
เจาะตลาด 'ซีรีส์วายไทย' 4,900 ล้าน จากคอนเทนต์เฉพาะกลุ่มสู่อุตสาหกรรมดาวรุ่ง
"ซีรีส์วายไทย" ผงาดเอเชีย เติบโตสู่มูลค่ากว่า 4,900 ล้านบาท ครองส่วนแบ่งการผลิตสูงสุด พร้อมต่อยอดรายได้จากแฟนด้อม อีเวนต์ การท่องเที่ยว และแบรนด์ระดับโลก
KEY
POINTS
- ตลาดซีรีส์วายไทยถูกประเมินว่าจะมีมูลค่ากว่า 4,900 ล้านบาทในปี 2568 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 17% ต่อปี
- ไทยครองส่วนแบ่งการผลิตซีรีส์วาย (BL/GL) มากที่สุดในเอเชียกว่า 55% กลายเป็นผู้ส่งออกคอนเทนต์และ Soft Power ที่สำคัญ
- อุตสาหกรรมได้ขยายตัวสู่ "Rainbow Economy" สร้างรายได้ที่นอกเหนือจากค่าลิขสิทธิ์ เช่น การบริหารศิลปิน แฟนมีตติ้ง สินค้า และการท่องเที่ยว
เดือนมิถุนายนของทุกปีคือช่วงเวลาที่สีสันของ 'ธงสีรุ้ง' หรือ Pride month กลับมาปรากฏอยู่ทั่วโลก ตั้งแต่ขบวนพาเหรด Pride ไปจนถึงแคมเปญการตลาดของแบรนด์ระดับโลก แต่สำหรับประเทศไทย กระแสความหลากหลายทางเพศไม่ได้หยุดอยู่แค่การเฉลิมฉลองหรือการแสดงออกทางสังคมอีกต่อไป หากกำลังแปรเปลี่ยนเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจผ่านอุตสาหกรรมคอนเทนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดกลุ่มหนึ่งของประเทศอย่าง “ซีรีส์วาย” หรือคอนเทนต์ Boy Love (BL) และ Girl Love (GL)
จากคอนเทนต์ที่เคยถูกมองว่าเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม ปัจจุบันซีรีส์วายไทยได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งใน Soft Power สำคัญของประเทศ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของ “Rainbow Economy” หรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนจากความหลากหลายทางเพศ ซึ่งได้รับความสนใจจากทั้งภาคธุรกิจ นักลงทุน และหน่วยงานภาครัฐมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ข้อมูลจาก SCB EIC ประเมินว่า มูลค่าตลาดอุตสาหกรรมซีรีส์วายและคอนเทนต์ความหลากหลายทางเพศของไทยในปี 2568 จะมีมูลค่ากว่า 4,900 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 17% ต่อปี และมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 3.9% ของมูลค่าการผลิตสื่อบันเทิงทั้งหมดของประเทศ จากเพียง 0.7% ในปี 2562 สะท้อนว่าธุรกิจนี้กำลังเติบโตเร็วกว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมบันเทิงไทยอย่างมีนัยสำคัญ
ไทยครองแชมป์เอเชีย ส่งออกคอนเทนต์สู่ตลาดโลก
ความสำเร็จของซีรีส์วายไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในประเทศ แต่ขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง SCB EIC ระบุว่า ในปี 2567 ไทยครองส่วนแบ่งการผลิตซีรีส์ BL มากกว่า 55% ของทั้งเอเชีย และครองสัดส่วนซีรีส์ GL ราว 60% ของภูมิภาค ทำให้ไทยกลายเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์ประเภทนี้รายใหญ่ที่สุดของเอเชีย
ปัจจัยสำคัญมาจากความเปิดกว้างของสังคมไทยต่อความหลากหลายทางเพศ ประกอบกับความสามารถของผู้ผลิตไทยในการสร้างเนื้อหาที่เข้าถึงผู้ชมหลากหลายกลุ่มมากขึ้น จากเดิมที่เน้นเรื่องราวความรักวัยรุ่น สู่แนวดราม่า แอ็กชัน สืบสวนสอบสวน แฟนตาซี และประเด็นทางสังคมที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
อีกแรงหนุนสำคัญคือการเติบโตของแพลตฟอร์มดิจิทัลและบริการสตรีมมิ่งระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Netflix, WeTV, iQIYI, YouTube และ GagaOOLala ที่ช่วยให้คอนเทนต์ไทยเข้าถึงผู้ชมทั่วโลกได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ซีรีส์ไทยสามารถติดเทรนด์ในหลายประเทศทั้งเอเชีย ลาตินอเมริกา และยุโรป
เมื่อแฟนด้อมกลายเป็นกำลังซื้อ
สิ่งที่ทำให้อุตสาหกรรมซีรีส์วายแตกต่างจากธุรกิจโทรทัศน์แบบเดิม คือการสร้างรายได้ที่ไม่ได้จบลงเมื่อซีรีส์ออกอากาศในปัจจุบันรายได้ของผู้ผลิตไม่ได้มาจากค่าลิขสิทธิ์เพียงอย่างเดียว แต่ต่อยอดไปสู่ธุรกิจบริหารศิลปิน งานแฟนมีตติ้ง คอนเสิร์ต สินค้าเมอร์ชันไดซ์ การเป็นพรีเซ็นเตอร์ และความร่วมมือทางการตลาดกับแบรนด์ต่าง ๆ
นักแสดงซีรีส์วายหลายคนมีผู้ติดตามบน Instagram ระดับ 5-10 ล้านบัญชี กลายเป็น Brand Ambassador ให้กับแบรนด์แฟชั่น เครื่องสำอาง และสินค้าระดับโลก ขณะที่แฟนคลับยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างรายได้ผ่านการซื้อโฆษณาสนับสนุนศิลปินทั้งในระบบขนส่งสาธารณะและสื่อนอกบ้าน ธุรกิจหนังสือก็ได้รับอานิสงส์จากกระแสนี้เช่นกัน โดยนิยายวายกลายเป็นหนึ่งในหมวดหนังสือยอดนิยมของงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ และมีกลุ่มผู้อ่านที่พร้อมจ่ายในราคาสูงกว่านิยายทั่วไป
อีเวนต์-ท่องเที่ยว รับอานิสงส์เต็มที่
นอกจากรายได้ในอุตสาหกรรมบันเทิงโดยตรงแล้ว ระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่เติบโตตามมานับว่าน่าสนใจไม่แพ้กันงานแฟนมีตติ้ง คอนเสิร์ต และกิจกรรมพบปะแฟนคลับ กลายเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มแฟนคลับต่างชาติที่พร้อมเดินทางเข้ามาร่วมกิจกรรมในประเทศไทย
ผลที่ตามมาคือรายได้ที่กระจายสู่โรงแรม ร้านอาหาร สายการบิน ธุรกิจขนส่ง และผู้ประกอบการรายย่อย ขณะที่สถานที่ถ่ายทำหลายแห่งกลายเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ของนักท่องเที่ยวต่างชาติปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้หลายหน่วยงานเริ่มมองซีรีส์วายในฐานะ Soft Power ที่สามารถสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจได้จริง ไม่ต่างจากอุตสาหกรรม K-Drama ของเกาหลีใต้ในอดีต
ส่อง 4 ค่ายหลัก ผู้เล่นสำคัญในตลาดวายไทย
เมื่อพิจารณาผลประกอบการล่าสุดของผู้เล่นรายสำคัญในตลาด จะพบว่าการแข่งขันกำลังเข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง
GMMTV เป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในตลาด โดยมีรายได้รวม 2,463 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 126 ล้านบาทในปี 2567
CHANGE2561 มีรายได้รวม 442 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 25 ล้านบาท ในปี 2567
Domundi มีรายได้รวม 413 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 29 ล้านบาท ในปี 2567
Be On Cloud มีรายได้รวม 167 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 15 ล้านบาท ในปี 2567
โอกาสใหม่บนเวทีโลก
แม้ไทยจะยังครองความเป็นผู้นำในตลาดเอเชีย แต่การแข่งขันกำลังรุนแรงขึ้นจากผู้ผลิตในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวันที่เริ่มรุกตลาดนี้มากขึ้น SCB EIC มองว่าตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูงในระยะต่อไป ได้แก่ บราซิล เม็กซิโก อินเดีย สเปน และโปแลนด์ ซึ่งมีฐานผู้ชมเติบโตอย่างรวดเร็ว และเปิดรับคอนเทนต์จากเอเชียมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การรักษาความสามารถในการแข่งขันจำเป็นต้องอาศัยทั้งการพัฒนาคุณภาพการผลิต การสร้างเนื้อหาที่หลากหลาย และการสนับสนุนจากภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการส่งเสริมการลงทุน สิทธิประโยชน์ทางภาษี หรือการสนับสนุนการร่วมทุนกับต่างประเทศ
ในวันที่ Pride Month กลายเป็นวาระสำคัญระดับโลก อุตสาหกรรมซีรีส์วายไทยกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า ความหลากหลายทางเพศไม่ได้สร้างเพียงพื้นที่ทางสังคม แต่ยังสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจมูลค่าหลายพันล้านบาท จากจุดเริ่มต้นของคอนเทนต์เฉพาะกลุ่ม วันนี้ซีรีส์วายไทยกำลังเติบโตเป็นอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงทั้งสื่อบันเทิง การท่องเที่ยว อีเวนต์ โฆษณา และการส่งออกวัฒนธรรม พร้อมก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยในอนาคต







