
บิ๊กเนมพาเหรดปั้นแบรนด์ใหม่ ชิงสมรภูมิร้านอาหาร 7.5 แสนล้านเดือด
ตลาดร้านอาหาร 7.5 แสนล้านคึกคัก บิ๊กแบรนด์ “CRG-ไมเนอร์-โอ้กะจู๋-รวยไม่หยุด”ปรับทัพส่งแบรนด์ใหม่ชิงเค้ก พลิกกลยุทธ์เจาะพรีเมียมแมส-Gen Z
KEY
POINTS
- ตลาดร้านอาหารมูลค่า 7.5 แสนล้านบาทมีการแข่งขันรุนแรง ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ต่างเปิดตัวแบรนด์ใหม่เพื่อชิงส่วนแบ่งตลาด
- บริษัทชั้นนำอย่าง CRG, ไมเนอร์ ฟู้ด และโอ้กะจู๋ ต่างเปิดแบรนด์ใหม่ในกลุ่มอาหารเกาหลี ญี่ปุ่น และสเต็กเพื่อสุขภาพ เพื่อสร้างความแตกต่างและขยายฐานลูกค้า
- กลยุทธ์การปั้นแบรนด์ใหม่มุ่งเน้นเจาะกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ (Gen Z) และตลาดแมส โดยชูจุดเด่นด้านประสบการณ์และราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น
- นอกจากการสร้างแบรนด์เอง บางบริษัทเลือกนำเข้าแฟรนไชส์จากต่างประเทศ เพื่อลดระยะเวลาในการทำตลาดและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็ว
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มในปี 2569 จะมีมูลค่าตลาดรวมกว่า 7.5 แสนล้านบาท เติบโต 2.5% ขณะที่ข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า ช่วง 4 เดือนแรก (ม.ค.-เม.ย.) มีผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหารใหม่ 1,408 ราย เพิ่มขึ้น 171 ราย หรือ 13.82% จากช่วงเดียวกันปีก่อน คิดเป็นมูลค่าทุนจดทะเบียนรวม 2,335 ล้านบาท ส่งสัญญาณการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
นายณัฐ วงศ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้ากลยุทธ์ New Brand อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตธุรกิจและรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โดยบริษัทเปิดตัวแบรนด์ปิ้งย่างเกาหลี “HANAM BBQ” สาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์ หลังมองว่าอาหารเกาหลี ชาบู และอาหารราคาคุ้มค่า ยังได้รับความนิยม
“มองว่าการนำแบรนด์ใหม่เข้ามาเสริมพอร์ตเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากศูนย์การค้าต้องการร้านอาหารใหม่เพื่อสร้างความน่าสนใจ ขณะที่ผู้บริโภคก็แสวงหาประสบการณ์ใหม่อยู่เสมอ จึงมีการทบทวนพอร์ตธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยแบรนด์ที่ไม่เติบโตอาจถูกพิจารณาปิดหรือยุติการดำเนินงาน”
สำหรับปีนี้บริษัทตั้งงบลงทุนราว 1,400 ล้านบาท แบ่งเป็นงบขยายสาขาใหม่ 900 ล้านบาท ปรับปรุงสาขาเดิม 220 ล้านบาท พัฒนาระบบหลังบ้าน 70 ล้านบาท และพัฒนาองค์กรกับบุคลากรกว่า 100 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้ารายได้เติบโต 14% จากปีก่อนที่มีรายได้ 16,900 ล้านบาท และเตรียมเปิดสาขาใหม่ 140-160 แห่ง
ชิมลางร้านอาหารญี่ปุ่นพรีเมียมแมส
ด้านนายอนุพนธ์ นิธิยานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท The Minor Food Group กล่าวว่า ไมเนอร์ ฟู้ด ตัดสินใจเปิดแบรนด์ใหม่ “The Stone” รุกตลาดอาหารญี่ปุ่น แม้หลายฝ่ายมองว่าเป็นตลาดที่เริ่มอิ่มตัว เพราะต้องการเจาะพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ไม่ได้มองหาร้านอาหารแค่เรื่องรสชาติ แต่ต้องการประสบการณ์ร่วมด้วย The Stone จึงถูกวางเป็นแบรนด์ทดลองในกลุ่ม Premium Mass ราคาเริ่มหลักร้อยบาท เจาะกลุ่ม Gen Z และวัยทำงานในเมือง
โดยสาขาแรกเปิดที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เพื่อทดสอบตลาดจริง พร้อมตั้งเป้ายอดใช้จ่ายเฉลี่ย 300 บาทต่อบิล หรือประมาณ 2 ล้านบาทต่อเดือนต่อสาขา โดยบริษัทจะประเมินผลในช่วง 6 เดือนแรก ทั้งจำนวนลูกค้ากระแสตอบรับ และความสามารถในการทำกำไร หากเป็นไปตามเป้าจะเดินหน้าขยายสาขาเพิ่ม โดยตั้งเป้า 100 สาขาภายใน 5 ปี ครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ
พลิกโฉมขายอาหารสุขภาพ
ขณะที่แบรนด์ดังอย่าง “โอ้กะจู๋” ก็เปิดตัวแบรนด์ใหม่อย่าง “Grill & Ground” ในรูปแบบ Modern Steak & Salad Bar เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มแมสและคนรุ่นใหม่เช่นกัน โดยนายชลากร เอกชัยพัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) หรือ “โอ้กะจู๋” กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า Grill & Ground มีจุดขายอาหารสุขภาพที่อร่อยและมีความหลากหลาย แต่ปรับให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นทั้งด้านราคาและรูปแบบการรับประทาน จุดเด่นคือ Salad Bar แบบบุฟเฟต์ที่ลูกค้าสามารถเลือกผัก ท็อปปิ้ง และซุปได้เอง โดยมีราคาเฉลี่ยต่อบิล 250-300 บาท ต่ำกว่าโอ้กะจู๋ ที่เฉลี่ยราว 500 บาท เพื่อเข้าถึงกลุ่มครอบครัว กลุ่มเพื่อน และ Gen Z มากขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทเตรียมปรับสาขาโอ้กะจู๋เดิม 5 สาขาเป็น “Grill & Ground” โดยเลือกจากสาขาที่ถึงรอบปรับปรุงและทำเลที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ใหม่ ส่วนสาขาแรกจะเปิดที่พาทิโอ ถนนกาญจนาภิเษก ภายในเดือนมิถุนายนนี้
ขณะเดียวกันบริษัทชะลอการลงทุนสาขาขนาดใหญ่ในภาคใต้ออกไปก่อน เพื่อรอความชัดเจนของภาคท่องเที่ยวและสถานการณ์ตะวันออกกลาง แม้ทุกแบรนด์ในเครือยังมีกำไรจากการดำเนินงาน แต่บริษัทต้องการบริหารการลงทุนอย่างรอบคอบมากขึ้น หลังเร่งขยายสาขาในช่วงที่ผ่านมา บริษัทยังพัฒนาโมเดลอาหารสุขภาพสำหรับองค์กรและพนักงานออฟฟิศ พร้อมต่อยอด “OKJ Express” และธุรกิจ Catering เพื่อรองรับความต้องการอาหารสุขภาพที่สะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงได้ง่ายในอนาคต
ขยาย 2 แบรนด์ใหม่ในไทย
นางสาวชุติมา เปรื่องเมธางกูร ประธานบริหาร บริษัท บริษัท รวยไม่หยุด จำกัด กล่าวกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า บริษัทเดินหน้าเปิดแบรนด์ใหม่เพื่อขยายฐานลูกค้าและสร้างกระแสเงินสด ท่ามกลางตลาดร้านอาหารที่แข่งขันรุนแรงและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมนำแฟรนไชส์ร้านอาหารเกาหลี 2 แบรนด์เข้ามาทำตลาดในไทย โดยใช้งบลงทุนกว่า 10 ล้านบาทต่อแบรนด์ เพื่อรุกตลาด Premium Mass และลดระยะเวลาในการสร้างแบรนด์ใหม่จากศูนย์ ท่ามกลางการแข่งขันที่เปลี่ยนเร็วและผู้บริโภคต้องการความแปลกใหม่ตลอดเวลา
สำหรับแบรนด์แรกจะเป็นร้านอาหารสไตล์ Korean Express เตรียมเปิดสาขาแรกที่ไอคอนสยามในช่วงไตรมาส 2 ส่วนอีกแบรนด์จะเป็นร้านปิ้งย่างเกาหลี เตรียมเปิดในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้
นอกจากนี้บริษัทยังเปิดตัว “Rollishi” ร้านซูชิและแฮนด์โรล เพื่อจับกระแสอาหารญี่ปุ่นที่กำลังเติบโต โดยใช้กลยุทธ์ราคาเริ่มต้น 19 บาท เจาะกลุ่มนักเรียนและวัยรุ่นในย่านสยามสแควร์ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับดีและกลายเป็นไวรัลบนโซเชียลมีเดีย ในระยะต่อไป บริษัทเตรียมขยาย “Rollishi” ในรูปแบบ Express พร้อมนำเครื่องทำซูชิอัตโนมัติเข้ามาใช้ เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ และเตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ “Wagyu no Kiwame” เพื่อเสริมพอร์ตอาหารญี่ปุ่นเพิ่มเติม





