
ประมวลสงครามการค้า "สหรัฐฯ-จีน" จากจุดเริ่มต้นสู่ความขัดแย้งรอบใหม่
ประมวลเหตุการณ์สำคัญในแต่ละช่วงเวลาของสงครามการค้าของมหาอำนาจ "สหรัฐฯ-จีน" ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนมาถึงความขัดแย้งรอบใหม่ในปี 2024
สงครามการค้าระหว่าง สหรัฐฯและจีน กำลังร้อนระอุอีกครั้ง หลังจากที่มีการผ่อนคลายความตึงเครียดไปช่วงหนึ่ง ล่าสุดทั้งสองประเทศมหาอำนาจได้ประกาศใช้มาตรการทางการค้าเพิ่มเติมที่อาจนำไปสู่การตอบโต้ซึ่งกันและกัน บรรยากาศความขัดแย้งทางการค้าระหว่างวอชิงตันและปักกิ่งดูจะไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายลงในเร็ววัน ทั้งสองฝ่ายต่างยืนกรานในจุดยืนของตนเอง สร้างความกังวลต่อเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจโลก
สงครามการค้ารอบใหม่ มีรากฐานมาจากความพยายามของสหรัฐฯในการรักษาอำนาจเหนือจีนที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว รวมถึงประเด็นข้อพิพาทต่างๆ ที่สั่งสมมานานในด้านการค้า เทคโนโลยี สิทธิทรัพย์สินทางปัญญา และความมั่นคงทางการทหาร ส่งผลกระทบไปทั่วโลก เนื่องจากทั้งสองชาติมีบทบาทสำคัญในเวทีเศรษฐกิจโลก การใช้มาตรการกีดกันทางการค้าต่างๆ อาจส่งผลกระเทือนต่อห่วงโซ่อุปทานและการลงทุน กระทบกระเทือนไปถึงธุรกิจ ผู้บริโภค และประเทศคู่ค้าอื่นๆ รอบด้าน ประเด็นสงครามการค้าจึงได้รับความสนใจจากนักวิเคราะห์และสื่อมวลชนทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง
เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐ ยืนยันว่า การที่รัฐบาลสหรัฐประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้ารอบใหม่จากจีนนั้น จะช่วยปกป้องธุรกิจและแรงงานของสหรัฐ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าในสหรัฐ ขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งจีนผลิตได้ในราคาถูกกว่า เมื่อบริษัทของสหรัฐสามารถพัฒนาการผลิตรถยนต์เหล่านี้ได้ ราคาก็จะปรับตัวลงเอง
มีรายงานว่า จีนมีแผนจะตอบโต้การกระทำของสหรัฐด้วยมาตรการที่เด็ดขาด แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการตอบโต้
จุดเริ่มต้นที่ชัดเจนของความขัดแย้งครั้งใหญ่เริ่มขึ้นในปี 2018 เป็นปีเศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอนมากที่สุด ทำให้นิยามคำว่า Trade war หรือ สงครามการค้า สะท้อนผ่านความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนในรอบปีดังกล่าวได้ดีที่สุด เนื่องจากสองประเทศเปิดศึกการค้าต่อกันอย่างดุเดือด ความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีระหว่างจีนและสหรัฐฯ ก้าวถอยหลังลง
ประมวลสงครามการค้า สหรัฐฯ-จีน ปี 2561 - ปัจจุบัน
ปี 2561 เริ่มแรกของสงครามการค้า
- สหรัฐฯประกาศเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมจากจีน
- จีนตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ มูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์
- สหรัฐฯประกาศเก็บภาษีสินค้าจีนกว่า 800 รายการ มูลค่า 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์
ปี 2562 สงครามการค้าทวีความรุนแรง
- สหรัฐฯขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนอีก 2 เเสนล้านดอลลาร์ จากเดิม 10% เป็น 25%
- จีนประกาศเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯเพิ่มเติมอีก 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์
- สหรัฐฯเพิ่มภาษีสินค้าจีนรอบใหม่อีก 1.56 เเสนล้านดอลลาร์
ปี 2563 ผ่อนคลายชั่วคราว
- สหรัฐฯและจีนลงนามความตกลงการค้าระยะที่ 1 หลังเจรจานาน 2 ปี
- จีนตกลงเพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตรและบริการจากสหรัฐฯมากขึ้น
- สหรัฐฯ ลดภาษีนำเข้าบางรายการของจีน
ปี 2565 Trade War เป็น Tech War
- สหรัฐฯ พยายามจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีผลิตชิพของจีน
- สหรัฐฯเพิ่มคว่ำบาตรบริษัทเทคโนโลยีจีนมากขึ้น
- จีนตอบโต้ด้วยการออกกฎระเบียบใหม่ควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีและวัสดุบางประเภท
ปี 2566 สั่นคลอนยุทธศาสตร์ Made in China 2025
- สหรัฐฯ ออกมาตรการใหม่ ห้ามไม่ให้บริษัทเอ็นวิเดีย (Nvidia) ขายชิป AI ซึ่งเป็นชิปที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในจีน
ปี 2567 สงครามการค้ารอบใหม่
สหรัฐใช้มาตรการทางภาษีรับมือกับสินค้าราคาถูกจากจีนที่ทะลักเข้ามาในประเทศ
- รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ขึ้นภาษีจากเดิม 27.5% เป็น 102.5%
- แผงโซลาร์ -ขึ้นภาษีจากเดิม 25% เป็น 50%
- เหล็กและอะลูมิเนียม (บางประเภท) ขึ้นภาษีจากเดิม 0% หรือ 7.5% เป็น 25%
- แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน (EV) ขึ้นภาษีจากเดิม 7.5% เป็น 25%
- แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน (non-EV) ขึ้นภาษีจากเดิม 7.5% เป็น 25% (เริ่ม 2569)
- เซมิคอนดักเตอร์ ขึ้นภาษีจากเดิม 25% เป็น 50% (เริ่ม 2568)
- กระบอกฉีดยาและเข็มฉีดยา ขึ้นภาษีเป็น 50%
- อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ขึ้นภาษีจากเดิม 0% หรือ 7.5% เป็น 25%
- ถุงมือยาง - ขึ้นภาษีจากเดิม 7.5% เป็น 25% (เริ่ม 2569)
ที่มา
- A review of China-U.S. trade war in 2018
- reuters
- China vows to take ‘all necessary actions’ in response to Biden’s tariffs
- scbeic
- U.S. curbs export of more AI chips, including Nvidia H800, to China
- Why the US-China Trade War May Cause A Bear Market
- Here's exactly how Trump's trade war with China could affect you






