรการฟรีวีซ่า ซึ่งส่งผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยวอย่างเห็นได้ชัด และเสนอให้ขยายมาตรการไปยังประเทศและดินแดนอื่น ๆ เพิ่มเติม
รวมทั้งการสนับสนุนกลุ่ม Digital Nomad โดยนายกรัฐมนตรีเห็นพ้อง และขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีแนวทางที่จะจัดทำไปยังประเทศอื่น ๆ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นว่าการพัฒนานโยบายที่เสริมสร้างอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้อย่างต่อเนื่อง ล้วนเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการที่กำลังดำเนินธุรกิจในไทย
ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนเกี่ยวกับการพัฒนาจังหวัดภูเก็ตให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก พร้อมสร้างระบบบริหารจัดการที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนและนักท่องเที่ยวในระยะยาว โดยรัฐบาลพร้อมพิจารณาแนวทางที่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมศักยภาพของภูเก็ตให้เติบโตอย่างยั่งยืน และสามารถบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ นายวิลเลียมฯ กล่าวว่า กระแสซีรีส์ The White Lotus ซีซั่น 3 ที่ถ่ายทำในจังหวัดภูเก็ต ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาจองที่พักตามสถานที่ถ่ายทำจำนวนมาก ซึ่งทั้งสองต่างเห็นพ้องว่ามาตรการส่งเสริมกองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศที่มาถ่ายทำในไทย ในรูปแบบเพิ่มเงินคืน (Cash Rebate) เป็นประโยชน์แก่ทั้งผู้ถ่ายทำและช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ในขณะเดียวกัน
รวมถึงยังเห็นถึงศักยภาพในจังหวัดอื่น ๆ ของไทย โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ที่สามารถเป็นที่นิยมสำหรับผู้ผลิตภาพยนตร์ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งนายกรัฐมนตรียินดีและถือเป็นตัวอย่างที่ดีว่าภาพยนตร์และซีรีส์สามารถช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและกระตุ้นการท่องเที่ยวได้
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยตระหนักถึงความสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลมีแนวทางที่จะขยายขีดความสามารถของท่าอากาศยานและเครือข่ายเส้นทางรถไฟต่าง ๆ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นพ้องกับข้อเสนอของนายวิลเลียมฯ ว่าการเพิ่มจำนวนเที่ยวบินตรงให้มากยิ่งขึ้นเพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น
รวมทั้งการพัฒนาโครงการ ท่องเที่ยวด้วยรถไฟ ที่สามารถพักค้างคืนบนโบกี้รถไฟ ที่ อาจวิ่งตั้งแต่สิงคโปร์ มาเลเซีย มาจนถึงไทยผ่านไปยังลาว จีน หรือเวียดนามได้จะช่วยสร้างมูลค่า และจะนำไปหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป







