thansettakij
thansettakij
ออสเตรเลียเผชิญวิกฤตโรคเบาหวาน รัฐบาลเล็งเก็บภาษีน้ำตาลในเครื่องดื่ม

ออสเตรเลียเผชิญวิกฤตโรคเบาหวาน รัฐบาลเล็งเก็บภาษีน้ำตาลในเครื่องดื่ม

14 ก.ค. 67 | 01:14 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ก.ค. 67 | 01:29 น.

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ รายงานว่า ประเทศออสเตรเลียเล็งเก็บภาษีน้ำตาลในเครื่องดื่ม หลังปี 65 พบประชากรเป็นโรคเบาหวานเพิ่มมากขึ้น 1.3 ล้านคน ปัจจุบันมีการบริโภคน้ำตาลเฉลี่ย 58-60 กรัมต่อวัน ซึ่งผสมอยู่ในสินค้าเครื่องดื่มมากที่สุด

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครซิดนีย์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ รายงานว่า ออสเตรเลียมีผู้ป่วยโรคเบาหวานเป็นจำนวนมาก รัฐบาลจึงพยายามแก้ไขปัญหาที่เกิดมายาวนาน แต่จำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานในออสเตรเลียยังเพิ่มขึ้นในแต่ละปี จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลีย ระบุว่า ปี 2565 มีผู้ป่วยโรคเบาหวานจำนวน 1.3 ล้านคน คิดเป็น 5.3% ของประชากรทั้งหมด

แม้ที่ผ่านมาปี 2563 รัฐบาลออสเตรเลียได้ริเริ่มโครงการ Partnership reformulation program เพื่อจูงใจให้ผู้ผลิตสินค้าอาหารปรับสูตรอาหารและเครื่องดื่มโดยลดปริมาณน้ำตาล โซเดียมและไขมันอิ่มตัวในสินค้า

อีกทั้ง Australian Beverages Council ได้เชิญชวนผู้ผลิตสินค้าเครื่องดื่มให้เข้าร่วมโครงการพร้อมตั้งเป้าลดปริมาณน้ำตาลในสินค้าเครื่องดื่มให้ได้ร้อยละ 20 ภายในปี 2568 แต่มีเพียงผู้ผลิต 4 รายที่เข้าร่วม

ปัจจุบันปริมาณน้ำตาลที่ตรวจพบในสินค้าเครื่องดื่มน้ำอัดลม มีน้ำตาลผสม 6.9 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร เพิ่มขึ้นจาก 4.9 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตรในปี 2564 และปัจจุบันชาวออสเตรเลียบริโภคน้ำตาลเฉลี่ย 58-60 กรัมต่อวัน

ซึ่งเป็นปริมาณน้ำตาลที่ผสมในสินค้าเครื่องดื่มมากที่สุด สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลจำเป็นต้องเรียกเก็บภาษีน้ำตาลในสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อควบคุมปริมาณน้ำตาลในสินค้าเครื่องดื่มที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น

หากรัฐบาลเรียกเก็บภาษีน้ำตาลในเครื่องดื่มร้อยละ 20 จะสามารถลดจำนวนผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคเบาหวาน Type 2 และโรคหัวใจล้มเหลวได้กว่า 2 หมื่นราย อีกทั้งประเทศต่าง ๆ มากกว่า 100 ประเทศทั่วโลกได้มีการเรียกเก็บภาษีน้ำตาลในเครื่องดื่มแล้ว  

ดังนั้น สถาบัน องค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่สนับสนุนให้รัฐบาลกลางให้ความสำคัญต่อสุขอนามัยที่ดีขึ้นของประชาชนเป็นหลัก (โดยเฉพาะเด็ก) โดยกำหนดกฎระเบียบควบคุมการโฆษณาสินค้า ปรับปรุงระเบียบการปิดฉลากสินค้า และข้อมูลด้านโภชนาการอย่างเคร่งครัด ซึ่งนอกจากจะช่วยลดปัญหาโรคอ้วนที่ก่อให้เกิดโรคเบาหวานแล้ว เงินรายได้จากการเก็บภาษี ประมาณ 1,400 ล้านเหรียญออสเตรเลีย ยังสามารถนำไปเป็นเงินกองทุนในโครงการฟื้นฟูสุขภาพกายที่สำคัญต่างๆ ต่อไป

ล่าสุด มาตรการเรียกเก็บภาษี Sugar tax ถูกเสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ผ่านมติเห็นชอบจากรัฐสภา เนื่องจากความกังวลต่อราคาสินค้าที่อาจปรับเพิ่มขึ้นกระทบต่อครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำที่กำลังเผชิญกับความกดดันด้านค่าครองชีพในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามใแม้มาตราการเรียกเก็บภาษีของออสเตรเลียยังไม่ผ่านมติเห็บชอบรัฐสภาแต่ผู้ประกอบการไทยที่มีการส่งออกสินค้าควรเตรียมรับมือและเร่งปรับปรุงผลิตภัณฑ์