ททท.ผนึก อ.คฑา เปิดเส้นทางเที่ยวสายมู ตามรอยเส้นทางพญานาค 3 จังหวัด

22 พฤศจิกายน 2565

ททท.ปลุกเทรนด์เที่ยวสายมู ตามรอยเส้นทางพญานาค ผนึก อ.คฑา ชินบัญชร ออกแบบ 3 เส้นทางท่องเที่ยวสายมูในพื้นที่ “นคราธานี” อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ ทั้งผุดกิจกรรมมูกลางคืนก็ปัง มูกลางวันก็เฮง มูได้ทั้ง 24 ชั่วโมง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดย ททท. สำนักงานอุดรธานี รับเทรนด์ท่องเที่ยวศรัทธา ปลุกกระแสสายมู ด้วยกิจกรรม “มูให้เฮง มูให้ปัง รับพลังแบบรักษ์โลก” ร่วมกับ อ.คฑา ชินบัญชร ออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวเสริมสิริมงคลตามความเชื่อเชื่อมโยงเส้นทางพญานาค ในพื้นที่ดินแดนแห่งความศักดิ์สิทธิ์ “นคราธานี”

 

เที่ยวสายมู

 

พื้นที่ "นคราธานี" ได้แก่ จังหวัดอุดรธานี หนองคายและบึงกาฬ ภายใต้ธีม #ไหว้พญานาคพญายักษ์แล้วจะหลงรักนคราธานี ต่อยอดกิจกรรม #มูกลางคืนก็ปังมูกลางวันก็เฮง หวังสร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่ 120 ล้านบาท ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2566

นางธนภร พูลเพิ่ม ผู้อำนวยการสำนักงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุดรธานี กล่าวว่า ททท. เดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศผ่านแคมเปญสื่อสาร “เที่ยวเมืองไทย Amazing ยิ่งกว่าเดิม”ด้วยการนำเสนอการท่องเที่ยวเชื่อมโยงอัตลักษณ์ของพื้นที่เพื่อส่งมอบประสบการณ์อันทรงคุณค่าและเปี่ยมความหมายแก่นักท่องเที่ยว (Meaningful Travel)  

 

ธนภร พูลเพิ่ม

 

ททท.ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชูคอนเซปต์ “Isan In Love หลงรักแผ่นดินถิ่นอีสาน” กระตุ้นท่องเที่ยวจังหวัดภาคอีสาน กับ 3 ธรรม ธรรมะ ธรรมชาติ และวัฒนธรรม ควบคู่กับการเผยแพร่ Soft Power of Thailand ประกอบกับ “นาค” ได้รับประกาศเป็นสัตว์เอกลักษณ์ประจำชาติประเภทสัตว์ในตำนาน

 

จึงเป็นโอกาสดีในการต่อยอดกระแสเดินทางท่องเที่ยวสายศรัทธาหรือสายมู จัดกิจกรรม “มูให้เฮง มูให้ปัง รับพลังแบบรักษ์โลก” ภายใต้ธีม #ไหว้พญานาคพญายักษ์แล้วจะหลงรักนคราธานี

 

โดยร่วมกับ ดร.คฑา  ชินบัญชร ออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวสายมูในพื้นที่ “นคราธานี” ประกอบด้วย จังหวัดอุดรธานี หนองคายและบึงกาฬ

 

คฑา ชินบัญชร

 

พร้อมหยิบยกความเชื่อและวัฒนธรรมท้องถิ่นเรื่อง “นาค” Soft Power สำคัญ สัญลักษณ์แห่งสายน้ำและความอุดมสมบูรณ์ ผู้พิทักษ์พระพุทธศาสนามาสร้างสรรค์เส้นทางสายพญานาคในดินแดนแห่งความศักดิ์สิทธิ์ สะท้อนอัตลักษณ์แห่งวัฒนธรรมที่ผูกโยงกับความศรัทธาช้านาน

 

 

ทั้งนี้ ไฮไลท์ เส้นทางท่องเที่ยวสายมูในพื้นที่ “นคราธานี” ได้แก่

 

  • เส้นทางอุดรธานี ท้าวเวสสุวรรณ - วัดสระมณี – วัดป่าดงหนองตาล

 

  • เส้นทางหนองคาย พระธาตุพังพวน - วัดโพธิ์ชัย - พระธาตุหล้าหนอง

 

  •  เส้นทางบึงกาฬ วัดสุวรรณราชดาราม - วัดป่าเมืองเหือง - ถ้ำนาคา - เกาะดอนโพธิ์ (ปู่อือลือ)  

 

รวมถึงการต่อยอดมาถึงกิจกรรม #มูกลางคืนก็ปังมูกลางวันก็เฮง กระตุ้นให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเชื่อมโยง เพิ่มวันพำนักพักค้าง

 

เที่ยวสายมู ตามรอยเส้นทางพญานาค

 

กิจกรรมขอพร มูปัง ดัง เฮง ได้ทั้ง 24 ชั่วโมง

 

  • เส้นทางตัวอย่าง คือ เส้นทางองค์ศรีสุขคเณศ - ท้าวเวสสุวรรณ - ศาลเทพารักษ์ – กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม

 

 

นอกจากนี้ ททท. ยังมุ่งสร้างการรับรู้แนวคิดการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ (Responsible Tourism) สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจ BCG Model รณรงค์ให้ลดการจุดธูปเทียน ลดควัน ลดมลพิษ ลด ละ เลิก กิจกรรมที่เป็นการทำให้เกิดภาวะโลกร้อน และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น ใช้ถุงผ้าภาชนะจากธรรมชาติ ในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว 

 

ตลอดจนประชาสัมพันธ์เชิญชวนนักท่องเที่ยวออกเดินทางสัมผัสเสน่ห์ของแหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรมอันงดงาม และความยิ่งใหญ่มหัศจรรย์ของเส้นทางสายมูแห่งดินแดนอีสาน ตอกย้ำสโลกแกน "นคราธานีเที่ยวได้ทั้งปี" ให้แดนอีสานเป็นจุดหมายปลายทางในใจของนักท่องเที่ยวอยู่เสมอ

 

ทั้งนี้ ททท. คาดการณ์ว่ากิจกรรมนี้จะทำให้เกิดการเดินทางตามเส้นทางท่องเที่ยวสายมูในพื้นที่ประมาณ 30,000 คน สร้างรายได้หมุนเวียนกว่า 120 ล้านบาท ในช่วงระหว่างเดือนธันวาคม 2565 – เดือนกุมภาพันธ์ 2566