thansettakij
thansettakij
ปิดฉาก MaxValu ทรานส์ฟอร์มสู่ Tops เกมใหม่ ชิงทำเลค้าปลีก

ปิดฉาก MaxValu ทรานส์ฟอร์มสู่ Tops เกมใหม่ ชิงทำเลค้าปลีก

15 ต.ค. 69 | 03:11 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ต.ค. 69 | 03:26 น.

MaxValu ยุติธุรกิจในไทย 30 สาขา หลังทุนญี่ปุ่นถอย CRC รับช่วงต่อปรับโฉมเป็น Tops ดึงฐานลูกค้ากว่า 9 แสนราย ต่อยอดทำเล-อีโคซิสเต็ม ฟู้ดรีเทล ท่ามกลางศึกค้าปลีกไทยเดือด

KEY

POINTS

  • เซ็นทรัล รีเทล (CRC) เข้าซื้อกิจการซูเปอร์มาร์เก็ต "MaxValu" จำนวน 30 สาขา เพื่อรีแบรนด์และเปลี่ยนเป็น "Tops" ทั้งหมด
  • การซื้อกิจการครั้งนี้เป็นกลยุทธ์สำคัญในการขยายสาขาของ Tops ในทำเลที่มีศักยภาพอย่างรวดเร็ว พร้อมได้ฐานลูกค้าเดิมกว่า 900,000 ราย
  • สะท้อนภาพการแข่งขันค้าปลีกที่เปลี่ยนจากการเน้น "จำนวนสาขา" ไปสู่การชิง "ทำเล-ลูกค้า-ข้อมูล" และสร้างความได้เปรียบผ่านอีโคซิสเต็ม

ตลาดค้าปลีกไทยขยับอีกครั้ง เมื่อ “MaxValu” และ “MaxValu Tanjai” ยุติการให้บริการภายใต้แบรนด์เดิมในประเทศไทย โดยวันที่ 30 กันยายน 2569 เป็นวันสุดท้าย ก่อนเปลี่ยนผ่าน 30 สาขาสู่ “Tops” ในเครือเซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC) และทยอยกลับมาเปิดให้บริการภายใต้แบรนด์ใหม่ตั้งแต่ช่วง 14 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

CRC ซื้อ “โครงสร้างธุรกิจ” ไม่ใช่แค่แบรนด์

การเปลี่ยนมือครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนป้ายหน้าร้าน แต่สะท้อนภาพการแข่งขันค้าปลีกไทยที่กำลังเข้าสู่สมรภูมิ “ชิงทำเล-ชิงลูกค้า-ชิงความถี่ในการซื้อ” เมื่อผู้เล่นรายใหญ่เร่งขยายเครือข่ายร้านค้าใกล้บ้านและซูเปอร์มาร์เก็ต เพื่อรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวก ขณะเดียวกันยังต้องรับแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคา โปรโมชั่น และต้นทุนการดำเนินงาน

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 CRC แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด (CFR) บริษัทย่อยที่ CRC ถือหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม 100% ได้ลงนามซื้อหุ้นสามัญในบริษัท อิออน (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตภายใต้แบรนด์ MaxValu จำนวน 30 สาขา

ดีลนี้ทำให้ CRC ได้เครือข่ายสาขาในทำเลที่มีศักยภาพ พร้อมฐานลูกค้ากว่า 900,000 ราย รวมถึงกรรมสิทธิ์ในที่ดินบางส่วน และศูนย์ผลิตอาหารพร้อมรับประทาน (Ready-to-Eat Processing Center) หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่การรักษา MaxValu ให้เดินหน้าต่อในรูปแบบเดิม แต่คือการนำสินทรัพย์และฐานลูกค้าที่มีอยู่เข้าสู่ระบบของ Tops เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้าง Synergy กับธุรกิจฟู้ดรีเทลของ CRC หลังการซื้อกิจการ CRC จึงเลือกปรับสาขาทั้งหมดเป็น Tops แทนการใช้แบรนด์ MaxValu ต่อ โดยสาขาเดิมจะทยอยปรับปรุงและกลับมาเปิดให้บริการภายใต้แบรนด์ Tops ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนตุลาคม 2569

 

ปิดฉาก MaxValu ทรานส์ฟอร์มสู่ Tops เกมใหม่ ชิงทำเลค้าปลีก

 

จากทุนญี่ปุ่นสู่ทุนไทย

MaxValu เป็นธุรกิจค้าปลีกภายใต้กลุ่ม AEON จากญี่ปุ่น การถอนตัวจากตลาดไทยจึงสะท้อนอีกด้านของการแข่งขันค้าปลีกที่ทุนไทยรายใหญ่มีความแข็งแกร่งมากขึ้น ปัจจุบันผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดค้าปลีกอาหารและร้านค้าใกล้บ้านของไทยส่วนใหญ่เชื่อมโยงกับกลุ่มทุนไทย ทั้ง 7-Eleven ภายใต้ CP All, Lotus’s ภายใต้ CP Axtra, Big C ภายใต้ BJC และ Tops ภายใต้ Central Retail ขณะที่แบรนด์ต่างชาติยังมีบทบาทในฐานะแบรนด์หรือผู้ร่วมธุรกิจ แต่การถือครองและการบริหารเครือข่ายค้าปลีกขนาดใหญ่ในประเทศมีทุนไทยเป็นผู้เล่นหลัก

การออกจากตลาดของ MaxValu จึงไม่ใช่ภาพของทุนต่างชาติถอนตัวเพียงอย่างเดียว แต่เป็นภาพของตลาดที่กำลังรวมศูนย์การแข่งขันอยู่ในมือผู้เล่นรายใหญ่ ซึ่งมีทั้งเงินทุน เครือข่ายสาขา ระบบโลจิสติกส์ ฐานข้อมูลลูกค้า และกำลังซื้อจากธุรกิจในเครือเป็นข้อได้เปรียบ

ตลาดร้านสะดวกซื้อ 5.9 แสนล้าน

ข้อมูล Euromonitor ประเมินว่า ตลาด Convenience Retailers ของไทยมีมูลค่าราว 5.9 แสนล้านบาท ในปี 2568 และยังขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่การแข่งขันมี 7-Eleven เป็นผู้นำตลาดอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม MaxValu ไม่ได้อยู่ในตลาดเดียวกับร้านสะดวกซื้อทั้งหมด โดยมีตำแหน่งใกล้เคียงกับซูเปอร์มาร์เก็ตและมินิซูเปอร์มาร์เก็ตมากกว่า ดังนั้น การเข้าซื้อ 30 สาขาของ CRC จึงมีนัยสำคัญต่อการแข่งขันกับ Lotus’s Go Fresh รวมถึงผู้เล่นร้านค้าปลีกอาหารขนาดเล็กและร้านซูเปอร์มาร์เก็ตในพื้นที่

โจทย์ของตลาดจึงไม่ได้อยู่ที่การมีสาขามากที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างร้านที่สามารถตอบโจทย์ตั้งแต่การซื้อของกินระหว่างวัน ไปจนถึงการซื้อวัตถุดิบเข้าบ้าน อาหารพร้อมรับประทาน และสินค้าอุปโภคบริโภค สิ่งที่ Tops ได้จากดีลนี้มีอย่างน้อย 4 ด้าน ได้แก่ ทำเล ฐานลูกค้า เครือข่ายสาขา และโครงสร้างการผลิตอาหาร

Tops เกมใหม่ ชิงทำเลค้าปลีก 

การสร้างสาขาใหม่ต้องใช้เวลาในการหาทำเล ขออนุญาตก่อสร้าง ลงทุน และสร้างฐานลูกค้า ขณะที่การเข้าซื้อ MaxValu ทำให้ CRC สามารถนำสาขาที่มีอยู่เข้าสู่ระบบได้ทันที พร้อมฐานลูกค้ากว่า 900,000 ราย ขณะเดียวกัน ศูนย์ผลิตอาหารพร้อมรับประทานยังสามารถนำมาต่อยอดกับธุรกิจอาหารของ Tops ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่แข่งขันสำคัญของค้าปลีกยุคใหม่ เพราะอาหารพร้อมรับประทานช่วยเพิ่มความถี่ในการซื้อและมีโอกาสสร้างมาร์จิ้นได้มากกว่าสินค้าทั่วไป

ที่สำคัญคือการนำสาขาเข้าสู่ระบบสมาชิกและอีโคซิสเต็มของ CRC จะเปิดโอกาสให้ Tops ใช้ฐานข้อมูลลูกค้า การจัดซื้อ โลจิสติกส์ และช่องทางออนไลน์ร่วมกับธุรกิจในเครือได้มากขึ้น การเปลี่ยน MaxValu เป็น Tops จึงเป็นอีกสัญญาณว่าการแข่งขันค้าปลีกไทยกำลังเปลี่ยนจากสงคราม “จำนวนสาขา” ไปสู่การแข่งขันด้านอีโคซิสเต็ม

ผู้เล่นรายใหญ่ต้องมีทั้งทำเล ฐานสมาชิก สินค้าแบรนด์ตัวเอง ระบบจัดซื้อและกระจายสินค้า อาหารพร้อมรับประทาน ช่องทางออนไลน์ และบริการจัดส่ง เพื่อเพิ่มความถี่ในการซื้อและรักษาลูกค้าให้อยู่ในระบบของตัวเอง สำหรับ CRC การซื้อ MaxValu 30 สาขาจึงเป็นการเร่งขยายเครือข่าย Tops โดยใช้สินทรัพย์ที่มีอยู่แล้ว ขณะที่ฝั่งคู่แข่งอย่าง Lotus’s Go Fresh ก็เดินหน้าขยายร้านรูปแบบใกล้บ้านเช่นกัน

ท้ายที่สุด การหายไปของ MaxValu จากตลาดไทยจึงไม่ได้หมายความว่าความต้องการของผู้บริโภคลดลง แต่เป็นการเปลี่ยนเจ้าของและเปลี่ยนแบรนด์ เพื่อเข้าสู่การแข่งขันรอบใหม่ของตลาดค้าปลีกอาหารไทย ซึ่งกำลังเดิมพันกันทั้ง “ทำเล ลูกค้า และข้อมูล” มากกว่าการแข่งกันเพียงว่าใครมีร้านมากที่สุด