
สรุปมติครม. เคาะ 5.6 หมื่นล้าน จ่ายเงินชาวนาไร่ละ 1,000 บาท
สรุปมติครม. วันนี้ เห็นชอบ จ่ายเงินชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ภายใต้ มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2566/67 ใช้งบประมาณ จ่ายขาด 56,321.07 ล้านบาท เช็ครายละเอียดที่นี่
วันนี้ (14 พฤศจิกายน 2566) น.ส.เกณิกา อุ่นจิตร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ มีมติเห็นชอบในหลักการมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2566/67 คือ โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2566/67 วงเงินงบประมาณจ่ายขาด 56,321.07 ล้านบาท หรือ จ่ายเงินชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอ
สำหรับกรอบวงเงินที่รัฐต้องชดเชยค่าใช้จ่ายหรือสูญเสียรายได้ของหน่วยงานของรัฐตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ให้เป็นไปตามความเห็นของกระทรวงการคลัง โดยคำนึงถึงขอบเขตที่รัฐสามารถรับภาระได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต เนื่องจากข้อจำกัดของกรอบวงเงินตามมาตรา 28 ดังกล่าว
โดยค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นและเป็นภาระต่องบประมาณนั้น ให้ ธ.ก.ส. จัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามผลการดำเนินงานจริงตามความจำเป็นและเหมาะสมตามขั้นตอนต่อไป ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ
สำหรับรายละเอียดการจ่ายเงินชาวนาไร่ละ 1,000 บาท มีดังนี้
- กลุ่มเป้าหมายเป็นเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2566/67 ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร ประมาณ 4.68 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ
- ส่งรายชื่อเกษตรกรให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อดำเนินการจ่ายเงินให้เกษตรกร
- การจ่ายเงินกำหนดจ่ายในอัตราไร่ละ 1,000 บาท
- ไม่เกินครัวเรือนละ 20 ไร่ หรือครัวเรือนละไม่เกิน 20,000 บาท
สำหรับวงเงินงบประมาณ 56,321.07 ล้านบาท จำแนกเป็น
- งบประมาณจ่ายขาดให้เกษตรกร แหล่งเงินทุน ธ.ก.ส. วงเงิน 54,336.14 ล้านบาท
- ค่าใช้จ่ายดำเนินการ ธ.ก.ส. วงเงิน 1,984.93 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า จ่ายเงินชาวนาไร่ละ 1,000 บาท รัฐบาลเร่งรัดให้ธนาคารเพื่อการเกษตรจ่ายเงินเกษตรกรเร็วสุดภายในวันจันทร์ที่ 20 พ.ย. 2566 หรืออย่างช้าสุดภายใน 1 เดือนหลัง ครม. มีมติอนุมัติ
ส่วนกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่า จะมีการแบ่งจ่ายเป็น 2 งวดนั้น รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ครม.ไม่ได้มีการหารือถึงกรณีดังกล่าว






