
โรบินสันไลฟ์สไตล์ ปรับโฉม 13 สาขา ดึง 200 แบรนด์ รับเกมค้าปลีกเปลี่ยน
โรบินสันไลฟ์สไตล์ ปรับเกมสู่ Experience-led Retail เพิ่มน้ำหนัก Food-Entertainment หวังยืดเวลาใช้บริการ-ดันยอดใช้จ่ายต่อหัว เดินหน้ารีโนเวต 13 สาขา ดึงกว่า 200 แบรนด์ เสริมทราฟฟิก
KEY
POINTS
- โรบินสันไลฟ์สไตล์ประกาศแผนปรับโฉมศูนย์การค้า 13 สาขาทั่วประเทศ พร้อมดึงแบรนด์ใหม่กว่า 200 แบรนด์
- ปรับกลยุทธ์ภายใต้แนวคิด “Lifestyle & Experiential Community” เพื่อยกระดับศูนย์การค้าให้เป็นพื้นที่ใช้ชีวิตของชุมชน
- พัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ เช่น Outdoor Zone, ตลาดกลางคืน (Mall x Night Market) และ Food Haven เพื่อสร้างประสบการณ์และดึงดูดลูกค้า
เซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าปรับกลยุทธ์ศูนย์การค้า โรบินสันไลฟ์สไตล์ ภายใต้แนวคิด “Lifestyle & Experiential Community” และ Customer-centric เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว โดยในปี 2568 บริษัทเดินหน้าปรับปรุงศูนย์การค้ารวม 13 สาขาทั่วประเทศ คาดทยอยแล้วเสร็จในช่วง 1–2 ปี
นายเลิศวิทย์ ภูมิพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ กล่าวว่า การปรับโฉมศูนย์การค้าครั้งนี้มุ่งตอบโจทย์ลูกค้าในแต่ละพื้นที่อย่างเฉพาะเจาะจง พร้อมยกระดับศูนย์การค้าให้เป็นพื้นที่ใช้ชีวิตของชุมชน ไม่ใช่เพียงแหล่งจับจ่ายสินค้า
ในปีที่ผ่านมา บริษัทได้ปรับโฉมสาขาหลัก ได้แก่ ราชบุรี และสระบุรี ซึ่งสะท้อนทิศทาง Mall Transformation อย่างชัดเจน ผ่านการออกแบบพื้นที่ใหม่ การปรับโซนนิ่ง และเพิ่มองค์ประกอบด้านไลฟ์สไตล์ ทั้งโซนอาหาร ความบันเทิง ฟิตเนส และพื้นที่กิจกรรมครอบครัว เพื่อเพิ่มความหลากหลายและยืดระยะเวลาการใช้บริการของลูกค้า
ควบคู่กันนี้ นายเลิศวิทย์ ภูมิพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า บริษัทเร่งเสริมความแข็งแกร่งด้าน Merchandise Mix โดยดึงแบรนด์ใหม่เข้ามามากกว่า 200 แบรนด์ทั่วประเทศ ครอบคลุม 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ อาหารและร้านอาหาร (Food & Restaurant) กลุ่มเครื่องดื่มและคาเฟ่ (Light Food & Beverage) เทคโนโลยี (IT & Technology) และแฟชั่น-ความงาม (Fashion & Beauty) เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค
ทั้งนี้ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มยังคงเป็น “แม่เหล็กหลัก” ในการดึงทราฟฟิกเข้าสู่ศูนย์การค้า สะท้อนการปรับตัวของธุรกิจรีเทลที่ต้องพึ่งพาองค์ประกอบด้านไลฟ์สไตล์มากขึ้น เพื่อสร้างความถี่ในการเข้ามาใช้บริการและเพิ่มค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน
นอกจากการรีโนเวตและเพิ่มแบรนด์ใหม่ บริษัทได้พัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่เพื่อสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจภายในศูนย์การค้า ได้แก่
• Outdoor Zone พื้นที่พาณิชย์ด้านหน้าศูนย์ รองรับร้านค้ารายย่อยกว่า 40 ยูนิตต่อสาขา เชื่อมโยงทราฟฟิกจากภายนอกสู่ภายใน พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น ปัจจุบันเปิดแล้วในกาญจนบุรี สุพรรณบุรี และร้อยเอ็ด และมีแผนขยายต่อในปี 2569
• Mall x Night Market ผสานศูนย์การค้ากับตลาดกลางคืน เพิ่มทราฟฟิกช่วงเย็นถึงค่ำ และสร้างโอกาสรายได้ใหม่ให้ผู้ประกอบการ โดยเปิดให้บริการแล้วในหลายทำเล เช่น ศรีสมาน สุวรรณภูมิ และชลบุรี
• Food Haven ยกระดับศูนย์อาหารสู่ประสบการณ์ด้านอาหาร (Dining Experience) ด้วยการรวมร้านอาหารแบรนด์ดังและร้านท้องถิ่นไว้ในพื้นที่เดียว พร้อมปรับดีไซน์ให้ทันสมัย รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ รวมถึงการเติบโตของบริการเดลิเวอรี
• Sunday Playland โซนสวนสนุกในร่มสำหรับครอบครัว ซึ่งช่วยเพิ่มระยะเวลาการใช้บริการ (dwell time) และความถี่ในการกลับมาใช้บริการ ปัจจุบันเปิดแล้ว 9 สาขาทั่วประเทศ
ในด้านการตลาด เร่งเดินหน้ากลยุทธ์ Customer-centric ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและนอกเครือ เช่น ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าปลีกเฉพาะทาง เพื่อสร้าง Marketing Ecosystem และเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายในแต่ละแคมเปญ พร้อมจัดกิจกรรมกว่า 1,000 อีเวนต์ต่อปี เพื่อกระตุ้นทราฟฟิกและสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชน
ทั้งนี้ ทิศทางการพัฒนาศูนย์การค้าในรูปแบบ “Experience-led Retail” สะท้อนการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนจากการขายสินค้าไปสู่การสร้างประสบการณ์และความผูกพันกับผู้บริโภค (Brand Love) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตในระยะยาว
สำหรับปี 2569 บริษัทเตรียมเดินหน้าสู่ Mall Transformation อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการพัฒนาโครงการและโมเดลธุรกิจใหม่ เพื่อยกระดับศูนย์การค้าให้เป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตในแต่ละพื้นที่ รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเสริมความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกในระยะยาว






