thansettakij
thansettakij
CJ MORE ดันยอดขายแสนล้านปีหน้า เร่ง 5,000 สาขา ปูทางเข้าตลาดหุ้นปี 2572

CJ MORE ดันยอดขายแสนล้านปีหน้า เร่งขยาย 5,000 สาขา ปูทางเข้าตลาดหุ้นปี 2572

15 ก.ย. 69 | 07:43 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ก.ย. 69 | 08:01 น.

“เสถียร เสถียรธรรมะ” เดินเกม CJ MORE ตั้งเป้ายอดขายแสนล้านบาทปีหน้า เร่งสู่ 5,000 สาขาในปี 2572 พร้อมเตรียมเข้าตลาดหุ้น และเปิดแคมเปญ “CJ STAR ของดีติดดาว” ดันสินค้าท้องถิ่นเข้าร้าน

KEY

POINTS

  • ซีเจ มอร์ (CJ MORE) ตั้งเป้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในปี 2572 โดยกำลังศึกษาทางเลือกในตลาดหุ้นต่างประเทศควบคู่กันไป
  • เร่งขยายสาขาให้ครบ 5,000 แห่งภายในปี 2572 โดยมีแผนเปิดเพิ่มเฉลี่ยปีละ 500-700 สาขา เน้นพื้นที่ภาคใต้และภาคเหนือมากขึ้น
  • ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ที่ 80,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตแตะระดับ 100,000 ล้านบาท ในปีหน้า
  • ปั้นสินค้าชุมชนผ่าน “CJ STAR ของดีติดดาว” เริ่มดำเนินการแล้วใน 538 สาขา พร้อมตั้งเป้าขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

CJ MORE เร่ง 5,000 สาขา รับแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ปี 2572 

CJ MORE เดินหน้าขยายธุรกิจค้าปลีกเต็มสูบ วางเป้าเพิ่มสาขาเฉลี่ยปีละ 500 แห่ง ก่อนขยับเป็น 600-700 แห่งในระยะถัดไป ตั้งเป้าปี 2572 มีสาขาเกิน 5,000 แห่ง พร้อมเตรียมความพร้อมเข้าตลาดหลักทรัพย์ตามแผน ขณะที่โครงการ “CJ STAR ของดีติดดาว” เตรียมนำสินค้าชุมชนเข้าสู่เครือข่ายร้าน CJ MORE กว่า 2,100 สาขาใน 60 จังหวัด จากปัจจุบันเริ่มดำเนินการแล้วใน 538 สาขา พร้อมตั้งเป้าขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง ด้านยอดขายปีนี้ตั้งเป้า 80,000 ล้านบาท และคาดแตะ 100,000 ล้านบาทในปีหน้า

นายเสถียร เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มคาราบาว เปิดเผยว่า CJ MORE มีแผนเตรียมความพร้อมสำหรับการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในทุกด้าน และตั้งเป้าหมายเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 2572 โดยจะไม่เลื่อนออกไปจากกรอบเวลาดังกล่าว

 

นายเสถียร เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มคาราบาว

 

ที่ผ่านมาแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์มีการเลื่อนออกไป โดยการเลื่อนอย่างเป็นทางการเกิดขึ้น 1 ครั้ง และเป็นการเลื่อนระยะยาวถึงปี 2572 อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่มีแรงกดดันด้านเงินทุน เนื่องจากผลประกอบการอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง โดยปีที่ผ่านมามีกำไรประมาณ 5,000 ล้านบาท และคาดว่าปีนี้จะเติบโตต่อเนื่อง

“ตอนนี้ผมรวย” นายเสถียรกล่าว พร้อมอธิบายว่า บริษัทไม่ได้มีแรงกดดันจากการต้องระดมทุนเพื่อนำไปชำระหนี้ โดยการตัดสินใจเข้าตลาดหลักทรัพย์จะพิจารณาจากประโยชน์ในระยะยาว และความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นเป็นสำคัญ

เจรจาตลาดหุ้นต่างประเทศ แต่ยังไม่เคาะ

สำหรับช่องทางการเข้าตลาดหลักทรัพย์ ปัจจุบันมีตลาดหุ้นต่างประเทศเข้ามาหารือกับบริษัท ทั้งตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (Hang Seng) ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX) และ Nasdaq โดย Hang Seng เข้ามาหารือที่บริษัทประมาณ 5 ครั้ง ขณะที่ SGX เข้ามาหารือประมาณ 2 ครั้ง และ Nasdaq เข้ามาหารือแล้ว 1 ครั้ง

 

CJ MORE ดันยอดขายแสนล้านปีหน้า เร่ง 5,000 สาขา ปูทางเข้าตลาดหุ้นปี 2572

 

ทั้งนี้ SGX ได้เสนอแนวทางว่าหากบริษัทดำเนินการยื่น Filing ที่สิงคโปร์ สามารถต่อยอดเข้าสู่ Nasdaq ได้ เนื่องจากใช้เกณฑ์ที่สอดคล้องกัน อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกตลาดหลักทรัพย์ และอยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสม นายเสถียร กล่าวว่า หลักสำคัญในการพิจารณาคือมองประโยชน์ระยะยาว รวมถึงความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น

โดยบริษัทไม่ต้องการเข้าตลาดจากแรงกดดันด้านหนี้หรือความจำเป็นในการระดมทุน “เรื่องสำคัญคือเรื่อง Long-term ดูเรื่องระยะยาวว่าเราจะได้ประโยชน์อะไร” ขณะเดียวกัน บริษัทตั้งเป้าว่าเมื่อถึงปี 2572 CJ MORE จะมีสาขามากกว่า 5,000 สาขา ซึ่งจะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการขยายธุรกิจในอนาคต

 

ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 8 หมื่นล้าน ปีหน้าแตะแสนล้าน

ด้านผลการดำเนินงาน CJ MORE ตั้งเป้ายอดขายปี 2569 ที่ประมาณ 80,000 ล้านบาท โดยในช่วง 8 เดือนแรกมียอดขายแล้วประมาณ 50,000-60,000 ล้านบาท และคาดว่าปีหน้าจะสามารถขยับขึ้นแตะ 100,000 ล้านบาท สำหรับภาพรวมธุรกิจในเครือคาราบาวในปีนี้ คาดว่าจะมีผลการดำเนินงานดีกว่าปีก่อน

โดยธุรกิจค้าปลีก CJ MORE ยังคงเป็นธุรกิจหลักที่สร้างรายได้ในสัดส่วนสูง ขณะที่ธุรกิจเครื่องดื่มเป็นอีกหนึ่งธุรกิจสำคัญของกลุ่ม ปัจจุบัน CJ MORE มีฐานสมาชิกประมาณ 11 ล้านคน โดยลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการส่วนใหญ่เป็นสมาชิกในสัดส่วนมากกว่า 90% สะท้อนฐานลูกค้าประจำและการซื้อซ้ำของธุรกิจค้าปลีก

เร่งขยายปีละ 500 สาขา ลงใต้-เหนือมากขึ้น

ปัจจุบัน CJ MORE มีสาขาประมาณ 2,100 แห่ง ครอบคลุม 60 จังหวัดทั่วประเทศ แบ่งเป็นโมเดลหลัก ได้แก่ CJ MORE และ CJ Super โดยมี CJ Super ประมาณ 1,500-1,600 สาขา และ CJ MORE ประมาณ 400-500 สาขา บริษัทวางแผนขยายสาขาเฉลี่ยปีละประมาณ 500 แห่ง จากช่วงหลายปีที่ผ่านมาเคยขยายประมาณ 300-400 แห่งต่อปี และตั้งเป้าขยับเป็น 600-700 แห่งต่อปีในระยะถัดไป เพื่อผลักดันจำนวนสาขาให้เกิน 5,000 แห่งภายในปี 2572

 

CJ MORE ดันยอดขายแสนล้านปีหน้า เร่ง 5,000 สาขา ปูทางเข้าตลาดหุ้นปี 2572

 

การขยายสาขาในระยะต่อไปจะเน้นกระจายพื้นที่มากขึ้น โดยเฉพาะภาคใต้และภาคเหนือ จากปัจจุบันที่เริ่มขยายลงไปถึงจังหวัดภูเก็ต และขึ้นไปถึงพิษณุโลก พร้อมศึกษาการขยายไปยังเชียงใหม่และเชียงราย ขณะที่พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังอยู่ระหว่างการศึกษาโมเดลธุรกิจที่เหมาะสม

จุดที่น่าสนใจคือ แม้ CJ MORE จะมีเครือข่ายครอบคลุม 60 จังหวัด แต่การขยายสาขาในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้เน้นเฉพาะต่างจังหวัด โดยกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังเป็นพื้นที่สำคัญ ปัจจุบันกรุงเทพฯ มีประมาณ 300 สาขา ถือเป็นจังหวัดที่มีจำนวนสาขามากที่สุดของบริษัท ทำเลสาขาในกรุงเทพฯ จะเน้นพื้นที่ชุมชนและในซอยมากกว่าการตั้งอยู่บนถนนสายหลัก เช่น หนองแขม บางแค ดุสิต บางซื่อ พหลโยธิน และพระโขนง เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการซื้อสินค้าเข้าบ้าน

ลงทุน 5 พันล้าน ขยายสาขา-เสริมโครงสร้างพื้นฐาน

สำหรับแผนลงทุนปี 2569 บริษัทเตรียมงบลงทุนประมาณ 5,000 ล้านบาท และปี 2570 คาดว่าจะใช้งบประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท โดยการเปิดสาขาใหม่ใช้งบเฉลี่ยประมาณ 9-10 ล้านบาทต่อสาขา ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ หากคิดจากแผนขยายประมาณ 500 สาขาต่อปี จะต้องใช้เงินลงทุนเฉพาะการขยายสาขาราว 4,500-5,000 ล้านบาทต่อปี

ขณะที่บริษัทยังไม่มีแผนร่วมทุน (JV) พิเศษ ปัจจุบันบริษัทมีศูนย์กระจายสินค้า (DC) 5 แห่ง โดยปีนี้ยังไม่มีแผนสร้าง DC เพิ่ม แต่มีแผนพิจารณาการลงทุนศูนย์กระจายสินค้าในภาคใต้หรือภาคเหนือในปีหน้า เพื่อรองรับการขยายสาขา

ชู “ครบ ถูก คุ้ม” รับกำลังซื้อชะลอ

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว CJ MORE เน้นการทำโปรโมชั่นและลดราคาสินค้า เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายและรักษาฐานลูกค้า โดยยอมรับกำไรต่อหน่วยที่ลดลง เพื่อแลกกับปริมาณยอดขายที่เพิ่มขึ้น บริษัทวางตำแหน่งแบรนด์ CJ MORE ให้เป็นร้านที่มีสินค้า “ครบ ถูก คุ้ม” พร้อมให้ความสำคัญกับการตั้งสาขาในพื้นที่ชุมชน เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน

ปัจจุบันยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) ยังเติบโตเป็นบวกประมาณ 0-2% แม้ชะลอลงจากอดีตที่เคยเติบโตประมาณ 5-7% โดยบริษัทมองว่ากำลังซื้อที่อ่อนตัวและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ไม่ได้ครอบคลุมร้าน CJ MORE เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการจับจ่าย

ปั้นสินค้าชุมชนผ่าน “CJ STAR ของดีติดดาว”

นอกจากการขยายสาขาและยอดขายแล้ว CJ MORE เดินหน้าขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กผ่านโครงการ “CJ STAR ของดีติดดาว” เพื่อค้นหาและยกระดับสินค้าจากชุมชนให้เข้าสู่ช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ โครงการดังกล่าวมุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการตั้งแต่การพัฒนาคุณภาพ มาตรฐาน รูปลักษณ์และบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการสร้าง Storytelling ถ่ายทอดเรื่องราวและคุณค่าของคนทำของดีจากท้องถิ่น ก่อนนำสินค้าเข้าสู่ช่องทางจำหน่ายของ CJ MORE

 

CJ MORE ดันยอดขายแสนล้านปีหน้า เร่ง 5,000 สาขา ปูทางเข้าตลาดหุ้นปี 2572

 

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่ได้รับการติดดาวแล้ว 14 ราย รวม 21 รายการสินค้า ครอบคลุมทั้งอาหาร ขนม เครื่องปรุง และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น โดยสินค้าจะถูกจัดวางในพื้นที่หัวชั้น “CJ STAR ของดีติดดาว” เพื่อเพิ่มการมองเห็นและโอกาสเข้าถึงผู้บริโภค

จากจุดเริ่มต้นในเครือข่าย 538 สาขาในภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก บริษัทเตรียมขยายโครงการไปยังเครือข่าย CJ MORE กว่า 2,100 สาขาใน 60 จังหวัด พร้อมตั้งเป้าค้นหา “ของดี” จากชุมชนอย่างต่อเนื่อง และต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศในอนาคต

นายเสถียร กล่าวว่า เป้าหมายของ CJ STAR ของดีติดดาว ไม่ได้มุ่งเพียงนำสินค้าเข้ามาวางจำหน่าย แต่ต้องการ “ติดดาวให้ของดี และติดโอกาสให้ท้องถิ่น” เพื่อให้ผู้ประกอบการรายเล็กมีพื้นที่ในการเติบโต มีช่องทางเข้าถึงตลาด และสามารถต่อยอดสินค้าให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจที่เติบโตได้อย่างยั่งยืน