thansettakij
thansettakij
จัดระเบียบ Creator Economy 6.8 หมื่นล้าน คอนเทนต์ครีเอเตอร์ทะลุ 9 ล้านราย

จัดระเบียบ Creator Economy 6.8 หมื่นล้าน คอนเทนต์ครีเอเตอร์ทะลุ 9 ล้านราย

26 ก.ย. 69 | 03:39 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ก.ย. 69 | 03:57 น.

ตลาด Creator Economy ไทยโตแรงแตะ 6 - 6.8 หมื่นล้านบาท คอนเทนต์ครีเอเตอร์พุ่งแตะ 9 ล้านราย ดันตลาดเข้าสู่ “ยุคจัดระเบียบ” แพลตฟอร์ม-แบรนด์หันคัดเข้มจากยอดวิว สู่ตัวตน ความน่าเชื่อถือ และคุณภาพผู้ชม

KEY

POINTS

  • ตลาด Creator Economy ไทยมีมูลค่าคาดการณ์สูงถึง 6.8 หมื่นล้านบาท และมีจำนวนคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในระบบกว่า 9 ล้านคน
  • อุตสาหกรรมกำลังเข้าสู่ยุค "จัดระเบียบ" (Creator Order) โดยเปลี่ยนจากการวัดผลด้วยยอดผู้ติดตามและยอดวิว ไปให้ความสำคัญกับคุณภาพของผู้ชม ความน่าเชื่อถือ และผลลัพธ์ทางธุรกิจ
  • ครีเอเตอร์ต้องยกระดับสู่ความเป็นมืออาชีพและสร้างความแตกต่าง เนื่องจาก AI ทำให้การแข่งขันเปลี่ยนจากปริมาณไปสู่คุณภาพ โดยจะมีการออกมาตรฐานและหลักปฏิบัติ (Code of Practice) เพื่อควบคุม

ตลาด Creator Economy ไทยโตแรงแตะ 6 - 6.8 หมื่นล้านบาท

ตลาด Creator Economy ไทยเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ จากตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยจำนวนผู้ติดตามและยอดวิว สู่ “ยุคจัดระเบียบ” (Creator Order) เมื่อเทคโนโลยี AI ทำให้การผลิตคอนเทนต์มีต้นทุนต่ำและเกิดคอนเทนต์จำนวนมหาศาล ขณะที่แพลตฟอร์มเริ่มให้ความสำคัญกับคุณภาพ ตัวตน และพฤติกรรมของผู้ชมมากขึ้น ส่งผลให้ครีเอเตอร์ต้องยกระดับจากผู้ผลิตคอนเทนต์สู่การเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างธุรกิจของแบรนด์

นางสาวสุวิตา จรัญวงศ์ CEO & Co-Founder Tellscore ผู้จัดงาน Thailand Influencer Awards และอุปนายกสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (TCCA) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาด Creator Economy ไทยในปี 2569 ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเพียงจำนวนครีเอเตอร์ที่เพิ่มขึ้น แต่กำลังเข้าสู่ช่วง Professionalization หรือการยกระดับสู่ความเป็นมืออาชีพ โดยครีเอเตอร์กำลังขยับจาก “ช่องทางสื่อสาร” มาเป็นส่วนหนึ่งของ Business Infrastructure ของแบรนด์

 

นางสาวสุวิตา จรัญวงศ์ CEO & Co-Founder Tellscore ผู้จัดงาน Thailand Influencer Awards และอุปนายกสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (TCCA)

 

 ข้อมูลจาก Goldman Sachs ประเมินตลาด Content Creator ทั่วโลกไว้ที่ประมาณ 480,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 16 ล้านล้านบาท ขณะที่ตลาดครีเอเตอร์ไทยในปี 2567 มีมูลค่าประมาณ 45,000 ล้านบาท และคาดว่าจะขยายสู่ระดับ 60,000-68,000 ล้านบาท โดยเติบโตเฉลี่ยประมาณ 14% ต่อปี คิดเป็นราว 0.5% ของตลาดโลก

ไทยมีผู้สร้างคอนเทนต์ในระบบประมาณ 9 ล้านคน

ปัจจุบันไทยมีผู้สร้างคอนเทนต์ในระบบประมาณ 9 ล้านคน ขณะที่ Tellscore มีครีเอเตอร์ลงทะเบียนราว 100,000 คน และประมาณ 30,000 คนมีงานและสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ โดยครีเอเตอร์ 60-70% ยังทำงานประจำควบคู่กับการสร้างคอนเทนต์ ซึ่งสร้างรายได้เสริมเฉลี่ยประมาณ 20,000-30,000 บาทต่อเดือน ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา Tellscore ระบุว่าสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและกระจายสู่ครีเอเตอร์ไทยแล้วกว่า 900 ล้านบาท

การเติบโตของตลาดทำให้แบรนด์เปลี่ยนวิธีประเมินครีเอเตอร์ จากเดิมที่ให้น้ำหนักกับยอดผู้ติดตามและยอดวิว ไปสู่ Quality of Audience หรือคุณภาพของกลุ่มผู้ชม รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างครีเอเตอร์กับ Community แบรนด์ต้องการเห็นตั้งแต่ Branding, Brand Recall, Consideration ไปจนถึง Conversion โดยเฉพาะ Affiliate และ Performance-based Collaboration ที่สามารถติดตามผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ ขณะเดียวกันรูปแบบการทำงานเปลี่ยนจากการจ้างโพสต์แบบครั้งเดียว (One-off Posting) ไปสู่ Partnership และ Always-on Creator Strategy ที่ทำงานร่วมกันต่อเนื่องตลอด Customer Journey

 Micro และ Niche Creator จึงมีบทบาทเพิ่มขึ้น เพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ชมเฉพาะทางและสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด ขณะที่ครีเอเตอร์รายใหญ่ไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่อง Reach แต่ต้องพิสูจน์ Performance และ Sentiment ของผู้ชมด้วย

 นางสาวสุวิตา กล่าวว่า จุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดในปีนี้คือการเข้าสู่ยุค “Creator Order” หรือการจัดระเบียบใหม่ หลัง AI ทำให้ต้นทุนการผลิตคอนเทนต์ลดลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่ปริมาณคอนเทนต์เพิ่มขึ้น ทั้งคอนเทนต์ซ้ำ คอนเทนต์คุณภาพต่ำ และคอนเทนต์ที่มีความเสี่ยงด้านกฎหมายหรือความน่าเชื่อถือ แพลตฟอร์มจึงเริ่มให้ความสำคัญกับพฤติกรรมของผู้ชม หรือ “Signals” มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาการรับชม การบันทึก การแสดงความคิดเห็น และปฏิกิริยาต่อคอนเทนต์ เพื่อนำไปประเมินคุณภาพและส่งต่อผู้ชมเข้าสู่ Journey ที่เกี่ยวข้อง

 

จัดระเบียบ Creator Economy 6.8 หมื่นล้าน คอนเทนต์ครีเอเตอร์ทะลุ 9 ล้านราย

 

 ขณะเดียวกันคอนเทนต์ที่ไม่มีตัวตนชัดเจนหรือทำซ้ำจำนวนมากมีความเสี่ยงถูกลดการมองเห็นหรือจำกัดการเผยแพร่ ทำให้การแข่งขันของครีเอเตอร์ในระยะต่อไปไม่ใช่การผลิตให้ได้มากที่สุด แต่เป็นการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณค่าและแตกต่าง ในตลาดที่มีครีเอเตอร์จำนวนมาก ความน่าเชื่อถือกำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญ โดยมาตรฐานไม่ได้อยู่แค่คุณภาพงาน แต่ครอบคลุม Accuracy ความถูกต้องของข้อมูล, Transparency ความโปร่งใส, Authenticity ความจริงแท้, Social Responsibility ความรับผิดชอบต่อสังคม และ Professionalism ความเป็นมืออาชีพ

 TCCA จึงอยู่ระหว่างการผลักดัน Code of Practice สำหรับครีเอเตอร์ โดยเชื่อมโยงกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องราว 27 ข้อ ครอบคลุมทั้งลิขสิทธิ์ การคุ้มครองเด็ก คอนเทนต์สุขภาพ การเงิน และการโฆษณา พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ แพทยสภา สภาการพยาบาล สภาเทคนิคการแพทย์ ก.ล.ต. ปปง. สคบ. และ กสทช. ทิศทางดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดกำลังขยับจากการวัด “Influence” ด้วยตัวเลข ไปสู่การวัดความรับผิดชอบและความสามารถในการสร้าง Trust ระยะยาว

 เพื่อรับกับการเปลี่ยนแปลง Tellscore เปิดตัว Content Score™ เครื่องมือ Marketing Analytics ในปี 2569 เพื่อวิเคราะห์คอนเทนต์เป็นชุด ทั้ง Performance และ Sentiment ก่อนนำข้อมูลไปสู่คำแนะนำสำหรับแคมเปญถัดไป เครื่องมือดังกล่าวมุ่งวิเคราะห์ทั้งผลงานในอดีต เปรียบเทียบกับคู่แข่ง และค้นหา Audience กลุ่มใหม่ที่มีสัญญาณความสนใจสินค้า ช่วยให้แบรนด์ตัดสินใจเลือกครีเอเตอร์และวาง Content Strategy จาก Data มากกว่าพึ่งพาเพียงยอดวิว

 นางสาวสุวิตามองว่า AI ไม่ได้ทำให้ครีเอเตอร์หมดความสำคัญ แต่กำลังผลักให้คุณค่าของมนุษย์ขยับจาก Execution ไปสู่ Judgment, Taste, Human Experience และ Trust เพราะ AI สามารถช่วยทำ Research สร้างภาพ วิดีโอ หรือร่างคอนเทนต์ได้ แต่ยังต้องอาศัยมนุษย์ในการตัดสินว่าอะไรควรสื่อสารและเหมาะกับบริบทใด ดังนั้นครีเอเตอร์ในอนาคตอาจทำหน้าที่คล้าย “AI Producer” ที่กำหนดทิศทาง ควบคุมคุณภาพ ตรวจสอบข้อมูล และใช้ประสบการณ์จริงสร้างมุมมองที่แตกต่าง พร้อมกระจายรายได้ไปสู่ Subscription, Affiliate และธุรกิจอื่นนอกเหนือจากรายได้จากการรับงาน

 ท้ายที่สุด ตลาด Creator Economy ที่กำลังขยายตัวไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเติบโตไปพร้อมกัน แต่กำลังเข้าสู่ช่วงคัดกรองครั้งใหม่ โดย “ตัวตน ความเชี่ยวชาญ คุณภาพของ Community และความน่าเชื่อถือ” จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการยืนระยะ ขณะที่ AI และแพลตฟอร์มจะเป็นแรงเร่งให้ตลาดเดินหน้าเข้าสู่ระบบที่เป็นมืออาชีพและมีมาตรฐานมากขึ้น