
‘ลัคกี้สุกี้’ ได้ CRG เสริมทัพ ปรับเกมรุก เปิด Lucky Marche ลุยตลาดชาบู 4 หมื่นล้าน
ลัคกี้สุกี้ เร่งเครื่องรุกตลาดสุกี้-ชาบู ท่ามกลางการแข่งขันเดือด ชู Value for Money ขยาย 25-30 สาขา พร้อมเปิดโมเดล Food Market Experience หวังดันรายได้แตะ 3.5 พันล้านบาท
KEY
POINTS
- CRG (เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป) เข้าถือหุ้นใน ‘ลัคกี้สุกี้’ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านเงินทุน ระบบการบริหารจัดการ และมาตรฐานการบริการ
- ปรับกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อแข่งขันในตลาดสุกี้-ชาบูมูลค่า 4 หมื่นล้านบาท โดยเน้นการขยายสาขาอย่างมีคุณภาพ ตั้งเป้าสิ้นปี 2569 มี 72 สาขา
- เปิดตัวโมเดลร้านอาหารรูปแบบใหม่ “Lucky Marche” ที่มอบประสบการณ์แบบฟู้ดมาร์เก็ต เพื่อสร้างความแตกต่างและยกระดับแบรนด์
การเข้าถือหุ้นของ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) ในแบรนด์ “ลัคกี้” เมื่อปีที่ผ่านมา นับเป็นจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญของธุรกิจร้านอาหารสุกี้ไทย ภายใต้การบริหารของ บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด ที่ดูแลแบรนด์ “ลัคกี้ สุกี้” และ “ลัคกี้ บาร์บีคิว” โดยดีลดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการเติมเงินทุน แต่คือการเสริมระบบบริหารจัดการ มาตรฐานปฏิบัติการ และเครือข่ายทำเลเชิงกลยุทธ์ เพื่อยกระดับการเติบโตระยะยาว
นางสาวรสรินทร์ ติยะวราพรรณ กรรมการบริหาร บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรม ร้านอาหารไทยในปี 2569 ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ผู้บริโภคจะใช้จ่ายอย่างรอบคอบมากขึ้น แต่แบรนด์ที่สามารถมอบ "ความคุ้มค่า" ควบคู่กับประสบการณ์ที่แตกต่าง จะยังคงได้เปรียบในการแข่งขัน
โดยเฉพาะกลุ่ม ร้านอาหารที่เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และมีทางเลือกที่หลากหลาย สะท้อนจากมูลค่าตลาดร้านอาหารไทยใน ปี 2569 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 660,000 ล้านบาท เติบโต 4.6% ขณะที่ตลาดร้านอาหารประเภทสุกี้-ชาบูในประเทศไทย คาดว่ามีมูลค่าประมาณ 35,000-40,000 ล้านบาท และเติบโตในอัตรา 5-8% ต่อปี
โดยรูปแบบที่เติบโตเด่นคือบุฟเฟต์ที่เน้นความคุ้มค่า มีเมนูหลากหลาย และมอบประสบการณ์มากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว แม้ช่องทางเดลิเวอรี่จะมีบทบาทเพิ่มขึ้น แต่การรับประทานที่ร้าน (Dine-in) ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของตลาด
ด้าน นายวิรัตน์ โรจยารุณ กรรมการบริหาร บริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมการแข่งขันในตลาดสุกี้ยังคงรุนแรง จากจำนวนผู้เล่นทั้งรายเดิมและรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันผู้บริโภคมีการ ตัดสินใจอย่างรอบคอบมากขึ้น
โดยไม่ได้พิจารณา "ราคา" เป็นปัจจัยเดียว แต่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าประสบการณ์ และความหลากหลายของเมนูมากขึ้น ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของ ลัคกี้ สุกี้ และ ลัคกี้ บาร์บีคิว ที่มีความเข้าใจผู้บริโภคไทยอย่างลึกซึ้ง ทั้งด้านรสนิยม ความต้องการ และการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถตั้งราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมมอบคุณค่าโดยรวมที่ตอบโจทย์ในระยะยาว
พร้อมระบุว่า หลัง CRG เข้าถือหุ้น บริษัทได้ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ครอบคลุมตั้งแต่ระบบซัพพลายเชน การบริหารต้นทุน การคัดเลือกทำเล ไปจนถึงมาตรฐานการให้บริการหน้าร้าน โดยนำประสบการณ์บริหารแบรนด์ร้านอาหารขนาดใหญ่ของ CRG เข้ามาถ่ายทอดสู่ทีมงานลัคกี้
หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงชัดเจนคือการวางระบบควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ (Quality Control) แบบรวมศูนย์ การบริหารจัดซื้อ (Procurement) ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการพัฒนา SOP (Standard Operating Procedure) ให้ได้มาตรฐานเดียวกันทุกสาขา ส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง ขณะที่คุณภาพสินค้าและบริการมีความสม่ำเสมอมากขึ้น
การสนับสนุนด้านระบบไอทีและข้อมูล (Data Analytics) ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้บริษัทวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคได้แม่นยำขึ้น สามารถออกแบบโปรโมชั่นและเมนูใหม่ได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพิ่มอัตราการกลับมาใช้บริการซ้ำ (Repeat Purchase)
ผลประกอบการสะท้อนแรงหนุน
ปี 2568 บริษัทมีรายได้ 2,154 ล้านบาท เติบโต 112.4% จากปี 2567 ที่มีรายได้ 1,014 ล้านบาท การเติบโตดังกล่าวมาจากการขยายสาขาในทำเลศักยภาพ การบริหารต้นทุนอย่างมีระบบ และการพัฒนาเมนูให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคที่เน้น “ความคุ้มค่า”
ปัจจุบันลัคกี้มี 45 สาขา แบ่งเป็น ลัคกี้ สุกี้ 33 สาขา และลัคกี้ บาร์บีคิว 12 สาขา และตั้งเป้าขยายเพิ่ม 25-30 สาขาในปี 2569 ครอบคลุมกรุงเทพฯ และหัวเมืองหลัก ส่งผลให้จำนวนสาขารวมแตะประมาณ 72 แห่งภายในสิ้นปี และมีการขยายสาขาไปยังต่างจังหวัดในโซนหัวเมืองและมองว่าปีนี้จะกระจายตัวอยู่ทุกภาค ราวมถึงการขยายสาขาภายในห้างกลุ่มเซ็นทรัล
นายวิรัตน์ โรจยารุณ ย้ำว่า การขยายสาขาภายใต้โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่จะไม่เน้น “ขยายเร็วที่สุด” แต่เน้น “ขยายอย่างมีคุณภาพ” โดยเลือกทำเล Community Mall และศูนย์การค้าที่มีทราฟฟิกสม่ำเสมอ เพื่อสร้างฐานลูกค้าระยะยาว
4 กลยุทธ์หลักปี 2569 หลังการปรับโครงสร้าง บริษัทวาง 4 กลยุทธ์หลักขับเคลื่อนธุรกิจ ได้แก่
1. ยกระดับสินค้าและคุณภาพ เพิ่มเมนูใหม่และเมนูพรีเมียม เพื่อเพิ่มมูลค่าต่อบิล (Average Check)
2. ตอกย้ำ Value for Money รักษาระดับราคาที่เข้าถึงง่าย ควบคู่โปรโมชั่นกระตุ้นยอดขาย
3. ขยายทุกช่องทางการขาย เพิ่มประสิทธิภาพ Dine-in และเดลิเวอรี่
4. บริหารต้นทุนและมาตรฐานอย่างเข้มงวด ใช้ระบบจาก CRG สนับสนุนการควบคุมคุณภาพและบริการ
เปิดโมเดลใหม่ “Lucky Marche” ยกระดับประสบการณ์
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของปี 2569 คือการเปิดตัว “Lucky Marche” คอนเซ็ปต์ Food Market Experience ร้านรูปแบบใหม่ที่ต่อยอดจากสุกี้แบบดั้งเดิม ให้ลูกค้าเลือกอาหารได้อิสระเสมือนเดินตลาดคุณภาพ เพิ่มความหลากหลายของวัตถุดิบ โซนเมนู และออกแบบ Flow ร้านเพื่อลดเวลารอ เร่งขยาย 10 สาขาในปี 2569
ปี 2569 บริษัทตั้งเป้ายอดขายรวมมากกว่า 3,500 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพตลาดและพลังสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นใหม่ การผสานจุดแข็งของผู้ประกอบการไทยที่เข้าใจตลาดท้องถิ่น กับความเชี่ยวชาญเชิงระบบของ CRG ทำให้ลัคกี้อยู่ในจุดที่พร้อมขยายตัวอย่างมีเสถียรภาพ

