
TACC โชว์ผลงานไตรมาส 1/69 โตแรง รับอานิสงส์ยอดขายเซเว่นฯ คึกคัก
TACC โชว์ผลงานไตรมาส 1/69 โตแรง รายได้แตะ 638 ล้านบาท กำไรสุทธิพุ่ง 36% รับแรงหนุนยอดขายใน 7-Eleven ทั้งไทยและต่างประเทศ พร้อมเดินเกม M&A – JV สร้าง New S-Curve ดันรายได้ปีนี้โต Double Digit
KEY
POINTS
- TACC ประกาศผลงานไตรมาส 1/69 มีรายได้ 638.62 ล้านบาท โต 20.50% และกำไรสุทธิ 99.67 ล้านบาท โต 36.33%
- การเติบโตได้รับแรงหนุนหลักจากยอดขายในร้าน 7-Eleven ทั้งในและต่างประเทศที่คึกคัก ประกอบกับกระแสความนิยมของเครื่องดื่มชาไทยและชาเขียว
- บริษัทตั้งเป้ารายได้ทั้งปี 2569 เติบโตระดับ Double Digit และเดินหน้าหาโอกาสควบรวมกิจการ (M&A) และร่วมทุน (JV) เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต
TACC เปิดไตรมาสแรกปี 2569 ฟอร์มแรง กวาดรายได้จากการขาย 638.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.50% ขณะที่กำไรสุทธิแตะ 99.67 ล้านบาท เติบโต 36.33% รับแรงหนุนยอดขายในร้าน 7-Eleven ทั้งในและต่างประเทศคึกคัก รวมถึงกระแสชาไทย-ชาเขียวยังมาแรง เดินหน้ารุกธุรกิจใหม่ มองหาโอกาสควบรวมกิจการ (M&A) และร่วมทุน (JV) สร้าง New S-Curve ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โตระดับ Double Digit
ยอดขายเซเว่นฯ หนุนผลงานโตต่อเนื่อง
นายชัชชวี วัฒนสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร T.A.C. Consumer Public Company Limited หรือ TACC เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขาย 638.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 108.63 ล้านบาท หรือ 20.50% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 99.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.56 ล้านบาท หรือ 36.33%
ปัจจัยหนุนหลักมาจากยอดขายสินค้าในร้าน 7-Eleven ที่เติบโตต่อเนื่อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สอดรับกับการฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศ รวมถึงกระแสความนิยมของเครื่องดื่มชาไทยและชาเขียวที่ยังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งบริษัทยังเดินหน้าพัฒนาสินค้าใหม่ร่วมกับ 7-Eleven และลูกค้าในกลุ่มต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นยอดขายเพิ่มเติม
“ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ยังเติบโตต่อเนื่องตามแผน จากยอดขายในเซเว่นฯ ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงยอดขายกลุ่ม B2C (Non-7-Eleven) ที่ขยายตัวได้ดี ขณะเดียวกันบริษัทสามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายชัชชวี กล่าว
ปักธงรายได้ปีนี้โต Double Digit
สำหรับแผนธุรกิจปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตระดับ 10% หรือ Double Digit โดยมีแรงขับเคลื่อนจาก 2 ธุรกิจหลัก ได้แก่ กลุ่มธุรกิจ 7-Eleven ที่จะเดินหน้าพัฒนา Core Menu และ New Menu อย่างต่อเนื่อง ร่วมกับ 7-Eleven ในฐานะ Key Strategic Partner ครอบคลุมทั้งเครื่องดื่มในโถกด 7-Select และเมนู Non-Coffee ใน All Café รวมถึงขยายตลาดไปยังร้าน 7-Eleven ในต่างประเทศเพิ่มเติม
ขณะที่กลุ่มธุรกิจ Non-7-Eleven บริษัทเตรียมขยายตลาดในประเทศ พัฒนาสินค้าเพื่อตอบโจทย์กลุ่ม Café Business และเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้จากหลายช่องทางมากขึ้น
เดินเกม M&A – JV สร้างฐานโตระยะยาว
นายชัชชวี กล่าวว่า บริษัทมีแผนเร่งขยายธุรกิจใหม่ เพื่อลดการพึ่งพารายได้จากช่องทางเดิม โดยอยู่ระหว่างมองหาโอกาสในการควบรวมกิจการ (M&A) และการร่วมทุน (JV) เพื่อสร้าง New S-Curve รองรับการเติบโตในอนาคต
พร้อมกันนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน และการนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนการดำเนินงาน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว







