thansettakij
thansettakij
ส่อง 5 เมกะเทรนด์การศึกษาปฐมวัย 'เด่นหล้า' เร่งปรับยุทธศาสตร์สู้ยุค AI

ส่อง 5 เมกะเทรนด์การศึกษาปฐมวัย 'เด่นหล้า' เร่งปรับยุทธศาสตร์สู้ยุค AI

23 ก.ค. 69 | 08:38 น.
อัปเดตล่าสุด :23 ก.ค. 69 | 08:58 น.

โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า (สาขาเพชรเกษม) พลิกเกมการศึกษาปฐมวัย ทุ่ม 25 ล้านบาท รับ 5 เมกะเทรนด์โลก AI มุ่งสร้างทักษะที่หุ่นยนต์แทนไม่ได้เพื่ออนาคตเด็ก

KEY

POINTS

  • โรงเรียนเด่นหล้าปรับยุทธศาสตร์รับมือยุค AI โดยเปลี่ยนจากการเป็นโรงเรียนเน้นวิชาการ (Feeder School) ไปสู่การสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ (Learning Ecosystem)
  • การปรับตัวอ้างอิง 5 เมกะเทรนด์การศึกษาปฐมวัย โดยมุ่งพัฒนาทักษะที่ AI ทดแทนไม่ได้ เช่น ความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร และการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง
  • ลงทุนกว่า 25 ล้านบาท สร้าง "Denla Learning Commons" เพื่อเป็นพื้นที่ให้เด็กเรียนรู้ผ่านการเล่นและการลงมือทำ แทนการเร่งเนื้อหาวิชาการเพื่อการสอบแข่งขัน

เมื่อ Generative AI ทำให้การค้นหาความรู้และคำตอบเร็วขึ้น โรงเรียนหลายแห่งจึงเริ่มทบทวนบทบาทของตัวเอง จากการเร่งวิชาการและเตรียมสอบ สู่การสร้างทักษะเทคโนโลยี โดยเฉพาะในภาคการศึกษาระดับปฐมวัย ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญของการพัฒนาสมองและการวางรากฐานการเรียนรู้ตลอดชีวิต จนบางครั้งก็อาจทำให้เด็กขาดทักษะของชีวิตจริง

ดังนั้น โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า (สาขาเพชรเกษม) จึงลงทุนกว่า 25 ล้านบาท พัฒนา Denla Learning Commonsบนพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ (Learning Ecosystem) สำหรับเด็กอายุ 6 เดือนถึง 6 ปี ผ่านแนวคิด Child-Centered, Play-based Learning และ Experiential Learning ที่เปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้ผ่านการเล่น การลงมือทำ และประสบการณ์จริง มากกว่าการใช้ Generative AI

ผศ.ดร.ต่อยศ ปาลเดชพงศ์ กรรมการบริหารกลุ่มโรงเรียนเด่นหล้า และโรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า (สาขาเพชรเกษม)

5 เมกะเทรนด์ พลิกเกมธุรกิจการศึกษา โลกยัค AI

ผศ.ดร.ต่อยศ ปาลเดชพงศ์ กรรมการบริหารกลุ่มโรงเรียนเด่นหล้า และโรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า (สาขาเพชรเกษม) กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ปกครองไม่ได้เลือกโรงเรียนจากอัตราการสอบเข้าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการพื้นที่ที่ช่วยให้เด็กค้นพบศักยภาพของตัวเอง มีความคิดสร้างสรรค์ กล้าสื่อสาร และสามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต ซึ่งเป็นทักษะที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้ บริบทของโลกยุค AI และความคาดหวังของผู้ปกครองที่เปลี่ยนไป ทำให้โรงเรียนต้องปรับบทบาทครั้งสำคัญ

จาก Feeder School ไปสู่ Learning Ecosystem

เด่นหล้าจึงปรับจากการเป็น Feeder School หรือโรงเรียนที่มุ่งเตรียมเด็กเข้าสู่โรงเรียนประถมชั้นนำ ไปสู่การเป็น Learning Ecosystem ที่เชื่อมโยงพื้นที่การเรียนรู้ หลักสูตร ครู และกิจกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เหมาะกับเด็กแต่ละคน พร้อมปรับยุทธศาสตร์ โดยอ้างอิงจากผลการศึกษา Denla Early Childhood Insights ที่พบว่าการศึกษาปฐมวัยกำลังเผชิญ 5 เมกะเทรนด์สำคัญ ได้แก่

กิจกรรม Learning Ecosystem ที่เชื่อมโยงพื้นที่การเรียนรู้ให้เด็นช่วงปฐมวัย

  1. การเรียนรู้ที่คำนึงถึงความแตกต่างของเด็กแต่ละคน มากกว่าการใช้หลักสูตรเดียวกับทุกคน
  2. การสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงห้องเรียน การเล่น และประสบการณ์จริง
  3. การพัฒนาทักษะที่ AI ทดแทนไม่ได้ เช่น การคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร และ Empathy
  4. การปลูกฝัง Future Skills ตั้งแต่วัยปฐมวัย แทนการเร่งเนื้อหาวิชาการ
  5. การเปิดพื้นที่ให้เด็กค้นพบศักยภาพของตนเองผ่านประสบการณ์ที่หลากหลาย

เมกะเทรนด์เหล่านี้กำลังเปลี่ยนการแข่งขันของธุรกิจการศึกษา จากเดิมที่แข่งขันกันด้วยผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ ไปสู่การแข่งขันด้านคุณภาพของประสบการณ์การเรียนรู้ และความสามารถในการพัฒนาเด็กให้พร้อมสำหรับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ลงทุนกับพื้นที่เรียนรู้ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เติบโตไปกับเด็ก

ผศ.ดร.ต่อยศ กล่าวว่า ความสำเร็จของโรงเรียนในอดีตอาจวัดจากจำนวนเด็กที่สอบเข้าโรงเรียนชั้นนำได้ แต่ในโลกปัจจุบัน ความสำเร็จเริ่มต้นจากการสร้างพื้นฐานการคิด การตั้งคำถาม และการเรียนรู้ที่จะติดตัวเด็กไปตลอดชีวิต

เด็กเล็กในโรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า (สาขาเพชรเกษม)  ซึ่งอยู่ในช่วงประฐมวัย

การลงทุนของโรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า (สาขาเพชรเกษม) จึงสะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านของธุรกิจการศึกษาปฐมวัยไทย ที่กำลังปรับจากการแข่งขันด้าน “ผลสอบ” ไปสู่การแข่งขันด้าน “คุณภาพของระบบนิเวศการเรียนรู้” เพื่อตอบโจทย์ผู้ปกครองยุคใหม่

อย่างไรก็ตาม บทบาทของโรงเรียนไม่ได้อยู่ที่การสอนเนื้อหาให้มากที่สุด แต่คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้เด็กคิดเป็น เรียนรู้เป็น ปรับตัวเป็น และพร้อมเติบโตในโลกที่ความเปลี่ยนแปลง ซึ่ง Generative AI กลายเป็นเรื่องปกติ แต่คุณค่าใหม่ของการศึกษาปฐมวัย ที่สอนให้เด็กคิดเป็น จะเป็นทิศทางสำคัญในอุตสาหกรรมการศึกษาอนาคต