thansettakij
thansettakij
CHAO โชว์กำไร Q1/69 โตแรง 53% หลังคุมต้นทุน-ปรับเกมขาย เจาะเทรนด์สุขภาพ

CHAO โชว์กำไร Q1/69 โตแรง 53% หลังคุมต้นทุน-ปรับเกมขาย เจาะเทรนด์สุขภาพ

14 พ.ค. 69 | 02:01 น.
อัปเดตล่าสุด :14 พ.ค. 69 | 03:46 น.

CHAO เผยไตรมาส 1/69 มีกำไรสุทธิ 17.6 ล้านบาท โต 53.1% แม้รายได้ลดลง หลังคุมต้นทุน-ปรับกลยุทธ์ช่องทางขาย พร้อมเดินหน้ารุกตลาด Protein Snack และ Better-for-You ต่อเนื่อง

KEY

POINTS

  • CHAO ประกาศผลงานไตรมาส 1/69 มีกำไรสุทธิ 17.6 ล้านบาท เติบโต 53.1% สวนทางกับรายได้ที่ลดลง 9.3%
  • ปัจจัยหนุนกำไรมาจากการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการปรับกลยุทธ์ช่องทางการขายใหม่
  • เดินหน้าเจาะเทรนด์สุขภาพ เตรียมผลักดัน "หมูแท่ง" เป็น Protein Snack และขยายพอร์ตสินค้ากลุ่ม Better-for-You พร้อมรุกตลาดต่างประเทศ

บมจ. เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี หรือ CHAO เปิดผลงานไตรมาส 1 ปี 2569 ทำรายได้จากการดำเนินงาน 293.1 ล้านบาท ลดลง 9.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่กำไรสุทธิพุ่งแตะ 17.6 ล้านบาท เติบโต 53.1% หลังเดินหน้าปรับโครงสร้างช่องทางขาย คุมต้นทุนวัตถุดิบ-ค่าใช้จ่ายเชิงรุก หนุนอัตรากำไรสุทธิขยับขึ้นสู่ 6% พร้อมเดินหน้าเกมรุกครึ่งปีหลัง ดัน “หมูแท่ง” รับกระแส Protein Snack ขยายพอร์ต Better-for-You Snack และเร่งเจาะตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีนและสหรัฐฯ

นางสาวณภัทร โมรินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ CHAO เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงาน 293.1 ล้านบาท ลดลง 9.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) จากยอดขายในช่องทาง Modern Trade และ Traditional Trade ที่ชะลอตัวตามกำลังซื้อผู้บริโภคและปัจจัยฤดูกาล

 

นางสาวณภัทร โมรินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ CHAO

อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างโดดเด่น จากการปรับกลยุทธ์ช่องทาง Traditional Trade จากระบบขายผ่านตัวแทน มาเป็นการกระจายสินค้าตรงสู่ร้านค้า ช่วยเพิ่มยอดขายหน้าร้านและขยาย SKU ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ราคาสุกรซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักปรับลดลง ประกอบกับมาตรการบริหารต้นทุนเชิงรุก ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดของเสียในกระบวนการผลิต และควบคุมค่าใช้จ่ายด้านการขาย การตลาด และบริหาร ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 17.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.1% จากปีก่อน และมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 6% เพิ่มขึ้น 2.5%

 

ดัน “ข้าวตังหน้าหมูหยองหน้าล้น” นำทัพ

สำหรับกลยุทธ์ปี 2569 บริษัทเตรียมเร่งขยายพอร์ตสินค้าหลักผ่านแคมเปญการตลาดเชิงรุก โดยช่วงครึ่งปีแรกจะผลักดัน “ข้าวตังหน้าหมูหยองหน้าล้น” เป็นสินค้าเรือธง เพื่อกระตุ้นตลาดขนมขบเคี้ยว

ขณะที่ครึ่งปีหลัง เตรียมเปิดเกมรุกสินค้ากลุ่ม “หมูแท่ง” รองรับกระแส Protein Snack ที่กำลังเติบโต ตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับอาหารว่างที่มีโปรตีนสูงและดีต่อสุขภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทจะเดินหน้าขยายพอร์ต Better-for-You Snack ครอบคลุมทั้งข้าวตัง ขนมแปรรูปจากเนื้อสัตว์ ขนมธัญพืช และอาหารแปรรูป พร้อมเสริมความแข็งแกร่งทุกช่องทางจำหน่าย ทั้ง Modern Trade ร้านค้าดั้งเดิม และแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่

 

เร่งลงทุนระบบผลิต-ติดโซลาร์รูฟ

CHAO ยังเดินหน้าปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานต่อเนื่อง ผ่านการเพิ่มระบบอัตโนมัติในสายการผลิต ลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต รวมถึงติดตั้งโซลาร์รูฟ เพื่อลดต้นทุนพลังงานในระยะยาว และยกระดับความสามารถแข่งขันของธุรกิจ

บริษัทมองว่าการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาอัตรากำไร ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ยังเปราะบาง

 

ปักธงต่างประเทศ เจาะจีน-สหรัฐฯ

ด้านทิศทางธุรกิจระยะถัดไป บริษัทเตรียมขยายตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง โดยเน้นเพิ่มประสิทธิภาพในตลาดหลักอย่างจีนและสหรัฐอเมริกา ควบคู่กับการขยายสู่ประเทศใหม่

CHAO ระบุว่า ตลาดขนมขบเคี้ยวในสหรัฐฯ ปี 2567 มีมูลค่ารวม 73.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะขยายสู่ 83.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2571 หรือเติบโตเฉลี่ย 3.3% ต่อปี โดยมีแรงหนุนจากเทรนด์ผู้บริโภคที่มองหาสินค้าเพิ่มคุณค่า เช่น ขนมโปรตีนสูง ขนมจากเนื้อสัตว์ และอาหารว่างเพื่อสุขภาพ

รวมถึงอิทธิพลของโซเชียลมีเดียที่เข้ามากำหนดพฤติกรรมการบริโภค และความต้องการอาหารพร้อมรับประทานที่สะดวกมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาสินค้าของบริษัท

นางสาวณภัทร กล่าวว่า ผลประกอบการไตรมาสแรกสะท้อนทิศทางการเติบโตอย่างมีคุณภาพของบริษัท แม้รายได้ชะลอตัว แต่การบริหารช่องทางจำหน่ายและต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยผลักดันกำไรและอัตรากำไรเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจะเดินหน้าขยายพอร์ตสินค้า Better-for-You และเร่งขยายตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวแก่บริษัทและผู้ถือหุ้นต่อไป