เปิด 10ตลาดส่งออกสำคัญของไทยยังโตต่อเนื่อง

26 ม.ค. 2566 | 18:00 น.

เปิด 10 ตลาดส่งออกสำคัญของไทยยังโตต่อเนื่อง พาณิชย์-ผู้ส่งออก รุกหนักปี66 ทั้งตะวันออกกลาง  อินเดีย จีน CLMV มั่นใจส่งออกยังเป็นเครื่องยนต์หลักในการกระเศรษฐกิจไทย

หลังจากที่กระทรวงพาณิชย์ได้หารือร่วมกับภาคเอกชน และมีความเห็นสอดคล้องกันในการกำหนดเป้าหมายการส่งออกปี 2566 ว่าจะขยายตัว 1-2% น้อยกว่าปี 2565 ที่ตั้งไว้ 4% เพราะมีปัจจัยที่เป็นแรงเสียดทานทางลบหลายปัจจัย ทั้งเศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะเพิ่มแค่ 0.5-1.0% สหภาพยุโรป เพิ่ม 0-0.5% ญี่ปุ่น เพิ่ม 1.6% ซึ่งเมื่อขยายตัวน้อย ก็จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย

 

เปิด 10ตลาดส่งออกสำคัญของไทยยังโตต่อเนื่อง

 

มีการคาดการณ์ว่าสต๊อกสินค้าในไตรมาสแรกปี 2566 จะยังคงมีสูง ทำให้หลายประเทศชะลอการสั่งซื้อ ซึ่งอาจส่งผลให้ไตรมาสแรกส่งออกไทยติดลบ3.7%  ในขณะที ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูงและไม่มีแนวโน้มลดลง ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต และค่าเงินบาท มีแนวโน้มแข็งค่า ทำให้ศักยภาพในการแข่งขันของสินค้าไทยลดลง เพราะแพงกว่าคู่แข่ง
         

สำหรับปัจจัยบวกที่จะช่วยสนับสนุนการส่งออกมีอยู่บ้าง เช่น การขนส่งสินค้ากลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งค่าระวางเรือ ตู้คอนเทนเนอร์ ความต้องการด้านอาหารของโลกยังมี ซึ่งเป็นผลดีกับการส่งออกอาหารของไทย ตลาดศักยภาพบางตลาด ยังรองรับการส่งออกของไทยได้ และปีนี้ไทยจะเน้นไปที่4 จาก10ตลาดที่ขยายตัวดีในปีที่ผ่านมาเป็นพิเศษ อย่าง ตะวันออกกลาง คาดว่าจะบวกได้ 20% เอเชียใต้ คือ อินเดีย ปากีสถาน บังคลาเทศ คาดเพิ่ม 10% ตลาด CLMV คาดเพิ่ม 15% และจีน ที่เป็นตลาดใหญ่และกำลังเปิดประเทศ คาดจะทำตัวเลขบวกได้

 

เปิด 10ตลาดส่งออกสำคัญของไทยยังโตต่อเนื่อง

 

อย่างไรก็ตาม ปี2565  สินค้าส่งออกไทยที่ขยายตัวได้ดี 10 รายการ ได้แก่ 1.น้ำตาลทราย 2.เครื่องโทรสารโทรศัพท์และส่วนประกอบ  3.อัญมณีและเครื่องประดับ  4.ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์  5.หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ  6.อุปกรณ์กึ่งตัวนํา ทรานซิสเตอร์ และไดโอด  7.ไก่แปรรูป  8.ไก่สด แช่เย็น แช่แข็ง  9.ไอศกรีม  10.อาหารสัตว์เลี้ยง และคาดว่าสินค้าในกลุ่มอาหาร  สินค้าเกษตร ยังคงเป็นสินค้าส่งออกที่จะเป็นพระเอกของการส่งออกปีนี้

 

เปิด 10ตลาดส่งออกสำคัญของไทยยังโตต่อเนื่อง

 

ทั้งนี้ตลาดที่ขยายตัวดีในปี65และคาดว่าปีนี้ยังคงขยายตัวต่อเนื่องจากกำลังซื้อที่กำลังฟื้นตัว ยังคงเป็น1.ตะวันออกกลาง 2.สหราชอาณาจักร   3.แคนาดา  4.สหรัฐฯ  5.CLMV  6.เอเชียใต้ 7.อาเซียน (5)  8.ลาตินอเมริกา  9.สหภาพยุโรป  และ 10.ทวีปออสเตรเลีย 

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวแม้จะมีความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว แต่เชื่อว่าการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชนในการเปิดตลาดและเจาะตลาด เช่น ตะวันออกกลาง เอเชียใต้ และ CLMV จะช่วยเพิ่มยอดการส่งออกมาเติมในส่วนที่ขาดหายไปได้ และปีนี้ ปัญหาเรื่องขาดแคลนชิป ก็คลี่คลายลงแล้ว ส่วนปัญหาสงครามรัสเซีย-ยูเครน ยังต้องติตตามใกล้ชิดต่อ แต่คงไม่มีผลต่อราคาพลังงานมากนัก เพราะผ่านจุดพีคไปแล้ว ส่วนค่าเงินบาท ยอมรับว่าแข็งค่าเร็ว แค่ 2-3 เดือนแข็งขึ้นมาเกือบ 20% แล้วแต่เชื่อว่าจะเป็นระยะสั้นเท่านั้น