thansettakij
thansettakij
3 แม่ทัพ GEN 2 “ดูโฮม” ปรับทัพรับตลาดผันผวน ดัน ToGo ครบ 40 สาขาปี 69

3 แม่ทัพ GEN 2 “ดูโฮม” ปรับทัพรับตลาดผันผวน ดัน ToGo ครบ 40 สาขาปี 69

27 ต.ค. 69 | 10:11 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ต.ค. 69 | 10:20 น.

ดูโฮมเดินหน้าปรับเกมธุรกิจวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้าน รับการแข่งขันยุคใหม่ ผนึกกำลัง 3 ผู้บริหาร GEN 2 วางโรดแมป 3-5 ปี เน้นเพิ่มประสิทธิภาพซัพพลายเชน ยกระดับสินค้า House Brand ขยายช่องทางขายทั้งสาขาและออนไลน์

KEY

POINTS

  • ผู้บริหารรุ่นที่ 2 ของดูโฮม 3 คน เข้ามาปรับกลยุทธ์องค์กรเพื่อรับมือความผันผวนของตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง
  • ตั้งเป้าหมายขยายสาขารูปแบบเล็ก "Dohome ToGo" ที่เน้นเข้าถึงลูกค้าในชุมชน ให้ครบ 40 สาขาภายในปี 2569
  • ปรับทิศทางธุรกิจจากการเป็นร้านค้าวัสดุก่อสร้าง สู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันเรื่องบ้านและงานช่างครบวงจร โดยใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเป็นแกนหลัก

บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งวัสดุก่อสร้าง ซ่อมแซม และตกแต่งบ้าน เดินหน้าปรับกลยุทธ์ธุรกิจรับการแข่งขันและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โดยมีผู้บริหารรุ่นที่ 2 จำนวน 3 คนร่วมขับเคลื่อนองค์กร ครอบคลุมสายงานจัดซื้อ ซัพพลายเชน การเงิน การขาย เทคโนโลยีสารสนเทศ การตลาด และธุรกิจโฮมเซอร์วิส มุ่งยกระดับการบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีและข้อมูล ควบคู่กับการต่อยอดจุดแข็งเดิมของแบรนด์ เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว

3 แม่ทัพ GEN 2 “ดูโฮม” ปักธงโตยั่งยืน รุกดิจิทัล-ขยายสาขา-ต่อยอดโซลูชันบ้าน

แผนขับเคลื่อนธุรกิจแบ่งตามความเชี่ยวชาญของผู้บริหาร 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสายงานจัดซื้อ ซัพพลายเชน และทรัพยากรบุคคล กลุ่มสายงานบัญชี การเงิน การขาย และพาณิชย์ และกลุ่มสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ การตลาด และธุรกิจโฮมเซอร์วิส โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและพัฒนาธุรกิจให้ตอบโจทย์ลูกค้าทั้งกลุ่มผู้รับเหมา ช่างมืออาชีพ ลูกค้าโครงการ และผู้บริโภคทั่วไป

วางโรดแมป 3-5 ปี ขยายฐานลูกค้า-เพิ่มศักยภาพ House Brand

นางสาวอริยา ตั้งมิตรประชา กรรมการบริหาร และรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มสายงานจัดซื้อ ซัพพลายเชน และทรัพยากรบุคคล บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญคือการพัฒนาธุรกิจครอบครัวสู่การบริหารแบบมืออาชีพ (Family Professional Business) โดยรักษารากฐานและจุดแข็งขององค์กร ควบคู่กับการยกระดับระบบบริหารจัดการให้สอดรับกับการแข่งขันในปัจจุบัน

 

นางสาวอริยา ตั้งมิตรประชา กรรมการบริหาร และรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มสายงานจัดซื้อ ซัพพลายเชน และทรัพยากรบุคคล บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน)

 

ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า บริษัทมุ่งเพิ่มความสามารถในการแข่งขันมากกว่าการขยายขนาดธุรกิจเพียงอย่างเดียว ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การขยายฐานลูกค้าและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ การยกระดับสินค้า House Brand และการพัฒนาสู่ผู้ให้บริการโซลูชันด้านบ้านและงานก่อสร้าง

ด้านการขยายฐานลูกค้า บริษัทต้องการเข้าถึงทั้งผู้รับเหมา ช่างมืออาชีพ และผู้บริโภคทั่วไปให้ครอบคลุมมากขึ้น ผ่านการพัฒนาธุรกิจและช่องทางจำหน่ายให้เหมาะกับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม

ส่วนสินค้า House Brand จะเน้นพัฒนาคุณภาพและความแตกต่างของสินค้ากลุ่มซ่อมแซมและตกแต่งบ้าน พร้อมขยายประเภทสินค้าให้ครอบคลุมความต้องการที่หลากหลาย โดยมุ่งสร้างความคุ้มค่าและเพิ่มศักยภาพในการทำกำไร เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันของบริษัท

 

3 แม่ทัพ GEN 2 “ดูโฮม” ปรับทัพรับตลาดผันผวน ดัน ToGo ครบ 40 สาขาปี 69

 

ขณะเดียวกัน บริษัทยังต้องการต่อยอดจากการจำหน่ายวัสดุก่อสร้างไปสู่การให้บริการโซลูชันเรื่องบ้านและงานก่อสร้าง โดยให้ความสำคัญกับการคัดเลือกสินค้าและการให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานของลูกค้าแต่ละกลุ่ม

นางสาวอริยา กล่าวว่า การเติบโตในระยะยาวต้องเริ่มจากการสร้างความแข็งแกร่งภายในองค์กร ทั้งการบริหารซัพพลายเชนให้มีประสิทธิภาพและยืดหยุ่น การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการสร้างความเข้าใจเป้าหมายร่วมกันของพนักงานทุกระดับ เพื่อให้สามารถปรับตัวตามสภาพตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง

 

เน้นวินัยการเงิน ยกระดับมาตรฐานทุกสาขา

นางสลิลทิพ เรืองสุทธิภาพ กรรมการบริหาร และรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มสายงานบัญชี การเงิน การขาย และพาณิชย์ บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโต ความสามารถในการทำกำไร และความยั่งยืนในระยะยาว โดยมุ่งเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน พร้อมยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานให้เป็นระบบเดียวกันทั้งสาขาขนาดใหญ่และขนาดเล็ก


นางสลิลทิพ เรืองสุทธิภาพ กรรมการบริหาร และรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มสายงานบัญชี การเงิน การขาย และพาณิชย์ บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน)

 

แนวทางสำคัญคือการพัฒนามาตรฐานการปฏิบัติงาน (Standard Operating Procedures: SOPs) และปรับปรุงขั้นตอนการทำงานหน้าร้าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สร้างโอกาสทางการขาย และลดการพึ่งพาการบริหารงานแบบรายบุคคล

ด้านการขาย บริษัทให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม ทั้งลูกค้าองค์กร (B2B) ลูกค้าโครงการ และลูกค้ารายย่อย (B2C) ซึ่งมีรูปแบบการซื้อแตกต่างกัน ตั้งแต่ผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าไปใช้เอง ไปจนถึงช่างรายย่อยที่ซื้อสินค้าเพื่อประกอบอาชีพ

การเปลี่ยนแปลงของตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคทำให้ความสะดวก รวดเร็ว และบริการแบบครบวงจร (One-Stop Solutions) มีบทบาทมากขึ้น บริษัทจึงพัฒนาช่องทางจำหน่ายหลายรูปแบบเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า

ปัจจุบันดูโฮมมีสาขาขนาดใหญ่ (Size XL) จำนวน 27 สาขา ครอบคลุมทั่วประเทศ รองรับทั้งผู้รับเหมา ร้านค้าส่งต่อ ช่างมืออาชีพ และผู้บริโภคทั่วไป ขณะที่ Dohome ToGo ซึ่งเป็นร้านวัสดุก่อสร้างขนาดเล็ก เน้นความสะดวกและการเข้าถึงลูกค้าในชุมชนเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีจำนวน 33 สาขา และตั้งเป้าขยายเป็น 40 สาขาภายในปี 2569

 

3 แม่ทัพ GEN 2 “ดูโฮม” ปรับทัพรับตลาดผันผวน ดัน ToGo ครบ 40 สาขาปี 69

 

นอกจากนี้ บริษัทยังจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ ทั้งเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และ Marketplace เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าซื้อสินค้าได้โดยไม่ต้องเดินทางไปยังสาขา พร้อมต่อยอดบริการเรื่องบ้านภายใต้แบรนด์ “นายช่าง” ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ ต่อเติม ซ่อมแซม ตกแต่ง ไปจนถึงการสร้างบ้านทั้งหลัง

นางสลิลทิพ กล่าวว่า การสานต่อธุรกิจครอบครัวต้องรักษาคุณค่าและจุดแข็งที่สร้างไว้ พร้อมปรับวิธีคิดและกระบวนการทำงานให้ทันสมัยและเป็นมาตรฐาน เพื่อให้องค์กรสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง\

เชื่อมออนไลน์-ออฟไลน์ ใช้ข้อมูลยกระดับประสบการณ์ลูกค้า

นายมารวย ตั้งมิตรประชา กรรมการบริหาร และรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ การตลาด และธุรกิจโฮมเซอร์วิส บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทเดินหน้าพัฒนาธุรกิจโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) พร้อมนำเทคโนโลยีและข้อมูลลูกค้า (Customer Data Platform: CDP) มาต่อยอดจุดแข็งขององค์กร เพื่อยกระดับประสบการณ์การซื้อสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง

 

นายมารวย ตั้งมิตรประชา กรรมการบริหาร และรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ การตลาด และธุรกิจโฮมเซอร์วิส บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน)

 

หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการเชื่อมโยงช่องทางขายหน้าร้านกับออนไลน์ (Omni-Channel) ทั้งเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และแพลตฟอร์ม Marketplace ควบคู่กับการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ทันสมัยและเข้าถึงลูกค้ารุ่นใหม่ได้มากขึ้น

นายมารวย กล่าวว่า การแข่งขันในปัจจุบันเปลี่ยนจากการเน้นจำหน่ายสินค้าไปสู่การนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ปัญหาและความต้องการของลูกค้า บริษัทจึงมุ่งพัฒนาระบบนิเวศด้านบ้านและงานก่อสร้างให้ครอบคลุมมากขึ้น ผ่าน 4 แนวทาง

1. Product Solution ขยายกลุ่มสินค้า เพิ่มทางเลือกจากวัสดุก่อสร้างทั่วไปไปสู่สินค้าที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ เช่น โซน Paint Solution สินค้าเพื่อสุขภาพและผู้สูงอายุ (Elder Care) เครื่องฟอกอากาศ และอุปกรณ์ Smart Product สำหรับบ้าน

2. Services Solution ต่อยอดบริการเรื่องบ้าน พัฒนาบริการภายใต้แบรนด์ “นายช่าง” ครอบคลุมการออกแบบ ซ่อมแซม ต่อเติม แก้ไขปัญหารั่วซึม และสร้างบ้านใหม่ รวมถึงบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Emergency Service) โดยเชื่อมโยงบริการผ่านระบบ Omni-Channel เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงบริการได้อย่างต่อเนื่อง

3. Price Solution เน้นความคุ้มค่า เพิ่มทางเลือกสินค้าให้ครอบคลุมหลายระดับราคาและงบประมาณ ตอบโจทย์กำลังซื้อของลูกค้าที่แตกต่างกัน พร้อมรักษาจุดแข็งด้านความคุ้มค่าของแบรนด์

4. Strengthen Brand Equity & Value Proposition ยกระดับแบรนด์ ต่อยอดคำมั่นสัญญาของแบรนด์ “ครบ ถูก ดี” ด้วยการปรับภาพลักษณ์และวางตำแหน่งแบรนด์ให้ทันสมัย เข้าถึงง่าย และขยายบทบาทจากร้านวัสดุก่อสร้างไปสู่ศูนย์รวมสินค้าและโซลูชันสำหรับบ้านและงานช่างอย่างครบวงจร

นายมารวย กล่าวว่า การผสานจุดแข็งของธุรกิจจากรุ่นบุกเบิกเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรม และการบริหารจัดการแบบมืออาชีพ จะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาดูโฮมให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง โดยยังรักษาจุดแข็งด้านสินค้าและความคุ้มค่า ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว

ทิศทางดังกล่าวสะท้อนการปรับตัวของดูโฮมที่มุ่งพัฒนาธุรกิจมากกว่าการขยายสาขา โดยให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพการขาย การเชื่อมต่อช่องทางจำหน่าย และการต่อยอดบริการเรื่องบ้าน เพื่อรองรับการแข่งขันในตลาดวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้านที่เปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง