
ซูเปอร์มาร์เก็ต ‘จีน’ บุกไทยชูจุดขายราคาถูกรับเทรนด์โซเชียล-ซีรีส์แรง
ทุนจีนรุกค้าปลีกไทย “ซูเปอร์มาร์เก็ตจีน” บูมหนัก เจาะเมืองท่องเที่ยว-ย่านคนรุ่นใหม่ ชูสินค้าราคาถูกเกาะกระแสโซเชียล-ซีรีส์จีนแรง
KEY
POINTS
- ซูเปอร์มาร์เก็ตสัญชาติจีนขยายสาขาอย่างรวดเร็วในไทย โดยเจาะทำเลในย่านชุมชนชาวจีน เช่น ห้วยขวาง พระราม 9 และเมืองท่องเที่ยว
- ชูจุดเด่นด้านราคาสินค้าที่ถูกและความแปลกใหม่ เพื่อตอบสนองกระแสความนิยมวัฒนธรรมจีนที่มาแรงจากโซเชียลมีเดียและซีรีส์
- จำหน่ายสินค้านำเข้าจากจีนหลากหลายชนิด ตั้งแต่ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่ม ไปจนถึงวัตถุดิบทำอาหารยอดนิยมอย่างหม่าล่า เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่
ทุนจีนรุกค้าปลีกไทยไม่หยุดสยายปีก “ซูเปอร์มาร์เก็ตจีน” เจาะห้วยขวาง-พระราม9-เมืองท่องเที่ยว ขนทัพสินค้าจีนตั้งแต่สแน็ค เครื่องดื่ม ชา น้ำอัดลม ซอสหมาล่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยันอาหารพร้อมทาน ตอบรับกระแสฮอทบนโลกออนไลน์ ซีรีส์การขยายตัวของ “ซูเปอร์มาร์เก็ตจีน” ในประเทศไทย กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์สำคัญของธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่
หลังพบการเปิดสาขาเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งในกรุงเทพฯ เมืองท่องเที่ยว และย่านชุมชนชาวจีน จากเดิมที่เป็นเพียงร้านค้าขนาดเล็กเฉพาะกลุ่ม ปัจจุบันเริ่มขยับเข้าสู่ศูนย์การค้าและคอมมูนิตี้มอลล์มากขึ้น สะท้อนอิทธิพลของทุนจีนและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
ตลอดช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังสถานการณ์โควิด-19 ธุรกิจค้าปลีกสัญชาติจีนเริ่มขยายตัวในไทยอย่างรวดเร็ว ทั้งร้านสินค้าเบ็ดเตล็ด ร้านอาหาร ร้านชานม รวมถึง “ซูเปอร์มาร์เก็ตจีน” ที่เน้นจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคนำเข้าจากจีนโดยตรง ในช่วงแรก ร้านลักษณะดังกล่าวมักเปิดอยู่ตามย่านที่มีชาวจีนอาศัยอยู่หนาแน่น เช่น ห้วยขวาง รัชดาภิเษก พระราม 9 เยาวราช ลาดกระบัง และย่านมหาวิทยาลัย ก่อนจะขยายไปยังจังหวัดท่องเที่ยวอย่างเชียงใหม่ ภูเก็ต และพัทยา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีทั้งนักท่องเที่ยวจีนและชาวจีนพำนักระยะยาวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ขยายเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่
ปัจจุบันเริ่มเห็นแบรนด์ซูเปอร์มาร์เก็ตจีนหลายรายขยายสาขาอย่างจริงจังในประเทศไทย ทั้งในรูปแบบร้านเดี่ยว คอมมูนิตี้สโตร์ และการเช่าพื้นที่ภายในศูนย์การค้า โดยหนึ่งในแบรนด์ที่ถูกพูดถึงมากคือ “หวังจงหวัง” ที่มีสาขากระจายอยู่ทั้งในย่านห้วยขวาง จุฬาซอย 5 และซอย 12 ลาดกระบัง พระราม 9 รวมถึงจังหวัดท่องเที่ยวอย่างเชียงใหม่ ภูเก็ต และพัทยา ก่อนขยับเข้าสู่ศูนย์การค้าในทำเลสำคัญ เช่น พระราม 3 รามอินทรา และโซนสุขุมวิท
นอกจากนี้ ยังมีร้านค้าสินค้าจีนอีกหลายแบรนด์ที่เปิดดำเนินธุรกิจในไทยอย่างถูกต้อง ทั้งร้านซูเปอร์มาร์เก็ตจีนในย่านห้วยขวาง รัชดาภิเษก และพระราม 9 ซึ่งหลายแห่งกลายเป็นจุดหมายของทั้งชาวจีนที่อาศัยในไทยและคนไทยที่ต้องการซื้อสินค้านำเข้าจากจีนโดยเฉพาะ บางร้านพัฒนารูปแบบคล้าย “เอเชียนไลฟ์สไตล์สโตร์” ที่รวมทั้งขนม เครื่องดื่ม วัตถุดิบหม้อไฟ เครื่องปรุง สินค้าแฟชั่น เครื่องใช้ในบ้าน และสินค้ากระแสไวรัลจากจีนไว้ในจุดเดียว ทำให้บรรยากาศร้านแตกต่างจากซูเปอร์มาร์เก็ตแบบดั้งเดิม และตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่มากขึ้น
ฮอทตามเทรนด์โซเชียล
จากเดิมที่เป็นร้านห้องแถวขนาดเล็ก ปัจจุบันเริ่มพบซูเปอร์มาร์เก็ตจีนเข้าไปเช่าพื้นที่ในศูนย์การค้าขนาดใหญ่และคอมมูนิตี้มอลล์หลายแห่งในกรุงเทพฯ ทั้งโซนพระราม 3 รามอินทรา พระราม 9 สุขุมวิท และย่านธุรกิจใจกลางเมือง ด้วยรูปแบบร้านจะคล้ายซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดย่อม จำหน่ายสินค้านำเข้าจากจีนแทบทั้งหมด ตั้งแต่ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่ม ชา น้ำอัดลม เครื่องปรุงรส ซอสหมาล่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารพร้อมรับประทาน วัตถุดิบสำหรับทำอาหารจีน ไปจนถึงสินค้าแช่แข็งและสินค้ากระแสไวรัลในโลกออนไลน์ เช่น ตีนไก่ดอง เต้าหู้หมาล่า ลูกอมจีน น้ำชาผลไม้ และขนมรสจัดสไตล์เสฉวน
สินค้าหลายรายการมีราคาตั้งแต่หลักสิบบาทไปจนถึงหลักร้อยบาท โดยจุดขายสำคัญอยู่ที่ “ความแปลกใหม่” และการอัปเดตสินค้าอย่างรวดเร็ว ทำให้กลุ่มลูกค้าหลักไม่ได้มีเพียงชาวจีน แต่รวมถึงวัยรุ่นไทย คนทำคอนเทนต์ และผู้บริโภครุ่นใหม่ที่เปิดรับวัฒนธรรมจีนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง TikTok, Douyin และ Xiaohongshu
การเติบโตของร้านค้าจีนในไทยเกิดขึ้นพร้อมกับกระแส ซีรีส์จีน อาหารจีน ชานมจีน คาเฟ่จีน รวมถึงสินค้าบริโภคจากจีนที่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะอาหารจีนสไตล์เสฉวนและฉงชิ่งที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ส่งผลให้วัตถุดิบจีนหลายชนิดเริ่มหาซื้อได้ง่ายในไทย ทั้งซอสหม่าล่า พริกหอม ฮวาเจียว เครื่องเทศจีน เส้นมันเทศ เต้าหู้แห้ง ฟองเต้าหู้ รวมถึงวัตถุดิบแช่แข็งสำหรับร้านชาบูและหม้อไฟ
หลายซูเปอร์มาร์เก็ตจีนยังขยายไลน์สินค้าไปสู่กลุ่มวัตถุดิบสำหรับร้านอาหารจีนและร้านหมาล่าโดยเฉพาะ ทั้งเนื้อสัตว์แช่แข็ง ลูกชิ้นนำเข้า เส้นจีน ซอสปรุงรส และวัตถุดิบเฉพาะทางที่เดิมต้องสั่งผ่านผู้นำเข้าเฉพาะกลุ่ม ส่งผลให้ปัจจุบันผู้บริโภคทั่วไปสามารถเข้าถึงวัตถุดิบจีนได้ง่ายขึ้นกว่าช่วงหลายปีก่อนอย่างมาก
สินค้าหลากหลาย ราคาถูก
ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า จีนยังคงเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มูลค่าการค้ารวมไทย-จีนอยู่ในระดับหลายล้านล้านบาท ขณะที่หมวดสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภคจากจีนมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สอดรับกับการขยายตัวของร้านค้าปลีกจีนในประเทศไทย ขณะเดียวกัน การเข้ามาของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจีนและระบบโลจิสติกส์ข้ามพรมแดน ยังทำให้ต้นทุนการนำเข้าสินค้าจีนลดลงอย่างมาก ส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถนำเข้าสินค้าได้รวดเร็วและมีต้นทุนต่ำกว่าการนำเข้าสินค้าจากหลายประเทศ
ปรากฏการณ์ดังกล่าวเริ่มส่งผลต่อโครงสร้างการแข่งขันในตลาดค้าปลีกไทย โดยเฉพาะกลุ่มร้านนำเข้าสินค้าเอเชีย ร้านขายขนมนำเข้า ร้านโชห่วย และร้านค้าปลีกขนาดเล็กที่ต้องแข่งขันกับสินค้าจีนราคาถูกมากขึ้น หลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ เริ่มเห็นการรวมตัวของธุรกิจจีนเป็น “ecosystem” มากขึ้น ทั้งร้านอาหารจีน ร้านชานมจีน ร้านสินค้าเบ็ดเตล็ด ซูเปอร์มาร์เก็ตจีน และธุรกิจบริการที่รองรับชาวจีนโดยเฉพาะ โดยย่านห้วยขวาง-รัชดาภิเษกถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เห็นภาพดังกล่าวชัดเจนที่สุด
ปัจจุบันย่านห้วยขวางยังถูกมองว่าเป็น “ไชน่าทาวน์ใหม่” ของกรุงเทพฯ หลังพบการขยายตัวของธุรกิจจีนอย่างต่อเนื่อง ทั้งร้านอาหาร ร้านปิ้งย่าง ร้านหม้อไฟ ร้านชานม ร้านบริการท่องเที่ยว ไปจนถึงซูเปอร์มาร์เก็ตจีนที่เปิดตลอดแนวถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญและรัชดาภิเษก การขยายตัวของธุรกิจจีนในไทยยังเกิดขึ้นพร้อมกับการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนหลังเปิดประเทศ ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมากมองเห็นโอกาสในการขยายตลาดรองรับทั้งนักท่องเที่ยวและชาวจีนที่เข้ามาทำงานหรือพำนักในไทยระยะยาว
Made in China กระแสดี
อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างรวดเร็วของซูเปอร์มาร์เก็ตจีนยังสร้างความกังวลในด้านมาตรฐานสินค้าและการคุ้มครองผู้บริโภค หลังหน่วยงานรัฐตรวจพบสินค้านำเข้าบางส่วนไม่มีฉลากภาษาไทย และไม่แสดงข้อมูลตามกฎหมาย จึงเกิดการตรวจสอบซูเปอร์มาร์เก็ตจีนหลายแห่งในกรุงเทพฯ พร้อมยึดสินค้าหลายหมื่นชิ้น ครอบคลุมทั้งขนม เครื่องดื่ม อาหารแห้ง และอาหารแช่แข็ง
ขณะที่ตลาดค้าปลีกไทยเคยเผชิญการแข่งขันจากร้านสินค้าญี่ปุ่นและเกาหลีมาแล้ว แต่การเข้ามาของซูเปอร์มาร์เก็ตจีนมีความแตกต่างตรงที่จีนมีจุดแข็งด้านกำลังการผลิตขนาดใหญ่ ต้นทุนต่ำ และเครือข่ายซัพพลายเชนที่แข็งแกร่ง ทำให้สามารถส่งสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ ผู้บริโภคไทยยังเริ่มคุ้นชินกับสินค้า “Made in China” มากขึ้น จากเดิมที่ภาพจำของสินค้าจีนมักเชื่อมโยงกับสินค้าราคาถูก ปัจจุบันสินค้าจีนจำนวนมากถูกพัฒนาให้มีดีไซน์ทันสมัย บรรจุภัณฑ์โดดเด่น และทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียอย่างเข้มข้น สำหรับตลาดอาหารและเครื่องดื่มจีนในไทย ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตามกระแสบริโภคอาหารจีนที่ขยายตัว ทั้งหมาล่า หม้อไฟ ชานมจีน และอาหารพร้อมทาน ซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนเมืองมากขึ้น
ปรากฏการณ์ “ซูเปอร์มาร์เก็ตจีน” จึงไม่ใช่เพียงการเปิดร้านค้าทั่วไป แต่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์ค้าปลีกไทยในยุคที่ทุนจีนกำลังขยายอิทธิพลเข้าสู่เศรษฐกิจระดับฐานราก ตั้งแต่ร้านอาหาร วัตถุดิบ ซัพพลายเชน โลจิสติกส์ ไปจนถึงค้าปลีกหน้าร้าน ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น







