thansettakij
thansettakij
เดอะ ไวท์สเปซ เปิดแนวรบรุก B2B ปักธง ‘เพนกวินพลัส’ แสนซิมในปี 70

เดอะ ไวท์สเปซ เปิดแนวรบรุก B2B ปักธง ‘เพนกวินพลัส’ แสนซิมในปี 70

04 พ.ย. 69 | 10:29 น.
อัปเดตล่าสุด :04 พ.ย. 69 | 10:31 น.

เดอะ ไวท์สเปซ ปรับกลยุทธ์รุก B2B ปั้น “เพนกวินพลัส” รุกตลาดองค์กรและภาครัฐ ตั้งเป้าดันยอดใช้งานแตะ 1 แสนซิม ภายในปี 2570

KEY

POINTS

  • เดอะ ไวท์สเปซ ผู้ให้บริการ MVNO ปรับกลยุทธ์รุกตลาดองค์กร (B2B) และภาครัฐ (B2G) เต็มรูปแบบ ด้วยการเปิดตัวบริการใหม่ "เพนกวินพลัส"
  • "เพนกวินพลัส ซิมพอดี" 5G เป็นบริการซิมที่ออกแบบมาเพื่อช่วยธุรกิจลดต้นทุน โดยมีแพ็กเกจที่พอดีกับการใช้งานเฉพาะทาง เช่น สำหรับอุปกรณ์ IoT, การโทรศัพท์ หรือสำหรับพนักงาน
  • บริษัทตั้งเป้าหมายขยายฐานลูกค้ากลุ่ม B2B และ B2G ให้มีจำนวนซิมที่เปิดใช้งานครบ 100,000 ซิม ภายในปี 2570

“เดอะ ไวท์สเปซ” ประกาศยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนธุรกิจโทรคมนาคมรูปแบบโครงข่ายเสมือน หรือ MVNO เจาะตลาดองค์กร (B2B) และภาครัฐ (B2G) ด้วยการเปิดตัว “เพนกวินพลัส ซิมพอดี” 5G ตอบโจทย์การบริหารจัดการต้นทุนการสื่อสารอย่างแม่นยำ ท่ามกลางการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดบริการเชื่อมต่อ IoT และเทคโนโลยีดิจิทัลในประเทศไทย

ถอดรหัสยุทธศาสตร์ “เพนกวินพลัส”

นายชยพร เอื้อโกวิทธุ์ชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะ ไวท์สเปซ จำกัด หรือ WSP กล่าวถึงแผนการรุกตลาดในครั้งนี้ว่า ความท้าทายสำคัญของภาคธุรกิจในปัจจุบันคือการแบกรับค่าใช้จ่ายด้านการสื่อสารที่สูงเกินความจำเป็น อันเนื่องมาจากแพ็กเกจโทรคมนาคมทั่วไปในตลาดไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานจริง ตัวอย่างเช่น อุปกรณ์ IoT ที่ต้องการส่งข้อมูล Data เพียงเล็กน้อย แต่ต้องจ่ายค่าบริการตามแพ็กเกจมาตรฐานราคาแพง หรือทีมขายที่เน้นการติดต่อผ่านเสียงเป็นหลัก แต่กลับต้องซื้อแพ็กเกจพ่วงอินเทอร์เน็ตที่ไม่ได้ใช้งาน

ชยพร เอื้อโกวิทธุ์ชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะ ไวท์สเปซ จำกัด หรือ WSP

WSP จึงนำความเชี่ยวชาญในธุรกิจ MVNO มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ “ซิมพอดี” 5G เพื่อสร้างมาตรฐานความคุ้มค่าเชิงธุรกิจภายใต้แนวคิด 3 Smart ได้แก่ 1. Smart Fit: ออกแบบให้พอดีกับการใช้งานจริงของแต่ละอุปกรณ์และสายงาน 2. Smart Value: สร้างมูลค่าที่มากขึ้นจากการตัดลดส่วนเกินที่ไม่จำเป็น และ 3. Smart Business: เสริมประสิทธิภาพการทำงานเพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยไม่ลดทอนศักยภาพ

“การเปิดตัว “เพนกวินพลัส ซิมพอดี” 5G ครั้งนี้สะท้อนถึงการปรับทิศทางทางธุรกิจของ ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโครงข่ายเสมือน (MVNO) จากเดิมที่เน้นตลาดลูกค้ารายย่อย (B2C) หันมารุกตลาดลูกค้าองค์กร (B2B) และหน่วยงานภาครัฐ (B2G) อย่างเต็มรูปแบบ”

เพนกวินพลัส ซิมพอดี

เปิดบริการ Smart Solutions เสริมทัพ B2B

“เพนกวินพลัส ซิมพอดี” 5G เป็นบริการรูปแบบรายเดือน เริ่มต้นที่ 39 บาทต่อซิมต่อเดือน พร้อมระบบบริหารจัดการที่ให้องค์กรตรวจสอบการใช้งานได้ด้วยตนเอง แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มแพ็กเกจหลัก ได้แก่

  1. Smart IoT (Data-Focused): แพ็กเกจเน้นรับส่งข้อมูลอินเทอร์เน็ตที่เสถียร รองรับระบบติดตามยานพาหนะ (GPS Tracking / Fleet Tracking) ในธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ ระบบรักษาความปลอดภัย (CCTV) โรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) อาคารอัจฉริยะ (Smart Building) และเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture) ผ่านการเชื่อมต่อ Smart Meter และอุปกรณ์เซนเซอร์
  2. Smart Talk (Voice-Focused): แพ็กเกจเน้นการสื่อสารด้วยเสียง ควบคุมต้นทุนการโทรของศูนย์บริการลูกค้า (Call Center) ทีมขายทางโทรศัพท์ (Telesales) แผนกบริการลูกค้า (Customer Service) สายด่วน (Hotline) และระบบโทรศัพท์ภายในองค์กร (Enterprise Voice)
  3. Smart Bundle Business (Voice + Data): แพ็กเกจผสมผสานสัญญาณเสียงและอินเทอร์เน็ต ออกแบบสำหรับพนักงานประจำสำนักงาน ทีมขาย และพนักงานภาคสนาม พร้อมระบบตรวจสอบและควบคุมงบประมาณผ่านช่องทางออนไลน์

นอกจากนี้ยังมีบริการ Smart Solutions ครอบคลุมบริการส่งข้อความเสียงอัตโนมัติ (Smart Voice), บริการส่งข้อความจำนวนมาก (Bulk SMS), ระบบโทรออกอัตโนมัติ (Auto Dialer), บริการยืนยันตัวตนทางออนไลน์ (e-KYC) และซิมท่องเที่ยวต่างประเทศ (Penguin Inter SIM) เพื่อรองรับการเดินทางทำงานในต่างประเทศ

“ปัจจุบัน เพนกวินพลัส มีฐานลูกค้าองค์กรเดิมในกลุ่มขนส่ง โลจิสติกส์ คอลเซ็นเตอร์ และผู้ใช้อุปกรณ์ IoT อยู่แล้ว WSP มีแผนที่จะเดินหน้าขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มผู้ประกอบการ SME และองค์กรขนาดใหญ่ทั่วประเทศอย่างเต็มกำลัง โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนซิมที่เปิดใช้งานในกลุ่ม B2B และ B2G ให้บรรลุ 100,000 ซิม ภายในปี 2570 เพื่อย้ำจุดยืนความเป็นผู้นำในตลาด MVNO ที่มุ่งเน้นการสร้างความคุ้มค่าและความพอดีให้กับทุกภาคธุรกิจ” นายชยพร กล่าว

เปิดตัว "เพนกวินพลัส ซิมพอดี"

ตลาดสื่อสาร- IoT ไทยโตต่อเนื่อง

การรุกตลาด B2B ในครั้งนี้สอดรับกับแนวโน้มเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยอย่างชัดเจน โดยข้อมูลสถิติระบุทิศทางการเติบโตของตลาด พบว่า

  • มูลค่าตลาดสื่อสารไทย: สำนักงาน กสทช. คาดการณ์ว่าในปี 2569 ตลาดสื่อสารของไทยจะมีมูลค่ารวม 805,200 ล้านบาท ขยายตัว 13% เมื่อเทียบกับปี 2567
  • มูลค่าตลาดเชื่อมต่อ IoT: คาดว่าจะเติบโตแตะ 5,200 ล้านบาท ในปี 2569 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 7.64% ต่อปี
  • มูลค่าอุตสาหกรรมดิจิทัล: สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ระบุว่าอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยปี 2568 มีมูลค่ารวม 3.87 ล้านล้านบาท ขยายตัว 22.66% จากปีก่อนหน้า

ตัวเลขดังกล่าวตอกย้ำว่า ภาคอุตสาหกรรมกำลังเร่งนำเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออัจฉริยะเข้ามาปรับใช้ในกระบวนการทำงาน ส่งผลให้ความต้องการใช้งานซิมการ์ดเฉพาะทางเพื่อบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงาน (Operational Cost) เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง