
"เราเที่ยวด้วยกันเฟส 5-เลือกตั้ง" ดันจีดีพีอุตสาหกรรมโต 1.5–2.5%
"เราเที่ยวด้วยกันเฟส 5-เลือกตั้ง" ดันจีดีพีอุตสาหกรรมโต 1.5–2.5% ปี 66 พร้อมเผยปัจจัยเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวังและติดตามปีนี้ ทั้งทิศทางเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ได้ประมาณการดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ปี 2566 คาดว่าขยายตัว 1.5–2.5% และผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี (GDP) ภาคอุตสาหกรรม ปี 2566 ขยายตัว 1.5–2.5%
ทั้งนี้ ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั้งภายในและต่างประเทศประกอบกับประเทศจีนกลับมาเปิดประเทศอีกครั้ง แนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศมีทิศทางที่ดีขึ้น การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวโดยเฉพาะในภาคบริการ
และมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ เช่น ช้อปดีมีคืน เราเที่ยวด้วยกัน ฯลฯ รวมถึงในปีนี้จะมีการเลือกตั้งที่จะเป็นปัจจัยกระตุ้นเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวังและติดตามในปีนี้ ได้แก่ ทิศทางเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทิศทางราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง อัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น และภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง
สำหรับดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนมกราคมปี 2566 ขยายตัว 6.61% เมื่อเทียบจากเดือนก่อน โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ 62.31% มาจากการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศและการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวดีขึ้น สะท้อนจากตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่กลับเข้ามาท่องเที่ยวในไทยเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมที่เน้นตลาดในประเทศ รวมถึงที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวหลายอุตสาหกรรมยังขยายตัวได้ดี อาทิ การกลั่นน้ำมัน รถยนต์ จักรยานยนต์ รองเท้า กระเป๋า และเครื่องดื่ม ถึงแม้อุปสงค์ในตลาดโลกมีแนวโน้มชะลอตัวจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศสำคัญของโลกทั้งยุโรปและสหรัฐอเมริกา และฐานในปีก่อนอยู่ในระดับสูง
คาดการณ์ดัชนี MPI เดือนกุมภาพันธ์ 2566 มีปัจจัยบวกจากเศรษฐกิจในประเทศที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง หลังได้รับแรงส่งของภาคการท่องเที่ยวจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศมีแนวโน้มสูงขึ้นตามลำดับ รวมถึงมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายช้อปดีมีคืน หนุนการบริโภคในประเทศ ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวังและติดตาม ได้แก่ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง การเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่การผลิตของชาติมหาอำนาจที่ส่งผลให้เกิดการย้ายฐานและกระทบต่อการนำเข้า-ส่งออกสินค้า
สำหรับอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลบวกต่อดัชนีผลผลิตในเดือนมกราคม 2566 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่
- น้ำมันปิโตรเลียม ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 8.96% จากผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องบิน น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 และน้ำมันเบนซิน 95 เพื่อใช้ในการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติและการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่
- ยานยนต์ ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.79% จากรถยนต์นั่งขนาดกลางและรถยนต์นั่งขนาดเล็ก เนื่องจากได้รับชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์มากขึ้น
- น้ำมันปาล์ม ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 69.23% จากผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มดิบ และน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ โดยปีนี้ปริมาณผลผลิตปาล์มน้ำมันออกสู่ตลาดจำนวนมาก รวมถึงการเร่งผลิตเพื่อรองรับการส่งออกที่เพิ่มขึ้น
- น้ำตาล ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 8.94% เนื่องจากปีนี้มีผลผลิตอ้อยเข้าหีบปีนี้มากกว่าปีก่อน
- เภสัชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ที่ใช้รักษาโรค ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 17.83% เนื่องจากมีความต้องการยาที่เกี่ยวกับโรคโควิด-19 รวมถึงการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวทำให้ความต้องการบริโภคยาในพื้นที่ท่องเที่ยวมีเพิ่มมากขึ้น












