
ONN ANU ทุ่ม 480 ล้าน ปั้นรีเทลไลฟ์สไตล์อนุสาวรีย์ชัยฯ จ่อปรับโฉมเซ็นเตอร์วัน
ONN ANU เปิดเกมรีเทลไลฟ์สไตล์ ปรับบทบาทย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิจากจุดเปลี่ยนผ่านการเดินทางสู่พื้นที่กิน พัก และใช้ชีวิตของคนเมือง ลงทุน 480 ล้านบาท ชูร้านอาหารเปิดถึงตี 2
KEY
POINTS
- บริษัท พีเพิล พลาซ่า ทุ่มงบประมาณ 480 ล้านบาท เปิดตัวโครงการ "ONN ANU" รีเทลไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ
- ONN ANU ชูจุดเด่นร้านอาหารแบบ Grab & Go และเปิดให้บริการยาวนานตั้งแต่ 07.00-02.00 น. เพื่อรองรับกลุ่มคนทำงานและชุมชนในย่าน Medical Hub
- มีแผนเตรียมปรับโฉมศูนย์การค้าเซ็นเตอร์วันครั้งใหญ่ในปี 2570 โดยคาดว่าจะใช้งบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท
พีเพิล พลาซ่า เปิด ONN ANU รีเทลไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ ลงทุนรวม 470-480 ล้านบาท ชูจุดขายร้านอาหาร Grab & Go เปิดบริการ 07.00-02.00 น. รับ Medical Hub และชุมชนเมือง เผยพื้นที่เช่าเซ็นสัญญาเกือบเต็ม เตรียมต่อยอด Co-Working Space และ Rooftop Viewpoint พร้อมแผนปรับโฉมเซ็นเตอร์วันปี 2570 ใช้งบกว่า 100 ล้านบาท
ONN ANU ลงทุน 480 ล้าน ปั้นรีเทลไลฟ์สไตล์อนุสาวรีย์ชัยฯ
ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หนึ่งในจุดเชื่อมต่อการเดินทางสำคัญของกรุงเทพฯ กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงตามการขยายตัวของเมือง จากอดีตที่ผู้คนคุ้นเคยกับการเป็นศูนย์กลางรถโดยสารและแหล่งจับจ่ายสินค้า ปัจจุบันย่านนี้มีบทบาทเพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของโรงพยาบาล ที่พักอาศัย โรงแรม และกลุ่มคนทำงานที่เข้ามาใช้ชีวิตในพื้นที่
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเปิดโอกาสให้ธุรกิจค้าปลีกเข้ามาพัฒนาพื้นที่รองรับความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น ล่าสุด บริษัท พีเพิล พลาซ่า จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นเตอร์วัน เปิดตัว “ONN ANU” รีเทลไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2569 ด้วยงบลงทุนประมาณ 470-480 ล้านบาท มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความสะดวกในการรับประทานอาหาร ซื้อสินค้า และใช้เวลาพักผ่อน โดยเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 07.00-02.00 น. พร้อมวางแผนปรับโฉมเซ็นเตอร์วันต่อในปี 2570
นายรัชพล ไกรจิรโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเพิล พลาซ่า จำกัด เปิดเผยว่า การพัฒนา ONN ANU ตั้งอยู่บนความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามการเติบโตของเมือง โดยเฉพาะการขยายตัวของโรงพยาบาลและสถาบันการแพทย์ ตลอดจนที่พักอาศัยและโรงแรม ทำให้กลุ่มผู้ใช้บริการในพื้นที่มีความหลากหลายมากขึ้น
บริษัทจึงวางตำแหน่ง ONN ANU ให้แตกต่างจากเซ็นเตอร์วัน โดยเน้นความสะดวกในการเข้าถึงและการซื้อสินค้าอย่างรวดเร็ว มีร้านอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าในชีวิตประจำวันเป็นองค์ประกอบหลัก ภายใต้แนวคิด “ONN TO RECHARGE. ON TO YOUR JOURNEY.” หรือจุดแวะเติมพลัง ก่อนออกเดินทางต่อ
“เราไม่ได้มองการแข่งขันในรูปแบบห้างแข่งกับห้าง แต่มองเป็นการแข่งขันระหว่างย่าน แต่ละพื้นที่มีบริบทและกลุ่มลูกค้าของตัวเอง เราต้องการทำให้อนุสาวรีย์ชัยฯ มีทางเลือกสำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในย่านนี้ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้าไปในย่านใจกลางเมืองทุกครั้งที่ต้องการรับประทานอาหารหรือเปลี่ยนบรรยากาศ”
ลงทุน 480 ล้าน เน้นอาหาร-ซื้อสะดวก เปิดเช้าถึงตี 2
สำหรับ ONN ANU ใช้เงินลงทุนรวมประมาณ 470-480 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าซื้ออาคารประมาณ 380 ล้านบาท และงบปรับปรุงพื้นที่ราว 100 ล้านบาท ขณะที่โครงการมีพื้นที่ประมาณ 3,000 ตารางเมตร โดยเน้นร้านอาหารและเครื่องดื่มเป็นหลักปัจจุบันร้านค้าทยอยเปิดให้บริการแล้วประมาณ 70-80% ขณะที่พื้นที่เช่าที่ทำสัญญาแล้วมีสัดส่วนมากกว่า 90% โดยยังมีพื้นที่บางส่วนอยู่ระหว่างรอการยืนยันจากผู้เช่าและเตรียมความพร้อมก่อนเปิดให้บริการ
นายราชัย ไกรจิรโชติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาดและผู้จัดการโครงการ บริษัท พีเพิล พลาซ่า จำกัด กล่าวว่า โครงการให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่สอดคล้องกับช่วงเวลาของผู้ใช้บริการ โดยประมาณ 60% ของพื้นที่ร้านค้าเน้นกลุ่ม Grab & Go และการซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มที่ใช้เวลาไม่นาน
จุดขายสำคัญอีกด้านคือการเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 07.00-02.00 น. เพื่อรองรับผู้ใช้บริการตั้งแต่ช่วงเช้าก่อนไปทำงาน ระหว่างวัน ไปจนถึงช่วงดึก โดยร้านค้าจะทยอยเปิดและปิดตามช่วงเวลาที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้า ไม่จำเป็นต้องเปิดพร้อมกันตลอดทั้งวัน ร้านค้าที่เปิดให้บริการแล้วมีทั้งชาตรามือ ปังสยาม HAAB ขนมไข่สงขลา นายอ้วนเย็นตาโฟ เช็งซิมอี๊ Café Amazon และ SOL Coffee รวมถึงร้านค้าปลีกอย่าง MOSHI MOSHI และ Watsons
ส่วนร้านอาหารที่รองรับลูกค้าช่วงดึก ได้แก่ Lucky Suki และ Bar B Q Plaza ซึ่งเปิดให้บริการถึงเวลา 02.00 น. โดยบริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาพื้นที่เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้ที่ต้องการนั่งพัก ทำงาน อ่านหนังสือ หรือพบปะเพื่อนฝูงในช่วงกลางคืน ทั้งนี้ บริษัทยังไม่มีเป้าหมายจำนวนผู้เข้าศูนย์ต่อวันที่ชัดเจน แม้ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิจะมีปริมาณคนสัญจรมากกว่า 200,000 คนต่อวัน โดยจะประเมินผลจากการใช้บริการจริงของร้านค้าในแต่ละช่วงเวลาเป็นหลัก และคาดว่าจะมีข้อมูลที่ชัดเจนขึ้นหลังระบบต่าง ๆ ของโครงการเข้าที่
ชู Medical Hub รับคนทำงาน-นักท่องเที่ยว เปลี่ยนผ่านจากย่านขนส่ง
นายรัชพล กล่าวว่า ในอดีตอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเป็นจุดสำคัญของการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัด แต่เมื่อโครงข่ายขนส่งมวลชนขยายตัวและรูปแบบการเดินทางเปลี่ยนไป บทบาทบางส่วนของย่านจึงเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่าการขยายตัวของโรงพยาบาลและสถาบันการแพทย์ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ทำให้พื้นที่มีศักยภาพในฐานะ Medical Hub มากขึ้น ขณะเดียวกันยังมีกลุ่มคนทำงาน นักศึกษา บุคลากรทางการแพทย์ ผู้อยู่อาศัย และนักท่องเที่ยวที่เข้าพักในโรงแรมระดับกลาง ซึ่งต้องการความสะดวกในการเดินทางเข้าสู่ย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ
บริษัทจึงต้องการพัฒนาพื้นที่ให้ตอบโจทย์ผู้คนที่ใช้ชีวิตในย่านนี้เป็นประจำ ไม่ใช่เฉพาะผู้ที่เดินทางผ่านเพื่อไปต่อรถเหมือนในอดีต โดยมองว่า ONN ANU จะเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมพัฒนาพื้นที่ Co-Working Space และ Rooftop Viewpoint ในเฟสถัดไป เพื่อรองรับกลุ่มคนที่ต้องการพื้นที่นั่งทำงาน อ่านหนังสือ ประชุมขนาดเล็ก หรือพบปะสังสรรค์หลังเลิกงาน โดยเฉพาะจุดชมวิวที่เปิดมุมมองไปยังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งบริษัทมองว่ายังเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่สามารถต่อยอดเป็นจุดหมายของผู้คนได้
เตรียมปรับโฉมเซ็นเตอร์วันปี 2570 ใช้งบกว่า 100 ล้าน
สำหรับแผนธุรกิจระยะต่อไป บริษัทเตรียมปรับปรุงศูนย์การค้าเซ็นเตอร์วัน โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ประมาณกลางปี 2570 หากการเตรียมงานด้านการออกแบบและวางแผนเป็นไปตามกำหนด เบื้องต้นประเมินงบลงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท
นายรัชพล กล่าวว่า การปรับปรุงเซ็นเตอร์วันจะแตกต่างจาก ONN ANU เนื่องจากยังเปิดให้บริการตามปกติ จึงต้องทยอยดำเนินงานเป็นเฟส ใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือนต่อโซน เพื่อลดผลกระทบต่อผู้เช่าและลูกค้า โดยจะปรับผังพื้นที่และจัดหมวดหมู่ร้านค้าให้เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจมากขึ้น แต่ยังคงบริการหลักและเอกลักษณ์เดิมของศูนย์การค้าไว้
ทั้งนี้ เซ็นเตอร์วันยังคงทำหน้าที่เป็นศูนย์การค้าแบบครบวงจร รองรับทั้งการซื้อสินค้า การรับประทานอาหาร ธุรกรรมทางการเงิน บริการโทรศัพท์มือถือ และธุรกิจเสริมสวย ขณะที่บริษัทต้องการนำแนวคิดการขยายช่วงเวลาการให้บริการและการเพิ่มพื้นที่สำหรับใช้ชีวิตมาพิจารณาต่อยอดด้วย
โดยมองว่า การพัฒนา ONN ANU ควบคู่กับการปรับปรุงเซ็นเตอร์วัน รวมถึงการพัฒนาภูมิทัศน์และทางเดินในย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับพื้นที่และสร้างทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภคในระยะยาว







