
ส่อง 5 เมกะเทรนด์การศึกษาปฐมวัย 'เด่นหล้า' เร่งปรับยุทธศาสตร์สู้ยุค AI
โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า (สาขาเพชรเกษม) พลิกเกมการศึกษาปฐมวัย ทุ่ม 25 ล้านบาท รับ 5 เมกะเทรนด์โลก AI มุ่งสร้างทักษะที่หุ่นยนต์แทนไม่ได้เพื่ออนาคตเด็ก
KEY
POINTS
- โรงเรียนเด่นหล้าปรับยุทธศาสตร์รับมือยุค AI โดยเปลี่ยนจากการเป็นโรงเรียนเน้นวิชาการ (Feeder School) ไปสู่การสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ (Learning Ecosystem)
- การปรับตัวอ้างอิง 5 เมกะเทรนด์การศึกษาปฐมวัย โดยมุ่งพัฒนาทักษะที่ AI ทดแทนไม่ได้ เช่น ความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร และการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง
- ลงทุนกว่า 25 ล้านบาท สร้าง "Denla Learning Commons" เพื่อเป็นพื้นที่ให้เด็กเรียนรู้ผ่านการเล่นและการลงมือทำ แทนการเร่งเนื้อหาวิชาการเพื่อการสอบแข่งขัน
เมื่อ Generative AI ทำให้การค้นหาความรู้และคำตอบเร็วขึ้น โรงเรียนหลายแห่งจึงเริ่มทบทวนบทบาทของตัวเอง จากการเร่งวิชาการและเตรียมสอบ สู่การสร้างทักษะเทคโนโลยี โดยเฉพาะในภาคการศึกษาระดับปฐมวัย ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญของการพัฒนาสมองและการวางรากฐานการเรียนรู้ตลอดชีวิต จนบางครั้งก็อาจทำให้เด็กขาดทักษะของชีวิตจริง
ดังนั้น โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า (สาขาเพชรเกษม) จึงลงทุนกว่า 25 ล้านบาท พัฒนา Denla Learning Commonsบนพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ (Learning Ecosystem) สำหรับเด็กอายุ 6 เดือนถึง 6 ปี ผ่านแนวคิด Child-Centered, Play-based Learning และ Experiential Learning ที่เปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้ผ่านการเล่น การลงมือทำ และประสบการณ์จริง มากกว่าการใช้ Generative AI
5 เมกะเทรนด์ พลิกเกมธุรกิจการศึกษา โลกยัค AI
ผศ.ดร.ต่อยศ ปาลเดชพงศ์ กรรมการบริหารกลุ่มโรงเรียนเด่นหล้า และโรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า (สาขาเพชรเกษม) กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ปกครองไม่ได้เลือกโรงเรียนจากอัตราการสอบเข้าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการพื้นที่ที่ช่วยให้เด็กค้นพบศักยภาพของตัวเอง มีความคิดสร้างสรรค์ กล้าสื่อสาร และสามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต ซึ่งเป็นทักษะที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้ บริบทของโลกยุค AI และความคาดหวังของผู้ปกครองที่เปลี่ยนไป ทำให้โรงเรียนต้องปรับบทบาทครั้งสำคัญ
จาก Feeder School ไปสู่ Learning Ecosystem
เด่นหล้าจึงปรับจากการเป็น Feeder School หรือโรงเรียนที่มุ่งเตรียมเด็กเข้าสู่โรงเรียนประถมชั้นนำ ไปสู่การเป็น Learning Ecosystem ที่เชื่อมโยงพื้นที่การเรียนรู้ หลักสูตร ครู และกิจกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เหมาะกับเด็กแต่ละคน พร้อมปรับยุทธศาสตร์ โดยอ้างอิงจากผลการศึกษา Denla Early Childhood Insights ที่พบว่าการศึกษาปฐมวัยกำลังเผชิญ 5 เมกะเทรนด์สำคัญ ได้แก่
- การเรียนรู้ที่คำนึงถึงความแตกต่างของเด็กแต่ละคน มากกว่าการใช้หลักสูตรเดียวกับทุกคน
- การสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงห้องเรียน การเล่น และประสบการณ์จริง
- การพัฒนาทักษะที่ AI ทดแทนไม่ได้ เช่น การคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร และ Empathy
- การปลูกฝัง Future Skills ตั้งแต่วัยปฐมวัย แทนการเร่งเนื้อหาวิชาการ
- การเปิดพื้นที่ให้เด็กค้นพบศักยภาพของตนเองผ่านประสบการณ์ที่หลากหลาย
เมกะเทรนด์เหล่านี้กำลังเปลี่ยนการแข่งขันของธุรกิจการศึกษา จากเดิมที่แข่งขันกันด้วยผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ ไปสู่การแข่งขันด้านคุณภาพของประสบการณ์การเรียนรู้ และความสามารถในการพัฒนาเด็กให้พร้อมสำหรับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ลงทุนกับพื้นที่เรียนรู้ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เติบโตไปกับเด็ก
ผศ.ดร.ต่อยศ กล่าวว่า ความสำเร็จของโรงเรียนในอดีตอาจวัดจากจำนวนเด็กที่สอบเข้าโรงเรียนชั้นนำได้ แต่ในโลกปัจจุบัน ความสำเร็จเริ่มต้นจากการสร้างพื้นฐานการคิด การตั้งคำถาม และการเรียนรู้ที่จะติดตัวเด็กไปตลอดชีวิต
การลงทุนของโรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า (สาขาเพชรเกษม) จึงสะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านของธุรกิจการศึกษาปฐมวัยไทย ที่กำลังปรับจากการแข่งขันด้าน “ผลสอบ” ไปสู่การแข่งขันด้าน “คุณภาพของระบบนิเวศการเรียนรู้” เพื่อตอบโจทย์ผู้ปกครองยุคใหม่
อย่างไรก็ตาม บทบาทของโรงเรียนไม่ได้อยู่ที่การสอนเนื้อหาให้มากที่สุด แต่คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้เด็กคิดเป็น เรียนรู้เป็น ปรับตัวเป็น และพร้อมเติบโตในโลกที่ความเปลี่ยนแปลง ซึ่ง Generative AI กลายเป็นเรื่องปกติ แต่คุณค่าใหม่ของการศึกษาปฐมวัย ที่สอนให้เด็กคิดเป็น จะเป็นทิศทางสำคัญในอุตสาหกรรมการศึกษาอนาคต







