
คลังพร้อมจัดซอฟต์โลนอีก 5 หมื่นล้าน ช่วยน้ำท่วมภาคใต้
คลังพร้อมเพิ่มวงเงินซอฟต์โลนอีก 5 หมื่นล้าน ช่วยน้ำท่วมภาคใต้ โชว์จัดเงินแก้หนี้-สินเชื่อช่วยน้ำท่วมปี 67 เกือบ 1 แสนล้าน ถึงมือชาวบ้าน 7.4 แสน
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังพร้อมเข้าไปดูแล และฟื้นฟูประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งขณะนั้นภาคเหนือได้รับผลกระทบในวงกว้าง โดยมีมาตรการเสริมสภาพคล่อง สำหรับผู้ประสบอุทกภัย ครอบคลุมทั้งผู้ประกอบการ SMEs ผู้ประกอบการรายย่อย และผู้ประกอบอาชีพอิสระ จัดสรรวงเงินจำนวน 50,000 ล้านบาท จากโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) GSB Boost Up ของธนาคารออมสิน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ภาคใต้ได้ก็กำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งหากมีความต้องการใช้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสูงกว่ากรอบวงเงินที่อนุมัติไว้ กระทรวงการคลังก็พร้อมที่จะเพิ่มวงเงินอีก 50,000 ล้านบาท เพื่อดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง
นอกจากนี้ สถาบันการเงินของรัฐ ยังมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการดำเนินมาตรการของกระทรวงการคลังร่วมกับสถาบันการเงินของรัฐทั้ง 8 แห่ง ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างเร่งด่วนในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีประชาชนได้รับความช่วยเหลือเป็นจำนวนมากกว่า 740,000 ราย รวมยอดหนี้มากกว่า 94,000 ล้านบาท
สำหรับสถาบันการเงินต่าง ๆ ได้ออกมาตรการมาช่วยเหลือลูกหนี้ในลักษณะที่แตกต่างกันออกไปตามกลุ่มเป้าหมายของแต่ละสถาบันการเงิน ทั้งในส่วนของลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ ซึ่งมีทั้งมาตรการพักชำระหนี้และลดดอกเบี้ย รวมไปถึงมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ตัวอย่างเช่น
- ธนาคารออมสิน พักชำระหนี้เงินต้น และลดดอกเบี้ยอัตโนมัติให้แก่ลูกค้าสินเชื่อรายย่อยและ SMEs
- ธ.ก.ส. ขยายระยะเวลาชำระหนี้ของลูกหนี้เกษตรกร รวมถึงมีระยะเวลาปลอดชำระเงินต้นและยกเว้นดอกเบี้ยปรับ
- ธอส. ลดเงินงวดและลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้แก่ลูกค้าสินเชื่อบ้าน
- ธสน. ขยายระยะเวลากู้ สำหรับผู้ส่งออกหรือผู้นำเข้าทั้งที่มีวงเงินกู้ระยะสั้นและระยะยาว
- ธพว. พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs รวมถึงให้วงเงินกู้ฉุกเฉินเพื่อฟื้นฟูกิจการ ในส่วนของ
- บสย. ซึ่งค้ำประกันหนี้ให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ได้ออกมาตรการช่วยเหลือทั้งที่เป็นลูกค้าของ บสย. และลูกหนี้ ของ บสย.
- ธอท. ได้ออกมาตรการพักชำระหนี้เงินต้นและการยกเว้นค่าชดเชยผิดนัดชำระ
- ธนาคารกรุงไทย ได้ออกมาตรการทางการเงิน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยครอบคลุมการลดภาระทางการเงิน ทั้งปรับลดค่างวดการผ่อนชำระ การปรับลดอัตราดอกเบี้ย และการให้วงเงินฉุกเฉินเสริมสภาพคล่องในการดำรงชีพ รวมถึงการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย






