thansettakij
thansettakij
เอกชนเฮ ปลดล็อกขายแอลกอฮอล์ช่วงบ่าย มีผลวันนี้ หนุนรายได้ร้านอาหาร-บาร์ฟื้นตัว

เอกชนเฮ ปลดล็อกขายแอลกอฮอล์ช่วงบ่าย มีผลวันนี้ หนุนรายได้ร้านอาหาร-บาร์ฟื้นตัว

29 พ.ค. 69 | 05:36 น.
อัปเดตล่าสุด :29 พ.ค. 69 | 06:11 น.

หลังเรียกร้องยาวนานกว่า 6 ปี ราชกิจจานุเบกษาปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วง 14.00-17.00 น. มีผลบังคับใช้วันนี้ เอกชนชี้ช่วยเพิ่มรายได้ร้านอาหาร-ผับบาร์ 10-20% รับนักท่องเที่ยวกลับเข้าร้าน

KEY

POINTS

  • มีการประกาศปลดล็อกให้สามารถจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. ได้อย่างถาวร โดยมีผลบังคับใช้แล้ว
  • มาตรการดังกล่าวคาดว่าจะช่วยกระตุ้นรายได้และทำให้ธุรกิจร้านอาหาร บาร์ และสถานบันเทิงฟื้นตัว โดยช่วงทดลองพบว่ายอดขายเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10-20%
  • เป็นการแก้ปัญหา "ช่วงฟันหลอ" ที่กระทบรายได้ผู้ประกอบการโดยตรง โดยเฉพาะจากกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไม่สามารถสั่งเครื่องดื่มในช่วงบ่ายได้
  • ภาคเอกชนมองว่าการปลดล็อกครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการทบทวนกฎหมายให้มีความสมเหตุ

นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลประเทศไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การประกาศปลดล็อกเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 14.00-17.00 น. อย่างถาวร ถือเป็นสัญญาณบวกต่อภาคธุรกิจร้านอาหาร ท่องเที่ยว และสถานบันเทิง หลังภาคเอกชนเรียกร้องต่อเนื่องนานกว่า 6 ปี เพื่อแก้ปัญหา “ช่วงฟันหลอ” ที่กระทบรายได้ผู้ประกอบการโดยตรง

ทั้งนี้ ราชกิจจานุเบกษาฉบับล่าสุด เปิดทางให้สามารถจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ต่อเนื่องตั้งแต่เวลา 11.00-24.00 น. จากเดิมที่กำหนดให้ขายได้เฉพาะช่วง 11.00-14.00 น. และ 17.00-24.00 น. ส่งผลให้ช่วงเวลา 14.00-17.00 น. ซึ่งเคยเป็นข้อจำกัด ถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการ

 

นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลประเทศไทย

 

ปลดล็อก “ฟันหลอ” หนุนรายได้ร้านอาหาร

นายสรเทพ กล่าวว่า ช่วงทดลองปลดล็อก 180 วันที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 ถึง 31 พฤษภาคม 2569 สะท้อนชัดว่าไม่ได้ส่งผลกระทบเชิงลบต่อสังคม โดยเฉพาะสถิติอุบัติเหตุและเมาแล้วขับในช่วงเวลาดังกล่าวที่ไม่ได้เพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยืนยันว่า ยอดขายเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10-20%

“ที่ผ่านมาเมื่อลูกค้าต่างชาติเข้าร้านช่วงบ่าย แล้วร้านแจ้งว่าขายแอลกอฮอล์ไม่ได้ ลูกค้าจำนวนมากเลือกเดินออกจากร้านทันที ทำให้เกิดสุญญากาศทางรายได้ในช่วง 14.00-17.00 น. แต่เมื่อทดลองปลดล็อก ลูกค้าสามารถนั่งทานอาหารและดื่มต่อเนื่องได้ ส่งผลให้ร้านอาหารกลับมาคึกคักอีกครั้ง” นายสรเทพ กล่าว

โดยระบุว่า ลูกค้าหลักที่ได้รับผลจากกฎหมายเดิมคือกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ย่านท่าเตียน โซนชายหาด และแหล่งท่องเที่ยวเมืองหลัก ซึ่งนักท่องเที่ยวมักนิยมพักดื่มเบียร์หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างมื้ออาหารช่วงบ่าย

 

“ผับ-บาร์-Chill Out” เปิดร้านเร็วขึ้น กระแสเงินสดดีขึ้น

สำหรับผู้ประกอบการผับ บาร์ และร้าน Chill Out ที่มีใบอนุญาตร้านอาหาร จะได้รับอานิสงส์จากมาตรการดังกล่าวเช่นกัน เพราะสามารถเปิดให้บริการได้ตั้งแต่ช่วงเที่ยงวัน จากเดิมที่หลายร้านเริ่มเปิดช่วงเย็น

 

“การปลดล็อกทำให้ร้านสามารถขายอาหารและเครื่องดื่มได้ยาวขึ้น กระแสเงินสดดีขึ้น โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่กำลังซื้อยังชะลอตัว” นายสรเทพ กล่าว

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการบางพื้นที่ เช่น จังหวัดชายแดนหรือเมืองท่องเที่ยว มีรายงานว่ายอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่า 20-30% หลังเปิดขายในช่วงเวลาดังกล่าวได้

 

ช่วยพยุงรายได้ ท่ามกลางนักท่องเที่ยวหดตัว

นายสรเทพ กล่าวว่า แม้ปีนี้ภาคท่องเที่ยวไทยจะเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งสถานการณ์ตะวันออกกลาง การปรับเงื่อนไขวีซ่า และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อาจต่ำกว่าเป้าหมายเดิม แต่การปลดล็อกเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะช่วยพยุงรายได้ของผู้ประกอบการได้ในระดับหนึ่ง

“เดิมรัฐบาลตั้งเป้านักท่องเที่ยวไว้ 36 ล้านคน ก่อนปรับลดลงเหลือ 33.5 ล้านคน แต่ประเมินว่าปีนี้อาจปิดได้ต่ำกว่า 30 ล้านคน หมายความว่านักท่องเที่ยวหายไปหลายล้านคน การปลดล็อกช่วง 14.00-17.00 น. จึงอย่างน้อยช่วยเติมรายได้ในช่วงเวลาที่เคยไม่มีรายได้เลย” นายสรเทพ กล่าว

 

เอกชนชี้เป็นจุดเริ่มต้น “ปลดล็อกเชิงเหตุผล”

นางสาวประภาวี เหมทัศน์ เลขาธิการสมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจคราฟท์เบียร์ และกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การปลดล็อกครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการทบทวนกฎหมายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวมากขึ้น หลังที่ผ่านมาเอกชนมองว่ากฎหมายเดิมเป็นข้อจำกัดทางธุรกิจและไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยว

 

นางสาวประภาวี เหมทัศน์ เลขาธิการสมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจคราฟท์เบียร์ และกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

 

“สิ่งที่ภาคเอกชนต้องการไม่ใช่การไร้กฎเกณฑ์ แต่ต้องการกฎหมายที่สมเหตุสมผล มีความชัดเจน และรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายมากขึ้น” นางประภาวี กล่าว

ทั้งนี้ ภาคธุรกิจยังจับตาการพิจารณากฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการมีตัวแทนภาคเอกชนเข้าไปมีส่วนร่วมในคณะกรรมการหรือกลไกกำกับดูแลในอนาคต เพื่อสะท้อนมุมมองของผู้ประกอบการมากขึ้น