หอการค้าไทยถกเอกชนอีสานชงรัฐกระตุ้นททท.-ค้าชายแดนดึงเม็ดเงินต่างชาติ

15 ก.ย. 2566 | 17:02 น.

หอการค้าไทยถกเอกชนอีสานชงรัฐบาลใหม่กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ชี้รัฐควรเร่งเสริมท่องเที่ยวดึงเม็ดเงินต่างชาติกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมหวังมาตรการอัดฉีดเม็ดเงินทำได้เร็ว เพื่อหนุนเศรษฐกิจชุมชนให้คึกคักยิ่งขึ้น

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังจัดประชุมรับฟังข้อเสนอทางเศรษฐกิจของหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยที่ประชุมได้หยิบยกประเด็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่จะช่วยดึงเม็ดเงินเข้าสู่ระบบได้อย่างรวดเร็วในระยะสั้น ซึ่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือสามารถเชื่อมโยงการท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศอินโดจีนทั้ง สปป.ลาว กัมพูชา และประเทศเวียดนาม

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

พร้อมทั้งมีข้อเสนอให้เร่งรัดแผนงานสำคัญ อาทิ การผลักดันและติดตามการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง จ.เลย

 

การผลักดันจังหวัดสกลนครเป็นเมืองหัตถกรรมโลกแห่งสีครามธรรมชาติในปี 2023 การพัฒนาพื้นที่บริเวณวิมานพญาแถนและพื้นที่โดยรอบ จ.ยโสธร ตลอดจนได้พูดคุยถึงข้อเสนอของแต่ละจังหวัดที่อยากให้มีการจัดตั้งสำนักงาน ททท. ในทุกจังหวัด

หอการค้าไทยถกเอกชนอีสานชงรัฐกระตุ้นททท.-ค้าชายแดนดึงเม็ดเงินต่างชาติ

ซึ่งส่วนนี้หอการค้าทั่วประเทศสามารถเข้าไปสนับสนุนบุคลากรและทำงานอย่างใกล้ชิดกับ ททท. เพื่อสนับสนุนภารกิจส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เกิดการกระจายรายได้ทั่วประเทศ

ส่วนด้านการค้า การลงทุนและการค้าชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือถือเป็นประตูเชื่อมโยงประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion: GMS) โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าไทยไปยังจีนที่สามารถยกระดับโครงสร้างพื้นฐานให้อำนวยความสะดวกและเพิ่มตัวเลขเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล เพื่อเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจชายแดน การเร่งรัดโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย ลาว จีน ซึ่งจะเป็นจุดพลิกผลันและดันภาคการค้า การท่องเที่ยว ในพื้นที่ภาคอีสานให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด

หอการค้าไทยถกเอกชนอีสานชงรัฐกระตุ้นททท.-ค้าชายแดนดึงเม็ดเงินต่างชาติ

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พูดคุยถึงประเด็นปัญหาและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ โดยเฉพาะปีนี้จะมีแนวโน้มเข้าสู่สภาวะเอลนีโญและน่าจะยาวถึงปี 2567 จากปริมาณน้ำฝนมีค่าน้อยกว่าปกติ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร และปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนทั่วประเทศ ซึ่งภาคเอกชนเห็นว่ารัฐบาลควรเร่งจัดทำแผนระยะสั้นในการบริหารจัดการพื้นที่กักเก็บน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการในการอุปโภคบริโภคของประชาชน ภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตร ที่ถือเป็นรายได้หลักของคนส่วนใหญ่ในพื้นที่ภาคอีสาน

หอการค้าไทยถกเอกชนอีสานชงรัฐกระตุ้นททท.-ค้าชายแดนดึงเม็ดเงินต่างชาติ

 โดยได้มีการเสนอให้จัดทำโครงการเติมน้ำใต้ดินเสริมบริเวณเขื่อน อ่างเก็บน้ำ ฝาย แก้มลิง พื้นที่หน่วงน้ำ และลำน้ำสาขา จำนวน 3 รูปแบบ ทั้งการเติมน้ำใต้ดินระดับตื้น แบบบ่อวงคอนกรีต- แบบคลองเติมน้ำ และการเติมน้ำใต้ดินระดับลึก เพื่อให้การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งสามารถดำเนินการได้เป็นรูปธรรม ซึ่งข้อเสนอต่าง ๆ ที่ได้มีการหารือในครั้งนี้ หอการค้าไทยจะจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วน และนำเสนอผ่านกลไก กรอ. ไปยังหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาต่อไป