thansettakij
thansettakij
ปรับแนวรบ ‘โอ้กะจู๋’ ปิดสาขาลาดพร้าว 31 ก.ค.นี้ รับพฤติกรรมนักชิมเปลี่ยน

ปรับแนวรบ ‘โอ้กะจู๋’ ปิดสาขาลาดพร้าว 31 ก.ค.นี้ รับพฤติกรรมนักชิมเปลี่ยน

13 ก.ค. 69 | 09:28 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ก.ค. 69 | 10:05 น.

“โอ้กะจู๋”ประกาศปิดให้บริการ สาขา Design Village ลาดพร้าว สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 หลังชะลอขยายแบรนด์หลัก หันลงทุนแบรนด์ใหม่รับพฤติกรรมผู้บริโภค ขณะที่ผลประกอบการปี 2568 รายได้ยังเติบโต แต่กำไรลดลงเหลือ 70.40 ล้านบาท

KEY

POINTS

  • โอ้กะจู๋ประกาศปิดสาขา Design Village ลาดพร้าว โดยจะให้บริการวันสุดท้ายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569
  • บริษัทปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจโดยชะลอการขยายสาขาแบรนด์ "โอ้กะจู๋" ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา
  • หันไปมุ่งเน้นการลงทุนและพัฒนาแบรนด์ใหม่ในเครือมากขึ้น เช่น Oh! Juice, JOE WINGS และ Grill & Ground เพื่อกระจายความเสี่ยง
  • การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เกิดขึ้นท่ามกลางผลกำไรปี 2568 ที่ลดลงประมาณ 65% แม้รายได้จะยังคงเติบโต

เพจเฟซบุ๊ก “โอ้กะจู๋” ประกาศปิดให้บริการ สาขา Design Village ลาดพร้าว (DV002 Ladprao) โดยจะเปิดให้บริการเป็นวันสุดท้ายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 พร้อมระบุข้อความขอบคุณลูกค้าทุกคนที่ให้การสนับสนุนตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา

“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราขอขอบคุณลูกค้าทุกท่าน ที่ให้โอ้กะจู๋ได้เป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหาร รอยยิ้ม และความทรงจำดี ๆ ของคุณเสมอมา” พร้อมกันนี้ บริษัทแจ้งว่าลูกค้ายังสามารถใช้บริการที่สาขาใกล้เคียง ซึ่งยังคงให้บริการตามปกติ

 

 ‘โอ้กะจู๋’ ปิดสาขาลาดพร้าว 31 ก.ค.นี้ ปรับเกมชะลอขยายสาขาหันลงทุนแบรนด์ใหม่

 

ชะลอขยาย “โอ้กะจู๋” หันลงทุนแบรนด์ใหม่

การปิดสาขาครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) ปรับทิศทางการลงทุน โดยนับตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา บริษัทชะลอการเปิดสาขาใหม่ของแบรนด์ “โอ้กะจู๋” และหันไปเร่งพัฒนาแบรนด์ใหม่มากขึ้น

ปัจจุบันบริษัทมีการขยายพอร์ตธุรกิจผ่านหลายแบรนด์ ได้แก่ Oh! Juice ร้านเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ, JOE WINGS ร้านไก่ทอดที่เพิ่งเปิดในจังหวัดเชียงใหม่ บ้านเกิดของผู้ก่อตั้ง, โอ้กะจู๋ Wrap & Roll และแบรนด์  น้องใหม่ Grill & Ground แนวทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ และเพิ่มโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคที่มีไลฟ์สไตล์และความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น

รายได้ยังโต แต่กำไรปี 2568 ลดลงกว่า 65%

แม้ว่ารายได้ของบริษัทจะยังขยายตัวต่อเนื่อง แต่ผลประกอบการล่าสุดสะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนและการลงทุนที่เพิ่มขึ้น ผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปี มีดังนี้

  • ปี 2566 รายได้ 1,716.84 ล้านบาท กำไรสุทธิ 140.67 ล้านบาท
  • ปี 2567 รายได้ 2,444.12 ล้านบาท กำไรสุทธิ 201.68 ล้านบาท
  • ปี 2568 รายได้ 2,744.22 ล้านบาท กำไรสุทธิ 70.40 ล้านบาท

จากตัวเลขดังกล่าว รายได้ปี 2568 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 12.3% แต่กำไรสุทธิลดลงประมาณ 65% เมื่อเทียบกับปี 2567 สะท้อนต้นทุนการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายจากการขยายธุรกิจที่เพิ่มสูงขึ้น

 

ยังใช้บริการได้ 3 สาขาใกล้เคียง

สำหรับลูกค้าที่เคยใช้บริการสาขา Design Village ลาดพร้าว ยังสามารถใช้บริการสาขาใกล้เคียงได้อีก 3 แห่ง ได้แก่

  • เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ
  • เดอะคริสตัล เอกมัย-รามอินทรา
  • ดีไซน์วิลเลจ เกษตร-นวมินทร์

ทั้งนี้ การปิดสาขาดังกล่าวสะท้อนการบริหารพอร์ตธุรกิจของบริษัท ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดร้านอาหารที่รุนแรงขึ้น โดยยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตผ่านการพัฒนาแบรนด์ใหม่ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพของสาขาหลักที่มีศักยภาพ