TV ญี่ปุ่นใกล้สูญพันธุ์ แบรนด์ใหญ่ในตำนานทยอยเปลี่ยนมือยักษ์เครื่องใช้ไฟฟ้าจีน

22 ม.ค. 2569 | 07:06 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ม.ค. 2569 | 07:18 น.

ยักษ์เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ญี่ปุ่น สู้ไม่ไหว! ปรับทัพหนีสงครามราคาตลาดทีวีเดือด ผันตัวจากผู้ผลิตสู่พันธมิตรจีน-ไต้หวัน หลัง Sony จับมือ TCL ทิ้ง Panasonic เป็นปราการสุดท้ายที่ต้องปรับตัวสู้สุดตัว

KEY

POINTS

  • แบรนด์ทีวีญี่ปุ่นสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดโลกรวมกันเหลือไม่ถึง 10% โดยถูกแทนที่โดยผู้ผลิตจากจีนและเกาหลีใต้
  • แบรนด์ดังในอดีตอย่าง Sharp, Toshiba และ Sony ได้ทยอยขายกิจการหรือจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับบริษัทยักษ์ใหญ่จากจีนและไต้หวัน
  • ผู้ผลิตญี่ปุ่นเปลี่ยนกลยุทธ์จากการผลิตเองไปสู่การจ้างผลิต (Outsource) และให้สิทธิ์ใช้ชื่อแบรนด์ เพื่อลดต้นทุนและรักษาชื่อเสียงด้านเทคโนโลยี

อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าโลกในปี 2569 กำลังจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เมื่อ "โทรทัศน์แบรนด์ญี่ปุ่น" ที่เคยเป็นสัญลักษณ์ความภาคภูมิใจของแดนอาทิตย์อุทัย ได้เดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดในฐานะเจ้าตลาด

ข้อมูลจากหน่วยงานวิจัยตลาดระดับโลกอย่าง Omdia และ TrendForce ระบุว่า สัดส่วนยอดจัดส่งทีวีของแบรนด์ญี่ปุ่นหดตัวลงจนเหลือพื้นที่ในตลาดโลกรวมกันไม่ถึง 10% โดยถูกแทนที่ด้วย "คลื่นยักษ์" จากจีนและเกาหลีใต้ที่ก้าวขึ้นมาครองอำนาจแทน ด้วยมูลค่าตลาดที่คาดการณ์ว่าจะกลับมาแตะระดับ 210 ล้านเครื่องในปี 2569 นี้

ไทม์ไลน์การล่มสลาย: จากความรุ่งโรจน์สู่การเปลี่ยนมือ

ความสั่นคลอนของอาณาจักรทีวีญี่ปุ่นเริ่มต้นอย่างชัดเจนในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยมีลำดับเหตุการณ์สำคัญดังนี้:

  • Sharp (ปี 2559): อดีตเจ้าพ่อจอ LCD ต้องยอมขายกิจการให้กับ Foxconn จากไต้หวัน ด้วยมูลค่าประมาณ 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.13 แสนล้านบาท) ปัจจุบัน Sharp ได้ลดบทบาทการผลิตจอทีวีลง และเปลี่ยนโรงงานเดิมในญี่ปุ่นไปมุ่งเน้นธุรกิจศูนย์ข้อมูล AI แทน
  • Toshiba (ปี 2561): ปิดฉากตำนาน 148 ปี ด้วยการขายหุ้น 95% ในธุรกิจทีวีให้กับกลุ่ม Hisense จากจีน ด้วยมูลค่า 113.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3.69 พันล้านบาท) ส่งผลให้ทีวีแบรนด์ Toshiba ในปัจจุบันคือผลผลิตจากโรงงานของจีนภายใต้สิทธิ์การใช้ชื่อแบรนด์นาน 40 ปี
  • Sony (ปี 2569): พี่ใหญ่แห่งวงการประกาศปรับทัพหนีขาดทุนครั้งสำคัญ โดยเตรียมลงนาม MOU ร่วมกับ TCL Electronics จากจีนเพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) โดยฝั่ง TCL จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 51% (มูลค่าหุ้นที่เหลือของ Sony คือ 49%) เพื่อคุมเบ็ดเสร็จตั้งแต่การผลิตยันขาย ขณะที่ Sony จะถอยไปโฟกัสธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนต์และเกมที่มีผลตอบแทนสูงกว่า

แบรนด์ญี่ปุ่นหายไปจาก Top 5

TV ญี่ปุ่นใกล้สูญพันธุ์ แบรนด์ใหญ่ในตำนานทยอยเปลี่ยนมือยักษ์เครื่องใช้ไฟฟ้าจีน

จากข้อมูลส่วนแบ่งตลาดทีวีโลกปี 2568-2569 แบรนด์ญี่ปุ่นแทบไม่เหลือที่ยืนในสมรภูมิรายได้และจำนวนเครื่อง:

  • อันดับ 1 ยังคงเป็น Samsung (เกาหลี) ครองส่วนแบ่งรายได้ 28.3% - 29%
  • อันดับ 2 และ 3 คือ Hisense และ TCL (จีน) ที่เบียดกันอย่างสูสีด้วยส่วนแบ่งจำนวนเครื่องแบรนด์ละประมาณ 14% โดยเฉพาะ Hisense ที่ครองส่วนแบ่งอันดับ 1 ในกลุ่มจอไซส์ยักษ์ 100 นิ้วขึ้นไปถึง 47% ของโลก
  • Sony (ญี่ปุ่น) ร่วงลงไปอยู่อันดับ 5 ด้วยส่วนแบ่งรายได้เพียง 5.4% และมีส่วนแบ่งจำนวนเครื่องน้อยกว่า 5% ซึ่งลดลงอย่างต่อเนื่องจากในอดีต

Panasonic: ป้อมปราการสุดท้ายบนฐานการจ้างผลิต

ในปัจจุบัน Panasonic กลายเป็นแบรนด์ญี่ปุ่นรายสุดท้ายที่ยังคงพยายามรักษาอัตลักษณ์ของตนเองไว้ แต่ต้องปรับโครงสร้างแบบถอนรากถอนโคนเพื่อความอยู่รอด:

  • หยุดผลิตเอง: ยุติการผลิตในโรงงานที่ญี่ปุ่นและหันไปใช้วิธีจ้างผลิต (Outsource) ทั้งหมดเพื่อลดต้นทุน
  • ทิ้งซอฟต์แวร์ตัวเอง: ยอมละทิ้งระบบปฏิบัติการเดิมแล้วเปลี่ยนมาใช้ Fire TV ของ Amazon เป็นหัวใจหลักแทน

การเปลี่ยนผ่านจาก "ผู้ผลิต" สู่การเป็น "พันธมิตร" หรือการจ้างผลิต สะท้อนว่าในยุคที่ Ecosystem และราคามีผลต่อการตัดสินใจมากกว่าความประณีตของฮาร์ดแวร์ ยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่นเลือกที่จะรักษา "ชื่อแบรนด์" และ "เทคโนโลยีภาพ" เอาไว้ แม้จะต้องแลกด้วยการสูญเสียอำนาจการผลิตในโรงงานของตนเองไปอย่างถาวร