
“แม็คกรุ๊ป” โชว์รายได้พุ่ง ยังกำไร รับยอดขายออนไลน์โต 74%
“แม็คกรุ๊ป” เผยผลประกอบการงวด 9 เดือนปี 2569 รายได้รวมแตะ 3,496 ล้านบาท เติบโต 7.7% พร้อมเร่งขยายออนไลน์-ต่อยอดธุรกิจต่างประเทศ
KEY
POINTS
- แม็คกรุ๊ป (MC) มีกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปีบัญชี 2569 อยู่ที่ 176 ล้านบาท ลดลง 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- สาเหตุหลักที่กำไรลดลงมาจากการเร่งทำการตลาดและจัดโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายในช่องทางออนไลน์ ซึ่งทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
- แม้กำไรจะลดลง แต่รายได้จากการขายรวมยังเติบโต 3.3% โดยได้แรงหนุนจากยอดขายออนไลน์ที่พุ่งสูงขึ้นถึง 48.1%
- ยอดขายจากช่องทางร้านค้าปลีกของบริษัทและห้างสรรพสินค้าปรับตัวลดลง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว
นายแมทธิว กิจโอธาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์แบรนด์ Mc Jeans เปิดเผยผลดำเนินงานไตรมาส 3 ปีบัญชี 2569 (1 มกราคม – 31 มีนาคม 2569) ว่า บริษัทสามารถรักษาการเติบโตได้ต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจได้รับแรงกดดันจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และค่าครองชีพของประชาชน รวมถึงกระทบต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับลดลง
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายในประเทศ โดยเฉพาะเสถียรภาพทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง ยังช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจภาครัฐ และหากสถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลาย จะช่วยให้เศรษฐกิจและกำลังซื้อฟื้นตัวได้ดีขึ้น
ทั้งนี้ ในไตรมาส 3 ปีบัญชี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 1,102 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35 ล้านบาท หรือ 3.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่งวด 9 เดือนแรก มีรายได้รวม 3,496 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 251 ล้านบาท หรือ 7.7% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน
ออนไลน์โตแรง ดันยอดขายเฉียดพันล้าน
ปัจจัยสำคัญมาจากการเติบโตของช่องทางออนไลน์ โดยสัดส่วนรายได้ออนไลน์เพิ่มเป็น 26% ของยอดขายรวมจาก 18% ในปีก่อน ส่งผลให้ไตรมาส 3 ช่องทางออนไลน์มีรายได้ 287 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.1% ส่วนงวด 9 เดือน มีรายได้ 926 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74.3% จาก 531 ล้านบาทในปีก่อน ใกล้แตะระดับ 1,000 ล้านบาท
ขณะที่ช่องทางร้านค้าปลีกของบริษัท (Free-standing Shop) ซึ่งยังเป็นรายได้หลักสัดส่วน 57% มียอดขายไตรมาส 3 อยู่ที่ 631 ล้านบาท ลดลง 5.9% แต่ถือว่าปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ลดลง 7.2% ส่วนงวด 9 เดือน มีรายได้ 1,936 ล้านบาท ลดลง 7.6%
ด้านช่องทางห้างสรรพสินค้าซึ่งมีสัดส่วน 15% ของรายได้รวม ไตรมาส 3 มียอดขาย 162 ล้านบาท ลดลง 10.9% จากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว ขณะที่งวด 9 เดือน มีรายได้ 551 ล้านบาท ลดลง 1.7% ส่วนช่องทางอื่นคิดเป็นสัดส่วน 2%
งวด 9 เดือน มีกำไรสุทธิ 595 ล้านบาท
สำหรับกำไรสุทธิ ไตรมาส 3 บริษัทมีกำไร 176 ล้านบาท ลดลง 6.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนงวด 9 เดือน มีกำไรสุทธิ 595 ล้านบาท ลดลง 4.9% เป็นผลจากสัดส่วนยอดขายออนไลน์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ค่าใช้จ่ายผันแปรเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันยังมีต้นทุนคงที่ของช่องทางออฟไลน์ รวมถึงการจัดโปรโมชั่นและกิจกรรมกระตุ้นยอดขายต่อเนื่อง ท่ามกลางเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า
อย่างไรก็ดี บริษัทสามารถบริหารอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงได้ โดยไตรมาส 3 อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 64.1% เพิ่มขึ้นจาก 62.8% ในปีก่อน ส่วนงวด 9 เดือน อยู่ที่ 63.4%
เงินสดแกร่ง เดินหน้าขยายธุรกิจ-ศึกษารุกต่างประเทศ
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 กลุ่มบริษัทมีเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุนชั่วคราวรวม 1,903 ล้านบาท ลดลง 81 ล้านบาท จากสิ้นเดือนมิถุนายน 2568 หลังจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น 737 ล้านบาท และลงทุนซื้ออาคาร ที่ดิน และอุปกรณ์อีก 76 ล้านบาท
นายแมทธิว กล่าวว่า บริษัทเดินหน้าขยายธุรกิจออนไลน์ต่อเนื่อง ควบคู่การลงทุนขยายและปรับปรุงร้านค้าปลีก รวมถึงทยอยปิดสาขาที่ทำกำไรต่ำ ขณะที่ช่องทางออฟไลน์จะเน้นรักษาฐานลูกค้าเดิมและเพิ่มลูกค้าใหม่ โดยใช้จุดแข็งจากประสบการณ์กว่า 50 ปี ทั้งเครือข่ายร้านค้า โรงงานผลิตสินค้า และศูนย์กระจายสินค้าของบริษัท
นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ รวมถึงโอกาสซื้อขายควบรวมกิจการ (M&A) และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตระยะยาว โดยพร้อมเดินหน้าทันทีเมื่อเห็นโอกาสที่เหมาะสม







