
มัดรวมนวัตกรรมงาน THAIFEX 2026 เขย่าเทรนด์ AI Food-Tech-อาหารอนาคต
มัดรวมนวัตกรรมในงาน THAIFEX 2026 ไฮไลต์ฮอลล์ 4 โชว์ระบบ AI Food-Tech, โปรตีนทางเลือก และบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก 26-30 พ.ค.นี้
KEY
POINTS
- งาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ชูแนวคิด "นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต" เป็นหัวใจหลัก โดยเน้นเทรนด์สำคัญอย่าง AI Food-Tech, โปรตีนทางเลือก และอาหารฟังก์ชัน
- มีการจัดโซนพิเศษใหม่ เช่น "ฮอลล์ 4" เป็นศูนย์กลางรวบรวมนวัตกรรม สตาร์ทอัพ และเวทีสัมมนาด้านอาหารอนาคตโดยเฉพาะ
- นำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมหลากหลายที่ตอบโจทย์เทรนด์โลก เช่น บะหมี่จากโปรตีนไก่, ไอศกรีมไข่ขาว, เทคโนโลยีการหมัก และบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกที่บริโภคได้
- ยกระดับบทบาทของงานจากมหกรรมอาหารสู่ "แพลตฟอร์มจัดซื้อโลก" และ "ศูนย์กลางธุรกิจอาหารแห่งอนาคตของเอเชีย"
งาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ปีนี้ถูกยกระดับครั้งใหญ่ ทั้งในมิติของพื้นที่จัดงาน จำนวนผู้แสดงสินค้า และการผลักดัน “นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต” ขึ้นมาเป็นหัวใจหลักของงาน สะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมอาหารโลกที่กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ ทั้งด้านเทคโนโลยี สุขภาพ ความยั่งยืน และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็วขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ หอการค้าไทย และ Koelnmesse เตรียมจัดงานระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “WHAT’S NEXT IN F&B” โดยปีนี้ขยายพื้นที่เพิ่มสู่อาคาร 4 อิมแพ็ค ฟอรั่ม ทำให้พื้นที่รวมของงานเพิ่มเป็นกว่า 140,000 ตารางเมตร ครอบคลุมทั้งหมด 12 อาคาร รองรับผู้แสดงสินค้ากว่า 3,600 บริษัท มากกว่า 6,700 คูหา จาก 56 ประเทศทั่วโลก
การขยายพื้นที่ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มขนาดงาน แต่สะท้อนว่าผู้ประกอบการทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับตลาดอาหารแห่งอนาคตมากขึ้น ทั้งอาหารสุขภาพ อาหารฟังก์ชัน โปรตีนทางเลือก เทคโนโลยีการผลิตอาหาร และบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก ซึ่งกลายเป็น “สมรภูมิใหม่” ของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มโลก
“ฮอลล์ 4” ศูนย์กลาง Future Food ของเอเชีย
ไฮไลต์สำคัญที่สุดของงานปีนี้อยู่ที่ “ฮอลล์ 4” ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่รวมเทรนด์อาหารแห่งอนาคตครบวงจร ทั้งนวัตกรรม สตาร์ทอัพ เวทีสัมมนา การทดลองชิมสินค้า และการจับคู่ธุรกิจ
ภายใต้แนวคิด “WHAT’S NEXT IN F&B” ผู้จัดงานต้องการให้ฮอลล์ 4 เป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน ผู้ซื้อ และผู้บริโภค เห็นภาพรวมว่า “อาหารอนาคต” กำลังเดินไปในทิศทางใด สินค้านวัตกรรมถูกพัฒนาขึ้นอย่างไร และจะสามารถต่อยอดสู่ตลาดจริงได้มากน้อยเพียงใด
Future Food Experience
หนึ่งในโซนหลักของฮอลล์ 4 คือ “Future Food Experience+” ที่รวบรวมองค์ความรู้และเทรนด์สำคัญของโลกอาหารยุคใหม่ ตั้งแต่การใช้ AI ในกระบวนการผลิตอาหาร เทคโนโลยี Precision Fermentation หรือการหมักแบบแม่นยำ โภชนาการเพื่อการมีชีวิตยืนยาว ความยั่งยืนของซัพพลายเชน การจัดการของเสียทางอาหาร ไปจนถึงโมเดลค้าปลีกและการจัดซื้อยุคใหม่
เวทีนี้รวบรวมองค์กรชั้นนำระดับโลกมาร่วมแบ่งปันข้อมูลและแนวโน้มตลาด เช่น Innova Market Insights ที่นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคและแนวโน้มสินค้าอาหารโลก, Euromonitor International ที่วิเคราะห์ทิศทางตลาดผู้บริโภค, European Commission รวมถึง Italian Trade Agency ที่ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการค้าและนวัตกรรมอาหารระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ยังมีการจัด Business Matching การนำเสนอสินค้าใหม่ การทดลองชิมผลิตภัณฑ์ และเวทีเสวนาที่เชื่อมโยงผู้พัฒนานวัตกรรมกับผู้ซื้อจากทั่วโลกโดยตรง
Startup Showcase เวทีของ Food Startup รุ่นใหม่
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ “Startup Showcase” พื้นที่สำหรับสตาร์ทอัพด้านอาหารและเครื่องดื่มที่ต้องการต่อยอดธุรกิจสู่ตลาดสากล โดยเปิดโอกาสให้แบรนด์ใหม่ได้พบกับนักลงทุน ผู้นำเข้า และคู่ค้าระดับนานาชาติ
ปัจจุบันวงจรธุรกิจอาหารสั้นลง สินค้าใหม่เกิดขึ้นรวดเร็ว และผู้บริโภคพร้อมทดลองสิ่งใหม่ตลอดเวลา ทำให้สตาร์ทอัพกลายเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสูงในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่
New-to-Market Street พื้นที่รวมสินค้าใหม่ก่อนเข้าสู่ตลาดแมส
ในปีนี้ยังเพิ่มโซน “New-to-Market Street” ซึ่งรวบรวมสินค้าที่เปิดตัวภายในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาไว้ในพื้นที่เดียว เปิดโอกาสให้นักจัดซื้อและผู้ประกอบการได้เห็นเทรนด์ใหม่ก่อนใคร
พื้นที่นี้จะกลายเป็น “ศูนย์กลางการจัดซื้อนวัตกรรม” เพราะผู้ซื้อสามารถเข้าถึงสินค้าใหม่ที่กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นทางการตลาด ก่อนจะเติบโตสู่เชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ ตัวอย่างสินค้าที่เปิดตัวในโซนนี้ เช่น
- “Tyson Lightly Breaded Boneless Chicken Bites” จาก Tyson Foods ผลิตภัณฑ์ไก่พร้อมรับประทานแบบพกพา เน้นโปรตีนสูงและความสะดวก
- “Instant Kombucha Smart Drink Alternative” จาก Village Coffee Joint Stock Company เครื่องดื่มคอมบูชาน้ำตาลต่ำ ทางเลือกใหม่แทนน้ำอัดลม
- “Breaded Fish Donut (Cheese)” จาก P.F.P. Trading Co., Ltd. ขนมปลาในรูปแบบโดนัทสอดไส้ชีส ตอบโจทย์ทั้งรสชาติและความสนุกในการบริโภค
“Taste the Future” เปลี่ยนวัตถุดิบอนาคตเป็นเมนูจริง
อีกหนึ่งโซนใหม่ที่ได้รับความสนใจ คือ “Taste the Future” ซึ่งนำวัตถุดิบนวัตกรรมภายในงานมาต่อยอดเป็นเมนูอาหารจริง โดยเชฟรุ่นใหม่
แนวคิดของโซนนี้คือการทำให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคเห็นว่า Future Food ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดในห้องวิจัย แต่สามารถพัฒนาเป็นเมนูที่บริโภคได้จริง สร้างมูลค่าทางธุรกิจได้จริง และตอบโจทย์ตลาดผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับทั้งสุขภาพ รสชาติ และความยั่งยืน
โปรตีนทางเลือก-Functional Food ครองเวทีนวัตกรรมปีนี้
อีกหนึ่งไฮไลต์ของงานคือ THAIFEX – Anuga tasteInnovation Show ซึ่งคัดเลือกนวัตกรรมอาหารกว่า 50 รายการ และมอบรางวัลให้ 10 ผลิตภัณฑ์เด่นแห่งปี โดยสินค้าทั้งหมดถูกคัดเลือกจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอาหารระดับนานาชาติ
แนวโน้มสำคัญที่เห็นชัดในปีนี้คือ “Alternative Protein”, “Functional Food”, “Precision Fermentation” และ “Sustainable Packaging”
กลุ่มโปรตีนทางเลือกและอาหารสุขภาพ
Betagro Agro Industry Co., Ltd. เปิดตัว “Chicken Made Noodle” บะหมี่โปรตีนสูงที่ใช้เนื้อไก่เป็นวัตถุดิบหลัก ขณะที่ Vinh Hoan Corporation นำเสนอ “Moringa Noodles Salad” บะหมี่จากพืชเสริมมะรุม เน้นคุณค่าทางโภชนาการ
Precision Trading Co., Ltd. เปิดตัว “MUST Chicken Breast Protein Shake” เครื่องดื่มโปรตีนจากอกไก่ออร์แกนิก ที่ใช้เทคโนโลยีเฉพาะเพื่อให้ดื่มง่ายมากขึ้น
ด้าน Imoeb 2024 Co., Ltd. เปิดตัว “Imoeuf Egg White Ice Cream” ไอศกรีมโปรตีนไข่ขาวรายแรกของไทย ที่ผสานสมุนไพรไทยเพื่อเพิ่มคุณประโยชน์และสร้างจุดต่างด้านรสชาติ
เทรนด์ “Fermentation” และ Bio Ingredient มาแรง
อีกเทรนด์ที่ได้รับความสนใจสูง คือ เทคโนโลยีการหมักและวัตถุดิบชีวภาพ
K.P. Krarunpetch Limited Partnership พัฒนา “Rossukon Fermented Rice Vinegar” น้ำส้มสายชูหมักจากข้าวรายแรกของไทย ที่ใช้เทคโนโลยีหมักแบบเร่งรัด
ขณะที่ BIST INNO REFORM CO., LTD. นำเสนอ “Cocoimmu™ Fermented Cellular Signaling Complex” วัตถุดิบชีวภาพจากการหมักน้ำมะพร้าวร่วมกับถั่งเช่า เพื่อใช้ต่อยอดในอุตสาหกรรมอาหารและสุขภาพมูลค่าสูง
บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก กลายเป็นอีกสนามแข่งขันสำคัญ
แนวโน้มเรื่องความยั่งยืนยังถูกผลักดันอย่างหนักในปีนี้ โดยเฉพาะการลดการใช้พลาสติกและบรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียว
K.C.L. Trading Co., Ltd. เปิดตัว “Mister Cone Edible Wafer Cup” ถ้วยเวเฟอร์กินได้ ที่สามารถใช้แทนบรรจุภัณฑ์พลาสติกและสร้างประสบการณ์ใหม่ในการบริโภค
สะท้อนว่า “Sustainable Packaging” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเพิ่มและความแตกต่างทางการตลาด
Local Flavor ผสาน Global Trend
ปีนี้หลายแบรนด์เลือกนำ “รสชาติท้องถิ่น” มาต่อยอดในรูปแบบสากล เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาดโลก
Sukishi Intergroup Co., Ltd. เปิดตัว “Thai Mango Kimchi” ที่นำเทคนิคหมักแบบเกาหลีมาผสานมะม่วงไทย
ขณะที่ General Beverage Co., Ltd. พัฒนา “IF Coconut Water with Jasmine Rice Flavour” น้ำมะพร้าวกลิ่นข้าวหอมมะลิ ตอบรับกระแสเครื่องดื่มที่เชื่อมโยงอัตลักษณ์ท้องถิ่น
ผู้ประกอบการไทยเร่งโชว์ศักยภาพสู่เวทีโลก
นอกจากโซนนวัตกรรมแล้ว ปีนี้แบรนด์ไทยรายใหญ่จำนวนมากใช้เวที THAIFEX เป็นพื้นที่เปิดเกมรุกตลาดโลก
เครือเฮอริเทจ
Heritage Group นำสินค้าเพื่อสุขภาพทั้งถั่ว ธัญพืช ผลไม้อบแห้ง และ Plant-based Beverage มาจัดแสดง พร้อมเปิดพื้นที่เจรจาธุรกิจและทดลองชิมสินค้า
UBE
Ubon Bio Ethanol Public Company Limited หรือ UBE เดินหน้าผลักดันวัตถุดิบมันสำปะหลังอินทรีย์สู่ตลาดโลก ผ่าน Organic Starch และ Cassava Flour ที่ตอบโจทย์ Gluten Free และ Non-GMO พร้อมต่อยอดสู่ตลาดสารให้ความหวานออร์แกนิกและอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม
Daily Foods
Daily Foods Co., Ltd. เปิดตัวกะทิข้นหวาน Plant-based กาแฟสับปะรด RTD และเครื่องดื่มชูกำลังสูตรใหม่ พร้อมกิจกรรม Expert Barista Station และดึง Putthipong Assaratanakul ร่วมสร้างสีสันในงาน
SAPPE
SAPPE Public Company Limited เปิดบูธคอนเซปต์ “FUNNIVERSE” จำลองโลก Space Playground พร้อมเปิดตัวแคมเปญใหม่ของ Mogu Mogu และ Sappe Beauti เพื่อขยายฐานผู้บริโภคทั่วโลก
CHAO
ChaoSua Foods Industry Public Company Limited หรือ CHAO นำแนวคิด “Modern Thai Snack” บุกตลาดโลก ผ่านสินค้ากลุ่ม Better-for-You ที่เน้นสุขภาพและโภชนาการ
OSP
Osotspa Public Company Limited ใช้เวทีนี้ขยายพันธมิตรต่างประเทศ ภายใต้แนวคิด “Thailand's No.1 Energy, Powering the World” เพื่อสร้าง New S-Curve ใหม่ในตลาดโลก
THAIFEX กำลังเปลี่ยนจาก “งานแฟร์” สู่ “แพลตฟอร์มจัดซื้อโลก”
ผู้จัดงานมองว่า โลกอาหารกำลังเข้าสู่ยุคที่ผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว วงจรสินค้าสั้นลง และการจัดซื้อมีความซับซ้อนมากขึ้น ทำให้งานแสดงสินค้าไม่สามารถทำหน้าที่เพียง “โชว์สินค้า” ได้อีกต่อไป
THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 จึงถูกออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ผู้ซื้อสามารถค้นหา เปรียบเทียบ ทดลอง เจรจา และเข้าถึงแหล่งจัดหาสินค้าได้ครบวงจรภายในระยะเวลาอันจำกัด
โดยเฉพาะในยุคที่ AI Food-Tech, Future Food, Functional Food, Alternative Protein และ Sustainable Packaging กำลังกลายเป็นหัวใจใหม่ของอุตสาหกรรมอาหารโลก งานไทยเฟกซ์จึงกำลังขยับบทบาทจาก “มหกรรมอาหาร” ไปสู่ “ศูนย์กลางธุรกิจอาหารแห่งอนาคตของเอเชีย” อย่างเต็มตัว







