
TAN รับมือเศรษฐกิจชะลอตัว ดันแฟชั่น ไลฟ์สไตล์เจาะไฮเอนด์
“ธนจิรา รีเทลฯ” เปิดแนวรบรุกตลาดแฟชั่น เฮลท์&บิวตี้ เล็งนำเข้าแบรนด์บิวตี้จากญี่ปุ่นรุกตลาดไทยไตรมาส 2 ปีหน้า พร้อมขยายสาขา ชูกลยุทธ์ CRM เจาะคนรุ่นใหม่
KEY
POINTS
- TAN รับมือภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวที่กระทบกำลังซื้อ โดยมุ่งเน้นการทำตลาดกับกลุ่มลูกค้าระดับบน (ไฮเอนด์) ผ่านกลุ่มธุรกิจแฟชั่นและไลฟ์สไตล์
- กลุ่มธุรกิจแฟชั่นถูกยกให้เป็นดาวรุ่งที่ยังเติบโต โดยมีแผนขยายสาขาแบรนด์ต่างประเทศต่อเนื่อง เช่น Marimekko, Ganni, United Arrows และ MM6 Maison Margiela
- กลุ่มไลฟ์สไตล์ยังคงเป็นธุรกิจหลักที่สร้างรายได้เกือบครึ่งหนึ่งของบริษัท พร้อมเสริมแบรนด์ใหม่ LIVE! Activewear เพื่อเจาะตลาดสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
- บริษัทใช้กลยุทธ์สร้างประสบการณ์ลูกค้าผ่านแอปพลิเคชัน CRM เพื่อรักษาฐานลูกค้า VIP และขยายธุรกิจไปยังกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มเพื่อกระจายความเสี่ยง
นายธนพงษ์ จิราพาณิชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TAN เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันอยู่ในช่วงชะลอตัว ส่งผลให้ผู้บริโภคปรับพฤติกรรมการใช้จ่าย กลุ่มผู้มีรายได้สูงและเจ้าของกิจการเริ่มชะลอการใช้จ่ายเมื่อเงินหมุนเวียนลดลง นักท่องเที่ยวต่างชาติยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
แม้ไทยมีจุดเด่นด้านคุณภาพชีวิต อาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวก แต่เงินบาทแข็งและความกังวลเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ทำให้ยังรอความชัดเจนจากภาครัฐ
ปัจจุบันบริษัท TAN ดำเนินธุรกิจภายใต้ 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ ไลฟ์สไตล์, แฟชั่น, บิวตี้ & เวลเนส และอาหาร & เครื่องดื่ม โดยกลุ่มแฟชั่นถือเป็นดาวรุ่งของบริษัท มีแบรนด์ Marimekko จากฟินแลนด์ ลาย Unikko พึ่งฉลองครบรอบ 10 ปีในไทย มี 14 สาขา และเตรียมเปิดสาขาที่ 15 ที่ดุสิตปาร์คในเดือนต.ค.นี้ กลายเป็นแลนด์มาร์คยอดนิยมสำหรับผู้บริโภคที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ
ส่วนแบรนด์ Ganni จากเดนมาร์ก เป็นแฟชั่นราคากลาง เสื้อยืดเป็นสินค้ายอดนิยมคิดเป็นเกือบ 30% ของรายได้ต่อเดือน ปัจจุบันมี 3 สาขา และมีแผนเปิดสาขาใหม่ที่เอ็มควอเทียร์ต้นปีหน้า
ขณะที่ United Arrows ไลฟ์สไตล์แคชชวลจากญี่ปุ่น เป็นคอนเซ็ปต์สโตร์ขนาดใหญ่ที่เอ็มสเฟียร์ จำหน่ายสินค้ากว่า 5–6 แบรนด์ 65–70% เป็นสินค้าผู้ชาย มีสาขา 1 แห่ง และเตรียมเปิดสาขา 2 ที่เซ็นทรัลชิดลมต้นปีหน้า ส่วน MM6 Maison Margiela แบรนด์แฟชั่นนวัตกรรมจากฝรั่งเศส เจาะกลุ่มลักซูรี่ เปิดที่สยามดิสคัฟเวอรี่ราว 5 เดือน และมีแผนเปิดอีก 1 สาขาที่ไอคอนสยาม
กลุ่มบิวตี้และเวลเนสมีแบรนด์ HARNN เป็นเรือธง เน้นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกาย 19 จุดขายในไทย และขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีนเกือบ 400 จุดขาย พร้อมธุรกิจเวลเนสและสปาในรูปแบบแฟรนไชส์ รวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับห้องพักโรงแรม
กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มเป็นกลุ่มใหม่ล่าสุดของ TAN โดยมี Gordon Ramsay Breadstreet Kitchen & Bar ร้านอาหารแบบ All-day dining สไตล์บริติช เปิดที่ เอ็มสเฟียร์ และ ไอคอนสยาม ส่วนใหญ่ลูกค้าเป็นนักท่องเที่ยวส่วน Concept Pizza ภายใต้ชื่อ Street Pizza เปิดที่ เอ็มสเฟียร์ เป็นคอนเซ็ปต์ “Pizza without rules” หรือ พิซซ่าไร้กฎเกณฑ์ เตรียมเปิดที่สยามพารากอน ช่วงปลายเดือนต.คนี้–ต้นเดือนพ.ย.หน้า
กลุ่มไลฟ์สไตล์ถือเป็นหัวหอกสร้างรายได้เกือบครึ่งบริษัท โดยแบรนด์ Pandora เป็นที่นิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ มี 53 สาขา ดำเนินธุรกิจมา 15 ปี ขณะที่ Cath Kidston สินค้าไลฟ์สไตล์โมเดิร์นวินเทจ มี 30 สาขาในไทย โดยสาขาเซ็นทรัลเวิลด์ย้ายไปชั้น 2 และปรับโฉมใหม่
ล่าสุดบริษัทเพิ่มแบรนด์ LIVE! Activewear เข้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ จากบราซิล เปิดสาขาแรกที่เซ็นทรัลปาร์ค เพื่อตอบรับเทรนด์สุขภาพและ Well-being เหมาะกับอากาศร้อนชื้น วางราคาย่อมเยากว่าแบรนด์ใหญ่ 15–20% บางรายการถูกกว่าถึง 50% กลยุทธ์เริ่มจากสร้างชุมชนผู้ใช้งานจริงผ่าน KOL และกิจกรรมร่วมกับสตูดิโอออกกำลังกาย คาดยอดขาย 100 ล้านบาทใน 3 ปี พร้อมเปิด 5 สาขาใน 3 ปี และ 8 สาขาใน 5 ปี
นายธนพงษ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้บริษัทสามารถบริหารลูกค้ากลุ่ม VIP และผู้นำเข้าสินค้าพรีเมียมได้ต่อเนื่อง แม้ว่าธุรกิจบางส่วนอาจขาดทุน แต่ยังอยู่ในระดับต่ำ ส่วนใหญ่สินค้ากลุ่มแฟชั่นยังเติบโตเป็นบวกและกลายเป็นดาวเด่น กลยุทธ์สำคัญคือสร้างประสบการณ์เฉพาะตัวให้ลูกค้าผ่านแอพพลิเคชั่น CRM ซึ่งมีสมาชิกกว่า 2.5 แสนราย ทำให้ลูกค้าเห็นทุกแบรนด์และใช้สิทธิประโยชน์ร่วมกัน
บริษัทยังติดตามเทรนด์สังคมและโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง มีแผนนำเข้าแบรนด์บิวตี้จากญี่ปุ่นในไตรมาส 2 ปีหน้า โดยเน้น Value for Money รองรับตลาดระดับกลาง ขยายฐานลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ พร้อมร่วมมือพันธมิตรเพื่อขยายสาขาในศูนย์การค้าเป็นหลัก ขณะเดียวกันก็เน้นขยายตลาดต่างประเทศเพื่อกระจายความเสี่ยง แม้ต้องเผชิญความท้าทายจากพื้นฐานเศรษฐกิจและสังคมที่แตกต่างในแต่ละประเทศ
หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,138 วันที่ 9 - 11 ตุลาคม พ.ศ. 2568






