thansettakij
เดอะมอลล์ อัดอีเว้นท์ ‘ตรุษจีน’ หวังกระตุ้นค้าปลีก คาดเงินสะพัด 4.2 พันล้าน

เดอะมอลล์ อัดอีเว้นท์ ‘ตรุษจีน’ หวังกระตุ้นค้าปลีก คาดเงินสะพัด 4.2 พันล้าน

03 ก.พ. 2569 | 10:02 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ก.พ. 2569 | 11:26 น.

อ่านเกมรีเทลปี 2569 เมื่อเดอะมอลล์ใช้เทศกาลตรุษจีนปั้นเป็น Destination ทางเศรษฐกิจ เชื่อมค้าปลีก อาหาร ท่องเที่ยว และดิจิทัลเพย์เมนต์ในแพลตฟอร์มเดียว

KEY

POINTS

  • เดอะมอลล์ กรุ๊ป จัดแคมเปญตรุษจีน “JOY LUCK LOVE CHINESE NEW YEAR 2026” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจค้าปลีกและการท่องเที่ยว
  • คาดการณ์ว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้มากกว่า 4,200 ล้านบาท ตลอดระยะเวลาการจัดงาน 35 วัน
  • ทุ่มงบประมาณ 240 ล้านบาท ร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำจากจีนและไทย เช่น Alipay, iQIYI และ Trip.com เพื่อสร้างประสบการณ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้บริโภค

กลุ่มเดอะมอลล์ ขยับบทบาทเทศกาลตรุษจีนจากกิจกรรมการตลาดเชิงฤดูกาล สู่เครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจค้าปลีกและการท่องเที่ยว ด้วยการผนึกพันธมิตรจีนและไทยในหลายมิติ ตั้งแต่แพลตฟอร์มการเงินดิจิทัล คอนเทนต์ ท่องเที่ยว เทคโนโลยี ไปจนถึงสายการบิน

ภายใต้แคมเปญ “JOY LUCK LOVE CHINESE NEW YEAR 2026” แนวคิด “มะเมียทะยานไกล ม้าไฟมหาเฮง” ครอบคลุมระยะเวลา 30 มกราคม – 4 มีนาคม 2569 รวม 35 วัน โดยประเมินว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 4,200 ล้านบาท จากเครือข่ายศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าในกลุ่ม

ทิศทางดังกล่าวสะท้อนยุทธศาสตร์ของผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่ ที่พยายามยกระดับ “เทศกาล” ให้เป็น Destination ทางเศรษฐกิจ มากกว่าการจัดโปรโมชันระยะสั้น โดยเดอะมอลล์ กรุ๊ป วางตำแหน่งตรุษจีนให้เชื่อมโยงตั้งแต่การจับจ่ายสินค้า การรับประทานอาหาร การท่องเที่ยว ไปจนถึงกิจกรรมไลฟ์สไตล์ของครอบครัว เพื่อต่อยอดเวลาการใช้จ่าย (Time Spend) และมูลค่าต่อบิลในระบบค้าปลีกและบริการ

นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ระบุว่า ปีนี้ใช้งบประมาณราว 240 ล้านบาท ในการสร้างระบบความร่วมมือ (Retail Ecosystem) กับพันธมิตรจีนระดับโลก อาทิ Alipay, UnionPay, WeChat Pay, iQIYI, Trip.com

 

เดอะมอลล์ อัดอีเว้นท์ ‘ตรุษจีน’ หวังกระตุ้นค้าปลีก คาดเงินสะพัด 4.2 พันล้าน
 

รวมถึงแบรนด์เทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์ และสายการบินจีนหลายแห่ง เพื่อเชื่อมประสบการณ์ผู้บริโภคแบบ Cross-border ตั้งแต่การเดินทาง การชำระเงิน ไปจนถึงคอนเทนต์และกิจกรรมในพื้นที่ศูนย์การค้าจากการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคในช่วงตรุษจีน เดอะมอลล์พบว่า “วันจ่าย” ยังเป็นวันที่มีมูลค่าการใช้จ่ายสูงสุดจากการเตรียมของไหว้และอาหารมงคล

