thansettakij
ทายาทเจ้าสัวเจริญ ทุ่ม 2.25 หมื่นล้าน ซื้อหุ้น MM Mega Market ลุยค้าปลีก ค้าส่ง เวียดนาม

ทายาทเจ้าสัวเจริญ ทุ่ม 2.25 หมื่นล้าน ซื้อหุ้น MM Mega Market ลุยค้าปลีก ค้าส่ง เวียดนาม

16 ก.พ. 2569 | 06:00 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ก.พ. 2569 | 06:36 น.

บีเจซี ทุ่ม 2.25 หมื่นล้าน ซื้อหุ้น MM Mega Market 30 สาขารวด ต่อยอดธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง เวียดนาม พร้อมขยายฐานโมเดิร์นเทรด อาเซียน

KEY

POINTS

  • บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (บีเจซี) เข้าซื้อกิจการค้าปลีก-ค้าส่ง MM Mega Market ในเวียดนาม ด้วยมูลค่าการลงทุน 22,500 ล้านบาท
  • การลงทุนครั้งนี้เป็นจังหวะเชิงกลยุทธ์เพื่อขยายธุรกิจในเวียดนาม ซึ่งมีศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง และคาดว่าจะช่วยเพิ่มกำไรต่อหุ้น (EPS) ได้ตั้งแต่ปีแรก
  • บีเจซีมีแผนขยายสาขา MM Mega Market เพิ่มอีกประมาณ 24 แห่งในอีก 5 ปีข้างหน้า เพื่อเร่งการเติบโตในตลาดเวียดนาม

บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีเจซี เสนอผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการเข้าซื้อธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง สมัยใหม่ MM Mega Market Vietnam (MMVN) จำนวน 30 สาขา ใน เวียดนาม ด้วยมูลค่าการลงทุนประมาณ 22,500 ล้านบาท สะท้อนมุมมองเชิงรุกต่อศักยภาพเศรษฐกิจเวียดนาม และบทบาทของธุรกิจ Modern Trade ในภูมิภาคอาเซียน พร้อมยกระดับพอร์ตการลงทุนในต่างประเทศสู่การ “เร่งการเติบโต” บนฐานธุรกิจที่มีความพร้อมเต็มที่แล้ว

นางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท  เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทตัดสินใจเข้าซื้อกิจการ MM Mega Market Vietnam ในครั้งนี้ ถือเป็นจังหวะเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญของบีเจซี เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ปัจจัยหลัก 3 ด้าน ได้แก่ โครงสร้างเศรษฐกิจเวียดนามที่กำลังเปลี่ยนผ่าน ความพร้อมของ MMVN หลังการฟื้นฟูกิจการ และความแข็งแกร่งด้านศักยภาพการขยายธุรกิจของบีเจซี มาบรรจบกันอย่างเหมาะสม ส่งผลให้สามารถปลดล็อกการเติบโตของ MMVN ได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน

“การลงทุนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการขยายขนาดธุรกิจ แต่เป็นการเข้าถือครองแพลตฟอร์มค้าปลีก–ค้าส่งคุณภาพสูงในช่วงจังหวะที่เหมาะสม เมื่อการปรับโครงสร้างเชิงระบบของประเทศเวียดนาม ซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่โครงสร้างเศรษฐกิจและการบริหารจังหวัดรูปแบบใหม่ มาบรรจบกับศักยภาพการขยายธุรกิจของบีเจซี และความพร้อมของ MMVN หลังเสร็จสิ้นกระบวนการฟื้นฟูกิจการ จึงเอื้อต่อการเร่งขยายสาขาและการเติบโตในระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพ”

ในมุมมองด้านผลตอบแทน เวียดนามยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง โดย GDP ปีล่าสุด (2025) เติบโตประมาณ 8% ขณะที่ MMVN เป็นธุรกิจที่มีกำไรอยู่แล้ว และการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ใช้แหล่งเงินทุนจากหนี้สินทั้งหมดโดยไม่มีการเพิ่มทุน

ฐาปณี - อัศวิน เตชะเจริญวิกุล

ส่งผลให้ดีลนี้ช่วยเพิ่มกำไรต่อหุ้น (EPS) ตั้งแต่ปีแรกหลังปิดดีล ทั้งนี้ยังมี โอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากการผสานศักยภาพภายในกลุ่มธุรกิจผ่านโครงการ Synergy ต่างๆ อาทิ อำนาจต่อรองด้านการจัดซื้อ การพัฒนา Private Label และการทำ cross-selling ซึ่งคาดว่าจะทยอยสะท้อนผลในช่วง 1–2 ปีข้างหน้า

ด้านกระแสเงินสด MMVN มี EBITDA ประมาณ 1.2 พันล้านบาทต่อปี และไม่มีภาระหนี้เดิม แม้จะมีแผนลงทุนเพื่อขยายสาขาเฉลี่ยปีละ 500–1,000 ล้านบาท แต่สามารถรองรับได้ด้วยกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน โดยไม่สร้างภาระเชิงโครงสร้างต่อฐานะการเงินของบีเจซี

สำหรับแผนการเติบโตในระยะ 5 ปีข้างหน้า MMVN ตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่ประมาณ 24 สาขา ครอบคลุมหลายรูปแบบธุรกิจ ทั้ง Cash & Carry, Depot, Food Service และ Supercenter โดยใช้งบลงทุนต่อสาขาประมาณ 200–600 ล้านบาท และยึดหลักการพิจารณาผลตอบแทนจากเงินลงทุน (ROIC) เป็นหัวใจสำคัญ เพื่อรักษาวินัยทางการเงินและคุณภาพการเติบโตในระยะยาว

ทายาทเจ้าสัวเจริญ ทุ่ม 2.25 หมื่นล้าน ซื้อหุ้น MM Mega Market ลุยค้าปลีก ค้าส่ง เวียดนาม

นางฐาปณี กล่าวสรุปว่า การเข้าซื้อ MM Mega Market Vietnam ในครั้งนี้ เป็นการเข้าถือครองแพลตฟอร์มค้าปลีก–ค้าส่ง ที่มีคุณภาพสูง พร้อมเติบโตไปกับโครงสร้างเศรษฐกิจเวียดนามยุคใหม่ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผู้ถือหุ้นได้ทันที