คำต่อคำ"เจ้าสัวคีรี" โดนฟ้อง "กลั่นแกล้งประเทศชาติแย่ โปรดอย่าทำ"

14 มีนาคม 2566

คำต่อคำ"เจ้าสัวคีรี" เปิดใจกรณี โดน ป.ป.ช.ฟ้อง สัญญาเดินรถสายสีเขียว ย้ำ"กลั่นแกล้งประเทศชาติแย่ โปรดอย่าทำ"

จากกรณี คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  มีมติให้แจ้งข้อกล่าวหาต่อ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ขณะดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กับพวกรวม 13 คน รวมถึง บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) นำสู่การตั้งโต๊ะแถลงข่าวของ ผู้บริหารบีทีเอส นำโดย นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ และนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่  และพ.ต.อ. สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย ที่ปรึกษาประธานกรรมการ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 

ภายหลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้น นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้เปิดใจกับฐานเศรษฐกิจ เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ว่า เรื่องที่ปปช.มากล่าวหาว่าเราฮั้วนั้น ข้อที่1 เรายังไม่ทราบเลยว่า คุณหาว่าฮั้วอะไร ฮั้วช่วงไหน ฮั้วกับใคร เวลาไหน ถ้าจะกล่าวหาต้องเปิดโอกาสให้เราไปตอบ ตอนนี้ยังไม่รู้จะตอบอะไร ยังไม่รู้โทษฐานอะไร ที่บอกว่าฮั้ว ก็ต้องรอจนได้รายละเอียดก่อนว่ากำลังกล่าวหาอะไร ต้องขอย้ำว่า ถ้ายังไม่รู้ ก็ตอบไม่ได้จริงๆ

นายคีรี กาญจนพาสน์

เรื่องต่อไปก็คือ ท่านประธาน ปปช. ท่านวัชรพล ทราบไหม ว่าเอกสารหลุดออกมาสู่ออนไลน์ต่างๆ ซึ่งไม่ได้มีข้อมูลที่ถูกต้องทั้งหมด เป็นบรรยากาศที่ทำให้นักลงทุนตกใจ ส่งผลให้ราคาหุ้นของ BTSC ตกติดฟลอร์ในช่วงเช้า แต่ก็ดีกลับขึ้นมาได้ เพราะคนเข้าใจ 

“ผมว่า อย่าทำอย่างนี้เลย แกล้งคนอย่างผม ผมยังเชื่อว่าผมไม่เคยทำอะไรไม่ถูกต้อง ดูจากการที่เราประมูลได้โครงการต่างๆ ที่ทำมา ดูราคาที่เราประมูล” นายคีรี ยืนยันถึงความบริสุทธิ์ พร้อมกล่าวต่อไปว่า ต่อสู้ที่ร่วมประมูลนั้นอาจทำไม่เป็น ไม่ก็คิดตัวเลขไม่ได้ หรือไม่ก็อยากได้ต้นทุนที่ต่ำๆ เพื่อได้รับงบสนับสนุนจากเงินประเทศชาติมากๆ  แต่ผมไม่ใช่ 

นายคีรีย้ำว่า ทุกโครงการที่ได้มา เรายึดความถูกต้อง แต่เพราะว่าเรารู้วิธีทำ รู้วิธีบริหาร ที่ทำให้ต้นทุนการบริหารถูกลง สำคัญที่สุดคือ คุณต้องมีใจจริงๆ กับสิ่งที่คุณลงทุน เชื่อว่าหากไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณกำลังลงทุนนั้น ย่อมมีความเสี่ยง แต่ถ้าเข้าใจแล้วมองถึงโอกาสในอนาคต ก็ลงทุนได้ด้วยความเข้าใจ อีกอย่างที่สำคัญที่สุดคือ ถ้าอยากจะลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ต้องเตรียมใจไว้ว่า ไม่สามารถมีกำไรได้มาก โดยเฉพาะในช่วงแรกที่ต้องเผื่อว่า หากตัวเลขผู้โดยสารยังน้อยยังไม่พอ ต้องมีสำรอง ไม่อย่างนั้นจะลำบาก 

นี่คือสิ่งที่ BTS เข้าใจ โดยเฉพาะการเดินรถไฟฟ้า เนื่องจากเป็นคนแรกที่เดินรถไฟฟ้า จนนาทีนี้ก็ยังเป็นโครงการรถไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุด มีผู้ใช้มากที่สุด มีรายได้มากที่สุด และที่สำคัญยังมีพนักงาน และผู้บริหาร ที่เป็นผู้รู้ ผู้เข้าใจในเรื่องของการเดินรถ อยู่กับ BTS ทั้งหมด ฉะนั้นต้นทุนจึงต่ำกว่า และรายอื่นจึงสู้เรายาก ถ้าสู้กันตรงๆ 

BTS

หากไม่ได้รับการชำระหนี้ กว่า 50,000 ล้านบาท มีแผนจะหยุดเดินรถหรือไม่

“หากคิดว่าไม่ได้จ่ายแล้วหยุดเนี่ย ผมหยุดไปนานแล้ว มีนักการเมือง คนในรัฐบาลบางคน แนะนำว่า ต้องหยุดเดินรถให้เกิดความเดือดร้อน ไม่เดือดร้อนแล้วใครจะจ่าย ต้องให้เกิดความอลม่าน รัฐบาลจะได้เข้ามาดูแล ถ้ายังเดินรถอยู่อย่างนี้ใครจะมาจ่าย ผมคิดว่านักการเมืองท่านนี้คงแนะนำด้วยความหวังดี แต่ประสงค์อะไรไม่ทราบ” นายคีรี กล่าว

อย่างไรก็ตาม ผมเดินรถมาถึงทุกวันนี้ จากหนี้สิน 20,000 กว่าล้าน เป็น 50,000 กว่าล้านแล้ว แต่เชื่อว่า เรามีความแข็งแรง เพราะประชาชน และผู้ลงทุนยังคงเชื่อมั่นในบริษัท และเชื่อมั่นในตัวผม แม้อาจจะต้องออกตราสารหนี้ เพื่อนำไปให้บริการกับประชาชนชาวกรุงเทพ ก็ได้เงินมาจำนวนหลายๆเท่า เพราะความเชื่อมั่น 

เพราะได้รับความเชื่อมั่นนี้ จะเป็นพลังให้ต่อสู้ต่อไปเพื่อประชาชน และผู้โดยสาร ขอเพียงแค่ ผู้โดยสารโปรดเข้าใจคนที่ชื่อ “คีรี” ว่ามีใจให้ท่านจริงๆ แต่หากวันนึงต้องหยุดเพราะสาเหตุจากรัฐบาล โทษผมไม่ได้ หรืออาจพนักงานรู้สึกทนไม่ไหวกับการทำเช่นนี้ของรัฐบาล ผมไม่ต้องการให้พนักงานหยุด แต่ถ้าตัวพนักงานจะไม่ทำ ผมก็ไม่สามารถทำอะไรได้ 

“อย่าให้มันเกิดขึ้นเลยครับ ไม่มีใครได้ประโยชน์หรอกครับ นอกจากคนกลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่ง ที่หวังผลประโยชน์โกงประเทศ กลั่นแกล้งเพื่อให้ประเทศชาติมันแย่ โปรดกรุณาอย่าทำ เชื่อผม” นายคีรี กล่าวทิ้งท้าย

 

@thansettakij

ความในใจ เจ้าสัวคีรี BTS หลังปปช. แจ้งข้อกล่าวหา สัญญาสายสีเขียว

♬ เสียงต้นฉบับ - ฐานเศรษฐกิจ