ขณะที่ “วันไหว้” เป็นวันที่มีความสำคัญเชิงอารมณ์ของครอบครัว ส่วน “วันเที่ยว” กลายเป็นวันที่มีอัตราการเติบโตของการใช้จ่ายสูงสุด โดยเฉพาะในหมวดอาหาร แฟชั่น และกิจกรรมไลฟ์สไตล์ สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของพฤติกรรมผู้บริโภคจากการซื้อของตามพิธีกรรม ไปสู่การใช้จ่ายเพื่อประสบการณ์และเวลาร่วมกัน

อินไซต์ดังกล่าวถูกนำมาออกแบบเป็นกลยุทธ์ Customer-Centric Festive ผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ JOY, LUCK และ LOVE โดยในเชิงเศรษฐกิจ แกน JOY ถูกวางเป็นเครื่องมือขับเคลื่อน Ecosystem และ Partnership ระหว่างผู้ให้บริการการเงินดิจิทัล แพลตฟอร์มท่องเที่ยว และคอนเทนต์

เพื่อสร้างเส้นทางการใช้จ่ายข้ามพรมแดน ตั้งแต่ก่อนเดินทางจนถึงการใช้จ่ายในประเทศ ขณะที่ความร่วมมือกับแพลตฟอร์มคอนเทนต์อย่าง iQIYI ถูกใช้เป็นกลไกดึงทราฟฟิกกลุ่มผู้บริโภควัย 18–35 ปี ผ่านการสร้างประสบการณ์ Co-branded จากซีรีส์ยอดนิยม สะท้อนการใช้ “คอนเทนต์” เป็นตัวเร่งกำลังซื้อในพื้นที่ค้าปลีก

 

เดอะมอลล์ อัดอีเว้นท์ ‘ตรุษจีน’ หวังกระตุ้นค้าปลีก คาดเงินสะพัด 4.2 พันล้าน

 

ด้านแกน LUCK ถูกวางตำแหน่งในมิติ “Cultural Trust” โดยใช้พิธีกรรมและความเชื่อเป็นแรงขับการเดินทางและการใช้จ่าย ทั้งการอัญเชิญเทพเจ้ากวนอูจากศาลเจ้าคลองสาน การจัดพิธีเสริมดวง และกิจกรรมศิลปวัฒนธรรมจีน ซึ่งมีบทบาทในการเพิ่มทราฟฟิกและระยะเวลาการใช้บริการในศูนย์การค้า ขณะเดียวกัน แกน LOVE มุ่งสร้างพลังทางอารมณ์ผ่านกิจกรรมบันเทิงและนักแสดงจากซีรีส์ที่ได้รับความนิยม เพื่อขยายฐานผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่และเพิ่มความถี่ในการเข้ามาใช้พื้นที่

ในเชิงโครงสร้างรายได้ กลุ่มเดอะมอลล์คาดว่าการจัดแคมเปญในรูปแบบนี้จะช่วยหนุนทั้งยอดขายค้าปลีก อาหาร และบริการควบคู่กัน โดยเฉพาะในช่วงที่ภาคการท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน เริ่มกลับมามีบทบาทมากขึ้นต่อเศรษฐกิจไทย การเชื่อมโยงพันธมิตรด้านการเดินทางและการชำระเงินจึงถูกมองว่าเป็น “โครงสร้างพื้นฐานทางการค้า” มากกว่ากิจกรรมส่งเสริมการขายทั่วไป

ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ที่ต้องปรับบทบาทจาก “พื้นที่ขายสินค้า” ไปสู่ “แพลตฟอร์มประสบการณ์” เพื่อรักษาการเติบโตในสภาวะที่กำลังซื้อฟื้นตัวแบบไม่สม่ำเสมอ โดยตรุษจีนปี 2569 ของเดอะมอลล์ จึงถูกวางให้เป็นมากกว่าฤดูกาลขาย แต่เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์กระตุ้นเศรษฐกิจเมือง ผ่านการผสานค้าปลีก การท่องเที่ยว และวัฒนธรรมเข้าไว้ในระบบเดียวกัน