รัฐบาล อุ้มแรงงานไทยจากอิสราเอล จับมือ "ออสเตรเลีย" ดึงทำเกษตร

29 ต.ค. 2566 | 22:29 น.

กระทรวงแรงงาน เตรียมหาช่องทางช่วยแรงงานไทยตกงานจากอิสราเอล เล็งทำ MOU กับเมืองดาร์วิน ออสเตรเลีย กลางเดือนพ.ย.นี้ ดึงคนไทยทำงานเกษตร “พิพัฒน์” ยอมรับ มีรายได้ดีกว่าทำงานอิสราเอล

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่า ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2566 นี้ กระทรวงแรงงาน เตรียมนำคณะ เดินทางไปยังเมืองดาร์วิน ออสเตรเลีย เพื่อจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างประเทศไทยและเมืองดาร์วิน เกี่ยวกับการสนับสนุนแรงงานไทยที่กลับจากอิสราเอล ได้เดินทางไปทำงานด้านการเกษตรที่ออสเตรเลีย

“กระทรวงแรงงาน ได้รับการประสานมาจากทางเมืองดาร์วิน ซึ่งมีความต้องการแรงงานไทยไปทำงานเกี่ยวกับการเกษตร เช่น การทำงานในสวนผลไม้ และการทำงานในฟาร์ม เบื้องต้น มีความต้องการก่อน 15 คน ในระยะสั้น ๆ และในอนาคตจะพิจารณาเพิ่มจำนวนขึ้นอีก ซึ่งการเดินทางไปครั้งนี้รัฐบาลไทยจะมี MOU ร่วมกันด้วย ซึ่งจะเป้นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญของการขยายตลาดแรงงานของไทยไปในออสเตรเลียเพิ่มเติม” นายพิพัฒน์ ระบุ

 

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ยอมรับถึงการเริ่มต้นความร่วมมือครั้งนี้กับทางเมืองดาร์วินกับฐานเศฐกิจด้วยว่า การส่งเสริมแรงงานไปทำงานที่ดาร์วินนั้น กระทรวงแรงงาน จะเปิดโอกาสให้กับแรงงานไทยที่เดินทางกลับมาจากอิสราเอลก่อนเป็นลำดับแรก เพื่อช่วยเหลือแรงงานกลี่มนี้ไม่ให้ตกงาน โดยค่าตอบแทนของการไปทำงานครั้งนี้แม้ว่าจะเป็นระยะสั้น แต่จะมีรายได้สูงกว่าไปทำงานที่อิสราเอลแน่นอน และเป็นประเทศที่ปลอดภัยด้วย

ส่วนการส่งเสริมแรงงานไทยจากอิสราเอลไปทำงานในประเทศอื่น ๆ นั้น ล่าสุด กระทรวงแรงงาน ได้ประสานกับทางรัฐบาลเกาหลีใต้แล้ว เพื่อส่งแรงงานไทยไปทำงานด้านการเกษตรเช่นกัน ซึ่งที่ผ่านมาไทย-เกาหลีใต้ มีความร่วมมือระหว่างกันอยู่แล้ว จึงทำให้การส่งเสริมให้แรงงานไปทำงานนั้นสามารถดำเนินการได้ทันที และในอนาคตอาจจะขยายความร่วมมือไปยังเมืออื่น ๆ ให้มากขึ้นด้วย

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ในการช่วยเหลือแรงงานไทยที่กลับจากอิสราเอลล่าสุด กระทรวงแรงงาน เตรียมเสนอนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาจัดสรรงบกลาง มาช่วยเหลือแรงงานไทยที่ได้รับความเดือดร้อนและอาจมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ หลังจากเดินทางกลับจากประเทศอิสราเอลแล้วมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ 

 

รัฐบาล อุ้มแรงงานไทยจากอิสราเอล จับมือ \"ออสเตรเลีย\" ดึงทำเกษตร

ขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงาน ยังได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดช่วยกันแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการช่วยเหลือด้านต่าง ๆ ของรัฐบาล เช่นเดียวกับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่แรงงานไทยจะได้รับทั้งหมด เพื่อเป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้น รวมทั้งการดึงสถาบันการเงินของรัฐเข้ามาให้ความช่วยเหลือด้านการเงิน หรืออาจมีแนวทางช่วยเหลือเพิ่มเติม เช่น การพักหนี้ เป็นต้น

ส่วนการยื่นคำร้องขอรับสิทธิประโยชน์กองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ของกองบริหารแรงงานไทยในต่างประเทศ กรมการจัดหางาน ณ วันที่ 29 ตุลาคม 2566 พบว่า มีผู้ยื่นคำรองทั้งหมด 2,700 ราย โดยมีการพิจารณาสั่งจ่ายแล้ว 865 ราย รวมเป็นเงิน 13.09 ล้านบาท แบ่งเป็น

  • กรณีเสียชีวิต 40,000 บาท จำนวน 4 ราย
  • กรณีบาดเจ็บ 30,000 บาท จำนวน 1 ราย
  • กรณีสงคราม 15,000 บาท จำนวน 860 ราย

 

รายงานการยื่นคำร้องขอรับสิทธิประโยชน์กองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ

 

นอกจากนี้ในส่วนของรายงานสถานการณ์แรงงานไทยในอิสราเอล ล่าสุดจากข้อมูลอ้างอิงของฝ่ายแรงงาน ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ สำนักประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน และกรมการจัดหางาน ณ วันที่ 29 ตุลาคม 2566 พบข้อมูลดังนี้

  • จำนวนแรงงานไทยทั้งหมด 29,900 ราย
  • ขอเดินทางกลับ 8,478 ราย
  • กลับไทยแล้ว 6,765 ราย
  • ไม่ขอกลับ 123 ราย
  • ถูกจับตัว 18 ราย
  • บาดเจ็บ 19 ราย
  • เสียชีวิต 33 ราย
  • ส่งร่างกลับไทย 15 ราย

 

รายงานสถานการณ์แรงงานไทยในอิสราเอล ล่าสุด